เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
Politics ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
Finance แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
News 9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
Real Estate แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
Finance CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
Biz Movement ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
Economic ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
GULF ปักหมุดงาน ‘Gastech 2026’ ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ
Economic GULF ปักหมุดงาน ‘Gastech 2026’ ชู Ecosystem ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ
‘ภาคประชาสังคม’ เปิดข้อมูล 11 บริษัทส่งออกปลาหมอคางดำ 3.2 แสนตัว จี้รัฐสอบเส้นทางย้อนหลัง
Economic ‘ภาคประชาสังคม’ เปิดข้อมูล 11 บริษัทส่งออกปลาหมอคางดำ 3.2 แสนตัว จี้รัฐสอบเส้นทางย้อนหลัง
ดูทั้งหมด

“สุรวัช อัครวรมาศ” ชง 9 ประเด็นจุดประกาย รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน “ท่องเที่ยว”

29 มิ.ย. 2566 | 07:31น.
สุรวัช อัครวรมาศ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ใกล้เป็นรูปเป็นร่างแล้วสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่มีกำหนดเปิดประชุมสภาและเลือกประธานสภาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งคาดการณ์กันว่าประเทศไทยน่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2566

คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในหลายภาคส่วนเริ่มทำการบ้านและขยับตัวตามไทม์ไลน์ของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เช่นกัน เพราะยังเชื่อมั่นเหมือนเดิมว่าการท่องเที่ยวคือ “เครื่องยนต์” หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

“สุรวัช อัครวรมาศ” รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ในฐานะผู้คลุกคลีในวงการท่องเที่ยวมากกว่า 30 ปี ถึงประเด็นที่อยากนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาจัดทำแผนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศต่อไป ดังนี้

“สุรวัช” บอกว่า ส่วนตัวยังยืนยันว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาได้เร็วและดีที่สุด เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกเซ็กเมนต์

ดังนั้น ในโอกาสที่ประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารเร็ว ๆ นี้ จึงขอนำเสนอแนวคิดที่มองว่าเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต และอยากให้รัฐบาลนำข้อเสนอนี้ไปกำหนดในแผนยุทธศาสตร์ใหญ่สำหรับขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของประเทศใน 9 ประเด็นหลัก

ชงมี พ.ร.บ.ดูแลความปลอดภัย

ประกอบด้วย ประเด็น 1 มีพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายใหม่อีก 1 ฉบับสำหรับให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ใช้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการควบคุมมาตรฐานสินค้าและบริการที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ทั้งแหล่งท่องเที่ยว รถ เรือ ร้านอาหาร ฯลฯ หรือซัพพลายไซด์ทั้งหมด โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นที่ตั้ง

เนื่องจากงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวมีความเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ควบคุมดูแลได้เพียงแค่บริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปควบคุมดูแลหรือตรวจจับในเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยได้

ยกตัวอย่างเช่น รถตู้ 4 ล้อทั่วไป กรมการขนส่งฯระบุที่นั่งไว้ 12 ที่นั่ง แต่หากนำมาใช้สำหรับรับนักท่องเที่ยวที่นั่งต้องไม่เกิน 8 ที่นั่ง เนื่องจากรถตู้รับนักท่องเที่ยวมีสัมภาระที่ต้องขนด้วย หรือกรณีของเครื่องเล่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงอื่น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ต้องมีอำนาจในการควบคุมดูแลมาตรฐานความปลอดภัยได้ด้วย เป็นต้น

Advertisement

“วันนี้หลายประเด็นไม่ชัดเจน เช่น เครื่องเล่นซิปไลน์, ดำน้ำ และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานอื่น ให้อยู่ภายใต้การดูแลของ พ.ร.บ. ใหม่นี้ด้วย สินค้าและบริการใดไม่ผ่าน พ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้”

