เล็งอุ้มดีเซลไม่เกิน 32 บาท แทนมาตรการยกเว้นภาษีที่จะสิ้นสุด 20 ก.ค.
เกาะติดประชุมเฟดปรับดอกเบี้ย มีผลต่อราคาน้ำมันดิบโลก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เล็งอุ้มดีเซลไม่เกิน 32 บาท ทดแทนมาตรการยกเว้นภาษีที่จะสิ้นสุดลง 20 ก.ค.นี้
วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้เตรียมแนวทางรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ตามแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันมาตรการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาท/ลิตร ที่อุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลในประเทศไม่ให้เกิน 32 บาท/ลิตร จะหมดอายุลงวันที่ 20 ก.ค. 2566 นี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกขณะนั้นเป็นหลัก ว่ากองทุนจะสามารถรักษาระดับราคาดีเซลไม่ให้เกิน 32 บาท/ลิตรไปได้นานเพียงใด อีกทั้งต้องติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สัปดาห์หน้าที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอ่อนตัวลงหรือไม่อย่างไร
“ขณะนี้ราคาดีเซลอยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตร ซึ่งหากดูจากเงินที่เก็บเข้ากองทุนในส่วนดีเซลอยู่ที่ 4.42 บาท/ลิตรดังนั้นหากใกล้สิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีดีเซลวันที่ 20 ก.ค.นี้ ต้องดูว่าราคาดีเซลตลาดโลกจะเป็นอย่างไรหากลดลง อาจเก็บเงินเข้ากองทุนได้เกิน 5 บาท/ลิตร ก็สามารถนำเงินที่จะเก็บเข้ากองทุนได้ไปเป็นส่วนลดทดแทนภาษีได้ทันที หรือหากดีเซลโลกขึ้นเล็กน้อยก็อาจใช้วิธีชดเชยราคาเพิ่มเพื่อตรึงราคาดีเซล แต่ก็อยู่ที่ว่าคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ว่าจะมองการบริหารในระยะยาวอย่างไรเป็นสำคัญ”
ล่าสุด ฐานะกองทุน ณ วันที่ 9 ก.ค. 2566 ติดลบ 52,270 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 6,598 ล้านบาท คิดเป็นเงินไหลออกวันละ 375.6 ล้านบาท ส่วนบัญชีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 45,672 ล้านบาท คิดเป็นเงินไหลออกวันละ 22.74 ล้านบาท คิดเป็นเงินไหลออกรวมวันละ 398.34 ล้านบาท