ผู้ว่าการ กนอ. ขานรับนโยบาย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” รมว.อุตสาหกรรม เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน พร้อมย้ำสิทธิประโยชน์ และศักยภาพความพร้อมรองรับการลงทุนทุกด้าน โดยเฉพาะพื้นที่ EEC
วันที่ 11 กันยายน 2566 นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมาว่า ตนได้ประชุมร่วมกับนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ย้ำถึงภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีภายใน 3 เดือน โดยเฉพาะแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ รวมถึงการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษขยายไปสู่ 4 ภาคของประเทศ
“รมว.อยากเห็นกระทรวงอุตสาหกรรมมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ลดขั้นตอนการติดต่อเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยย้ำว่าต้องทำนโยบายรัฐบาลให้สำเร็จภายในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม”

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบนโยบายการทำงานเพิ่มเติมแก่ กนอ.ว่า ขอให้ กนอ.ขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานในนิคมอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นและให้ข้อมูลด้านสิทธิประโยชน์ และการอำนวยความสะดวกที่จะได้รับในการลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ตามแนวนโยบายที่ได้รับมอบหมาย กนอ.จะได้มีการหารือกับผู้รับผิดชอบต่อไป เพื่อยกระดับภารกิจที่ดำเนินการอยู่แล้วให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนมากที่สุด โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการตลาดและการลงทุน การหาคู่ค้า การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ
การจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การขอรับสิทธิประโยชน์ การขออนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม การขออนุญาตก่อสร้างโรงงาน โดยได้ดำเนินการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาให้เร็วขึ้น รวมถึงการพัฒนาแรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้มีทักษะและความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมและการจัดหาแรงงานให้กับผู้ประกอบการ

“ผมเชื่อว่าสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกที่ กนอ.มอบให้กับนักลงทุน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) ให้เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น อันจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นการตอกย้ำศักยภาพการลงทุนภายใต้ความเชื่อมั่น ‘ลงทุนในไทย ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม’
โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมใน EEC ที่มีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และมีคุณภาพสูงในภูมิภาค ทั้งถนน ท่าเรือ สนามบิน นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่รองรับการลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมทั้งระบบห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรสามารถรองรับอุตสาหกรรมหลัก ๆ ได้ ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์”