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐก็ต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐานในรูปแบบของการให้สิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ เช่น มาตรการด้านภาษี การส่งเสริมด้านการตลาด ฯลฯ เนื่องจากการทำมาตรฐานมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

แก้ “ระบบภาษี” บริษัทนำเที่ยว

ประเด็น 2 แก้ไขระบบภาษีของบริษัทนำเที่ยวที่ดี โดยรัฐบาลควรยกเว้นภาษีแวต หรือให้บริษัทนำเที่ยวเคลมแวตคืนได้เช่นเดียวกับธุรกิจส่งออก เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นเซ็กเตอร์ที่ดึงเงินเข้าประเทศเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษี และมีระบบบัญชีที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

“บทบาทของบริษัทนำเที่ยวเป็นเพียงตัวกลาง หรือเป็นนายหน้าให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เงินที่นักท่องเที่ยวซื้อแพ็กเกจทัวร์จะถูกกระจายไปยังธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ที่พัก, ร้านอาหาร, รถนำเที่ยว ฯลฯ เหลือเป็นรายได้เพียงแค่ประมาณ 5-8% เท่านั้น ไม่ใช่รายได้จากยอดขายที่เข้ามาทั้งหมด”

รวมถึงแก้ไข พ.ร.บ.นำเที่ยว เพราะปัจจุบันการจดทะเบียนเปิด-ปิดบริษัทนำเที่ยวง่ายเกินไป โดยในบางประเทศที่ทำกันอยู่จะระบุให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้จัดการบริษัทต้องมีประสบการณ์ในด้านการท่องเที่ยว เช่น เป็นมัคคุเทศก์มาไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือหากเป็นผู้ที่เคยอยู่ในองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวต้องมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือกำหนดให้ 1 คนจดทะเบียนเปิดบริษัทได้ 1 บริษัท เป็นต้น

“ทุกวันนี้นอมินีเต็มตลาดไปหมด ประเด็นนี้จะทำให้เราควบคุมและป้องกันธุรกิจที่เป็นนอมินีได้ แน่นอนว่าในระยะแรกอาจส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการบ้าง แต่มั่นใจว่าจะเป็นผลต่อดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว”

เร่งตั้ง “กองทุนท่องเที่ยว”

ประเด็น 3 จัดตั้งกองทุนเพื่อการท่องเที่ยว และรีบดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยว หรือที่สังคมเรียกว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเงินที่ได้จากการจัดเก็บส่วนหนึ่งต้องนำไปซื้อประกันชีวิตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตามข้อบังคับของกฎหมาย

แต่ส่วนตัวอยากเสนอให้กองทุนบริหารจัดการเรื่องการดูแลนักท่องเที่ยวเอง ไม่ต้องซื้อประกัน แต่กองทุนจะทำหน้าที่ดูแลแทนบริษัทประกันเหมือนตอนที่เรายังมีกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยว

และเพื่อนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปดูแลสถานที่ท่องเที่ยว พัฒนาบุคลากร พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือจัดสรรส่วนหนึ่งไว้สำหรับเป็นกองทุนให้คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกู้ยืมได้ด้วย

หนุนใช้ “เทคโนโลยี-บิ๊กดาด้า”

ประเด็น 4 ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและข้อมูล (บิ๊กดาต้า) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศมีระบบจัดเก็บข้อมูลและบริหารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

เช่น การใช้แอปพลิชั่นเข้ามาช่วยบริหารจัดการ และมาควบคุมมาตรฐานการทำงานของภาคท่องเที่ยว รวมถึงความปลอดภัย

“วันนี้ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญที่รัฐบาลไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญและต้องลงทุน เพราะที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่ทำแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น”

“ส่งเสริม-พัฒนา” แรงงาน

ประเด็น 5 ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงมีมาตรการดึงดูดแรงงานเข้าสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่การศึกษาในระดับมัธยมฯ อาชีวศึกษา และระดับปริญญาตรี

