Skip to content

กอบศักดิ์ย้ำ “หน้าตา” รัฐบาลใหม่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย 

13 ก.ค. 2566 | 12:10น.
กอบศักดิ์ย้ำ “หน้าตา” รัฐบาลใหม่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย 

“ดร.กอบศักดิ์” ชี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยขึ้นกับพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ระบุมีผลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ขณะที่ “บล.เอเซีย พลัส” ชี้ปัจจัยการเมืองกระทบหุ้นมากสุด เหตุตลาดเดาทางไม่ออก-ไม่สามารถ pice in ความเสี่ยงทางการเมืองได้

วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวในงานสัมมนา “จัดทัพลงทุนต้อนรับรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน” วานนี้ ว่าทิศทางเศรษฐกิจของไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ จะขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใหญ่ที่จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลที่จะส่งผลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบาย

อย่างไรก็ดี ไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะมีหน้าตาอย่างไร เศรษฐกิจไทยมีความท้าทายในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง Technology ที่มี AI เข้ามาแทนที่ และโครงการพัฒนาที่จะดึงดูดเงินลงทุนของต่างชาติเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ โดยเอเชียได้รับผลกระทบน้อยเมื่อเทียบกับสหรัฐ สหภาพยุโรป (EU) และละตินอเมริกา

ทั้งนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐ ยังอยู่ในระดับสูง จึงคาดว่า FED จะยังคงขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง ซึ่งย่อมส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวน มีโอกาสสูงที่ในปีหน้าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย โดยเศรษฐกิจไทยอาจโดนผลกระทบบ้างแต่น่าจะผ่านไปได้ คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัว 2.7-3.7%

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในครึ่งหลังของปี 2566 มีโอกาส Upside แคบ ๆ

เนื่องจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนปี 2022 ไม่สูงนัก และมีแรงกัดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงปัจจัยทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากตลาดไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีนโยบายไปในทิศทางใด จึงยังไม่สามารถ pice in ความเสี่ยงทางการเมืองได้

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการคลายความกังวลการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เริ่มมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย กลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ที่มีความน่าสนใจให้เข้าลงทุนในช่วงนี้จึงเป็นกลุ่มที่เกี่ยวกับ Consumption ที่กลับมาฟื้นตัวได้ดี เช่น กลุ่มค้าปลีก Finance ธนาคาร ธุรกิจสื่อ และอาหาร