เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วราวุธ รับเสนอ ครม.ตั้ง ‘ปลัด ก.อุตฯ’ เล็งชงจัดทัพอธิบดีต่อ
Politics วราวุธ รับเสนอ ครม.ตั้ง ‘ปลัด ก.อุตฯ’ เล็งชงจัดทัพอธิบดีต่อ
คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
Finance คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
Finance SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
Politics จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
Business กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
News พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์ใหม่ เปลี่ยนเกมการแข่งขัน
Business ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์ใหม่ เปลี่ยนเกมการแข่งขัน
ดูทั้งหมด

เอกนัฏ ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี เจรจากับผมดีที่สุด

18 ส.ค. 2566 | 15:56น.
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

เอกนัฏย้ำ 36 สส.รวมไทยสร้างชาติ โหวตให้นายกฯเพื่อไทย-ไม่ต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี เผยขาดคุณสมบัติ-ติดคดี กปปส.

วันที่ 18 สิงหาคม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า

มีการพูดคุยกันมาตลอด โดยคณะเจรจามีเพียงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและตนที่เข้าไปคุยกับทีมบริหารของพรรคเพื่อไทย เป็นการคุยอย่างเป็นทางการได้ระบุเงื่อนไขว่า จะต้องไม่มีการแก้ไข ม.112 ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีการแก้ไข และยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวง

“พรรคเพื่อไทยยังรับปากว่าจะไม่มีพรรคก้าวไกล เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ความจริงพรรครวมไทยสร้างชาติติดแค่เรื่องการเดินหน้าแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกลเท่านั้น” นายเอกนัฏกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเงื่อนไขอื่นอีกหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เงื่อนไขสำคัญมีแค่ 2 ข้อคือ ไม่มีพรรคก้าวไกลและไม่มีการแก้ ม.112 เท่านั้น ทางพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า อยากจะรีบจัดตั้งรัฐบาล เพราะหากบ้านเมืองไม่มีรัฐบาลก็จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนลำบาก จึงขอความร่วมมืออย่าไปจมกับความขัดแย้งในอดีต ควรเดินหน้าด้วยความปรองดองสมานฉันท์ดีกว่า

เมื่อถามว่าประเด็นความขัดแย้งในอดีตของกลุ่ม กปปส.กับกลุ่มเสื้อแดงในอดีต นายเอกนัฏกล่าวว่า ประวัติศาสตร์ลบไม่ได้อยู่แล้ว ตนก็ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เคยทำมาได้ แต่ต้องดูว่าเหตุผลที่เคยทำมาตอนนั้นคืออะไร มีความพยายามจะผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม จึงได้มีการออกมาชุมนุมต่อต้าน

เวลานี้กฎหมายนี้ก็ไม่มีแล้ว เหตุการณ์ก็ผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ความขัดแย้งที่คนเข้าใจว่ามีระหว่างเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส. ควรจะยุติแล้ว ควรจะร่วมมือกันเดินหน้าประเทศ ให้โอกาสซึ่งกันและกัน

“หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็มีการเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง ทุกพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง ที่ผ่านมาต่างคนต่างเจ็บด้วยกัน ผมเองก็ถูกคดี หลายคนอาจจะบอกว่าเรื่องการต่อรองเก้าอี้ ขอบอกว่าเจรจากับผมดีที่สุด เพราะผมเป็นอะไรไม่ได้ ติดคดีอยู่ และผมจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นอุปสรรคในการเดินหน้าประเทศ เพราะหากแต่จมอยู่ในอดีตก็จะไม่สามารถเดินหน้าไปสู่อนาคตได้” นายเอกนัฏกล่าว

นายเอกนัฏกล่าวว่า ตนในฐานะเลขาธิการพรรคขอบอกว่าไม่สามารถไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีได้ โดยส่วนตัวมีความตั้งใจในการทำงานการเมืองและเร่งพัฒนาพรรครวมไทยสร้างชาติให้เป็นสถาบันการเมือง ในส่วนของการทำงานในรัฐบาลก็จะมีบางส่วนเข้าไปร่วม แต่ในส่วนงานการเมืองของพรรคก็เป็นเรื่องสำคัญที่มีความตั้งใจว่า พรรคจะได้นำเสนอแนวทางการทำงานเป็นทางเลือกอีกแบบหนึ่งที่ทันสมัย

เมื่อถามว่าการคุยเรื่องโควตารัฐมนตรีมีการต่อรองหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่าไม่มี ตนและหัวหน้าพรรคไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องตำแหน่งอะไรอยู่แล้ว โดยเฉพาะนายพีระพันธุ์ หากจำได้ในช่วงที่เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นคนเดียวที่ประกาศชัดว่า ขอปฏิเสธทุกตำแหน่งใน ครม.หากเป็นหัวหน้าพรรค

“วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ตนก็ไม่สามารถเป็นอะไรได้เพราะติดคดี ดังนั้น จึงต้องตัดสินใจบนพื้นฐานการเดินหน้าประเทศ ส่วนจำนวนคณิตศาสตร์คำนวณเก้าอี้ยังไม่ทราบชัดเจน แต่ที่สำคัญคณิตศาสตร์ในระบบรัฐสภาต้องมีเสียงสนับสนุนในสภาเกินครึ่ง เนื่องจากมีบทเฉพาะกาล คือการออกมาร่วมโหวตนายกฯ จะต้องผ่านมติด้วยคะแนน 375 เสียง ตอนนี้จะต้องช่วยกันให้ผ่าน แต่การจะช่วยหาเสียง สว.นั้นก็เป็นเรื่องยาก ส่วนเสียงของรวมไทยสร้างชาติ 36 เสียงไม่มาก ไม่สามารถไปช่วยมากกว่านั้นได้” นายเอกนัฏกล่าว

เมื่อถามว่าเห็นใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่ที่จะต้องมาชี้แจงกับกลุ่มสนับสนุนหลังจากตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ นายเอกนัฏกล่าวว่า ต้องยอมรับในผลการเลือกตั้งที่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยหวัง แต่ระบบของไทยจะต้องโหวตนายกฯ และจะต้องหาทางจัดตั้งรัฐบาล ก็เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสามารถชี้แจงได้

ส่วนรวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็บอกกับตนชัดเจนว่าต้องการวางมือ ทั้งหมดอยู่ที่มุมคิด ถ้าทำใจได้ และได้คิดเป็นบวกก็เป็นบวก ถ้าคิดเป็นลบก็จะไม่จบ จากที่คุยกันเห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่องที่จะต้องทำและเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย

นายเอกนัฏกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับว่า ได้มีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ตกผลึก มีบางประเด็นในรัฐธรรมนูญที่พรรครวมไทยสร้างชาติคิดว่ายังไม่ควรแก้ เช่น หมวดเกี่ยวข้องกับสถาบัน ดังนั้น จึงจะต้องมาพูดคุยกันอีกครั้ง หากจะแก้ไขจะต้องมีหลักประกันว่าแก้แล้วจะดีขึ้นไม่กลับมาสร้างปัญหา

ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ นั่นคือไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำไป แต่จะต้องไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มาจากประชาชน จะแก้ก็จะต้องถามประชาชนด้วย ถ้าประชาชนส่งเสียงว่าต้องการแก้รวมไทยสร้างชาติก็ไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า ได้แจ้งสมาชิกพรรคทราบถึงการเข้าร่วมรัฐบาลมีการคัดค้านเรื่องใดหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่าทุกคนยอมรับได้หมด ว่าสามารถทำงานได้ทุกหน้าที่ ทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการโหวตนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยจะผ่าน นายเอกนัฏกล่าวว่า ไม่มั่นใจจนกว่าจะโหวต พรรครวมไทยสร้างชาติมี 36 เสียง ไปทางไหนไปทางเดียวกัน แต่การรวบรวมเสียงก็เป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการ

นายเอกนัฏกล่าวว่า เวลานี้มีเรื่องอื่นที่น่าสนใจมากกว่า เช่น เรื่องนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจหรือการปรับโครงสร้างระบบการทำงานให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะประเทศไทยอยู่ในภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบและถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้เก็บเกี่ยวเอาสิ่งใหม่ ๆ มา

จึงอยากจะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของไทยไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น หลังจากนี้จะเป็นต้นทุนที่จะต้องเข้าไปทำงานให้เห็นผลการทำงาน เพื่อพิสูจน์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตามระบบกติกาที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องรับผลในที่สิ่งที่ได้ทำไป ถ้าหากผลงานเป็นที่ไม่พอใจเลือกตั้งครั้งหน้าคนก็จะไม่เลือก

นายเอกนัฏกล่าวถึงกรณีสังคมส่วนใหญ่มองว่าพรรครวมไทยสร้างชาติมีภาพของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นภาพจำ ต้องยอมรับว่าเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นบุคคลคือความเป็นอุดมการณ์ จะต้องไม่ยึดติดกับตัวบุคคล ถ้าไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ พรรคต้องไปต่อได้ การยึดมั่นในอุดมการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า อาจจะเป็นอุดมการณ์เดียวกันกับสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์รักและยึดมั่น และอาจจะเป็นเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกจากการเมืองแบบเดิมมาทำพรรครวมไทยสร้างชาติก็ได้ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้วแนวทางการทำงานแบบเดิมก็จะยังต้องรักษาไว้ และทำให้มั่นคงขึ้น

รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนายเอกนัฏ ศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) พิพากษาจำคุก 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 13,333 บาท ในคดีชุมนุมทางการเมืองขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 56-57 ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์