มีนโยบายฝึกอบรมที่ชัดเจน มีสถานศึกษาที่ดีรองรับการฝึกงาน รวมถึงสนับสนุนทุนการศึกษา และในกรณีที่แรงงานไม่พอ ควรอนุญาตให้เปิดรับแรงงานจากต่างชาติเข้ามาเสริมได้ในบางตำแหน่งงาน

สร้าง Home Port รับ “ครูซ”

ประเด็น 6 ลงทุนสร้างท่าเรือหลัก หรือ home port ท่าเรือเริ่มต้นขนาดใหญ่รองรับการท่องเที่ยวทางเรือครูซที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยยังไม่มี และปัจจุบันในภูมิภาคอาเซียนมี home port เพียงแค่ 2 แห่งคือ สิงคโปร์และฮ่องกงเท่านั้น

“บ้านเรายังมีแค่ท่าจอดเรือยอชต์ ส่วนเรือครูซมีเพียงท่าเรือแวะพัก หรือที่เรียกว่า port of call เท่านั้น ยังไม่มีท่าเรือเริ่มต้นสำหรับครูซ ผมจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจำเป็นต้องลงทุน”

ขณะเดียวกัน สถานศึกษาก็ต้องมีหลักสูตรสำหรับรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวทางเรือด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านภาษา และหลักสูตรที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวโดยตรง

ลงทุน Man-Made Attraction

ประเด็น 7 สนับสนุนการลงทุนแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ดัดแปลงหรือสร้างขึ้น (man-made attraction) โดยเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุน อาทิ สวนสนุก สถานบันเทิง ฯลฯ เนื่องจากปัจจุบันจุดขายหลักของการท่องเที่ยวไทยคือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นหลัก

ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

“ส่วนหนึ่งคือการดึงมาจากต่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งคือสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อเป็นแม็กเนตดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลกได้มากขึ้น”

หนุนเปิด “กาสิโน” ในประเทศ

ประเด็น 8 สนับสนุนให้มีการลงทุนในธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ขนาดใหญ่ หรือกาสิโน สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเชื่อว่าธุรกิจดังกล่าวนี้จะเข้ามาช่วยสร้างความเจริญในพื้นที่ที่มีการลงทุน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกระจายรายได้

“ต้องยอมรับว่าวันนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราเปิดกันหมดแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาที่บ้านเราควรเปิดแล้วโดยให้เอกชนลงทุนแล้วรัฐบาลลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานก็ได้”

“สุรวัช” บอกว่า สำหรับพื้นที่ที่เหมาะกับการลงทุนนั้นส่วนตัวมองว่าควรเปิดคือจังหวัดเมืองรอง เพื่อกระจายความเจริญ และกระจายนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ออกไปสู่เมืองรองให้มากขึ้น เช่น ภาคอีส่าน ภาคเหนือ เป็นต้น

เชื่อมโยงการตลาดทุกกระทรวง

“สุรวัช” บอกอีกว่า สำหรับประเด็น 9 จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการตลาด โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และทุกกระทรวงที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงภาคเอกชน ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการอย่างแท้จริง

เช่น เชื่อมโยงกับภาคการเกษตร ภาคชุมชน กีฬา ฯลฯ และสนับสนุนให้ใช้ชุมชนเป็นสถานที่จัดประชุมสัมมนา

รวมถึงผลักดันการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีหลายเซ็กเมนต์ เช่นเดียวกับซัพพลายไซด์ของประเทศก็มีหลากหลายเซ็กเมนต์เช่นกัน

ที่สำคัญ รัฐบาลควรให้การสนับสนุนในด้านเงินทุน เนื่องจาก “คนท่องเที่ยว” คือตัวกลางในการสร้างรายได้เข้าประเทศ และเพื่อทำให้ “การท่องเที่ยว” ตอบโจทย์ในด้านการกระจายรายได้ตามวัตถุประสงค์ได้อย่างแท้จริง