Skip to content

ม็อบผู้สูงอายุบุกคลัง คัดค้านภาครัฐตัดเบี้ยยังชีพ ชี้ควรได้รับถ้วนหน้า

17 ส.ค. 2566 | 13:31น.
ม็อบผู้สูงอายุบุกคลัง คัดค้านภาครัฐตัดเบี้ยยังชีพ ชี้ควรได้รับถ้วนหน้า

ม็อบผู้สูงอายุ บุกกระทรวงการคลัง เรียกร้องคัดค้านการปรับหลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ชี้ยังควรจ่ายแบบถ้วนหน้า เรียกร้องรัฐบาลใหม่ออกสวัสดิการแบบถ้วนหน้าและระบุชัดเจน

วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ข่าวสด รายงานว่า เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ และเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม หรือ We Fair กว่า 100 คน ได้รวมตัวที่บริเวณข้างกระทรวงการคลัง

พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมเครือข่ายประชาชน 53 องค์กร 1,468 รายชื่อ ปกป้องสวัสดิการประชาชน คัดค้านการตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ภายหลังจากที่กระทรวงมหาดไทย มีการกำหนดเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุที่ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

น.ส.กรรณิการ์ ปู่จินะ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาคระบุในแถลงการณ์ว่า ขอคัดค้านการตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยมีข้อเรียกร้องร่วมกัน 5 ข้อคือ

1.ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว และกลับไปใช้ระเบียบเดิม ไม่ต้องมีการพิสูจน์ความจน และตัดสิทธิการรับสวัสดิการซ้ำซ้อนไว้แล้ว

2.คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ต้องออกมาปกป้องสิทธิของผู้สูงอายุทุกคน ไม่ตอบสนองต่อหลักเกณฑ์ใหม่

3.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องออกกฎหมายรองรับระบบบำนาญถ้วนหน้า ไม่ใช่ใช้หลักนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามมติคณะรัฐมนตรี

4.กระทรวงการคลังควรตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและหารายได้ใหม่ ๆ เข้ารัฐเพื่อใช้จัดสวัสดิการให้ประชาชนแบบถ้วนหน้า เช่น ภาษีลาภลอย ภาษีกำไรจากการซื้อขายหุ้น เป็นต้น

5.รัฐบาลใหม่ต้องผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้น และต้องเป็นสิทธิแบบถ้วนหน้า โดยระบุในกฎหมายให้ชัดเจน

ด้านนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ กล่าวในการชุมนุมว่า ปัจจุบันงบประมาณกองทัพที่ใช้ปีละมหาศาล รัฐบาลไม่เคยแตะต้อง แต่คุณทำกับประชาชนคนแก่แบบนี้ สมาชิกวุฒิสภาจัดตั้งจากเหล่าทัพที่เป็นตัวปัญหาของประเทศ กลับได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 600-800 ได้เบี้ยบำนาญหลายหมื่นบาทต่อเดือน ทำไมถึงทำกับประชาชนแบบนี้

นายจำนงค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เครือข่ายได้เคยมาเรียกร้องต่อกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา และปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่าเบี้ยสูงอายุจะได้เหมือนเดิม แต่ต่อมาวันที่ 12 ส.ค. กลับมีการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการให้เบี้ยแบบไม่ถ้วนหน้า จัดสรรให้แบบอนาถา

รัฐบาลรักษาการรีบชงเรื่องนี้ แบบหมกเม็ด ลักไก่ โดยประชาชนทุกคนกว่าจะอายุ 60 ปี ต้องผ่านการเสียภาษีให้รัฐตลอดทั้งทางตรง ทางอ้อม แต่ต้องมารับเบี้ยแบบคัดกรอง

“ทำสิ่งที่ไม่เท่าเทียมและเพิ่มเหลื่อมล้ำมากขึ้น รัฐบาลรักษาการชิงออกระเบียบใหม่ วัดฐานความยากจน ใครเป็นคนวัด ใครกลั่นกรอง ที่ผ่านมาบัตรคนจนก็ตกหล่นเยอะ เช่น พี่น้องไร้บ้าน พี่น้องชาติพันธุ์ เอาหลักเกณฑ์อะไรมาวัด การมาครั้งนี้จึงขอเรียกร้องให้ปลัดกระทรวงการคลังออกมาพูดความจริง อย่าหลอกลวง ตระบัดสัตย์กับคนแก่ เขารอมาทั้งชีวิต” นายจำนงค์กล่าว

ต่อมาเวลา 10.30 น. ทางกลุ่มเครือข่ายผู้ชุมนุมเคลื่อนเข้ามาบริเวณประตู 4 โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงการคลังรีบเข้ามาคล้องโซ่ที่หน้าประตูใหญ่ พร้อมกับล็อกแม่กุญแจประตูเพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาได้ จนเกิดการยื้อหรือขย่มประตูกันอยู่ระยะหนึ่ง ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบางส่วนเกิดความไม่พอใจเป็นอันมาก พร้อมกับกล่าวโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง

ด้านนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการ We Fair ระบุว่า นอกจากมาที่กระทรวงการคลังแล้ว วันนี้จะเคลื่อนตัวไปที่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่าง ๆ ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลปัญหานี้ เนื่องจากเป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม วันนี้ระบบถ้วนหน้าเรามาไกลมากแล้ว ไม่ควรถอยหลังกลับไปที่เดิมอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยได้ยืนยันแล้วว่า การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุยังเป็นไปตามเดิม เพราะต้องให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาเลือกว่าจะให้