หน้าตาของรัฐบาลชุดใหม่
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ภายหลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเลื่อนการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีรอบสอง เป็นการกระทำที่เข้าข่ายยื่นญัตติซ้ำตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 หรือไม่นั้น โดยศาลพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบแล้ว
เห็นว่าคำร้องมีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีประเด็นเชิงหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม จึงให้เลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้อง และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไปนั้น และให้นัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 สิงหาคม 2566
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเลื่อนการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีนี้ว่า การประชุมรัฐสภาในวัน 4 สิงหาคม คงต้องเลื่อนวาระโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน
ส่วนการเลือกนายกฯ คงต้องรอหลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าจะมีคำสั่งอย่างไรในวันที่ 16 สิงหาคมอีกครั้ง ส่งผลให้การโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ซึ่งได้เลื่อนการโหวตมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว นับจากการโหวตครั้งแรกในวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ได้คะแนนเสียงเห็นชอบไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิก 2 สภา ซึ่งถือว่าไม่ได้รับความเห็นชอบ
ขณะที่พรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 ในฐานะ “แกนนำ” ในการจัดตั้งรัฐบาลแทนพรรคก้าวไกล ก็ได้ดำเนินความพยายามในการรวบรวมเสียงสนับสนุน จากทั้งพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและจากสมาชิกวุฒิสภาก็ยังไม่มีความชัดเจน
ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่และจำนวนเสียงที่จะได้รับการสนับสนุน จนก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง ทั้งตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ ไปจนถึงหน้าตาของคณะรัฐบาลชุดใหม่จะประกอบไปด้วยพรรคการเมืองใด
ความไม่แน่นอนดังกล่าวกำลังจะกลายมาเป็น “สุญญากาศ” ด้วยเหตุที่ว่า ประเทศไทยได้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเกือบ 3 เดือน แต่ยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ ส่งผลให้เกิดความกังวลในภาคส่วนธุรกิจ สะท้อนผ่านความเห็นของ 3 สถาบันหลัก ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย ขอให้เร่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุด
ทว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ก็จักต้องคำนึงถึงเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การแก้ปัญหาเพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน พร้อมที่จะนำพาประเทศชาติที่จะต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ-การเมืองโลก