เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 36.35-37.00 บาท ติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

02 ต.ค. 2566 | 16:56น.
ค่าเงินบาท เงินบาท วิเคราะห์

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.35-37.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 10 เดือน เผย นักลงทุนติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐ-สถานการณ์ Government Shutdown และเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของไทย

วันที่ 2 ตุลาคม 2566 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.35-37.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 36.47 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 35.90-36.83 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 10 เดือน

ทางด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 2.50% เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้น 11 สัปดาห์ติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐสามารถรับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูงได้ดีกว่าเศรษฐกิจแห่งอื่น ๆ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 16 ปี

อย่างไรก็ดี ดอลลาร์ลดช่วงบวกเล็กน้อยหลังดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงสู่ 3.9% ในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 3,025 ล้านบาท และมียอดขายพันธบัตร 12,048 ล้านบาท โดยเกิดจากตราสารครบอายุ 5,175 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทในเดือน ก.ย.และไตรมาสสาม อ่อนลง 4.3% และ 2.9% ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า หลังรัฐบาลสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ Government Shutdown ขณะที่ตลาดจะติดตามข้อมูลภาคบริการและการจ้างงานเดือน ก.ย.ของสหรัฐรวมถึงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเรามองว่าแม้ค่าเงินดอลลาร์อาจมีจังหวะพักฐานบ้างชั่วคราวในระยะสั้นแต่ในมิติของอัตราผลตอบแทนนั้นดอลลาร์จะยังคงได้แรงหนุนต่อไปจนกว่าตัวเลขจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งจะท้าทายแนวโน้มภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) ของเฟด

สำหรับประเด็นในประเทศ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ย. ทางด้าน ธปท.ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปี’67 เป็น 4.4% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.8% สะท้อนแผนกระตุ้นทางการคลัง โดยเฉพาะ Digital Wallet อีกทั้งภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และการส่งออกกลับมาขยายตัว

โดย ธปท.เห็นว่ายังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้อ ทั้งนี้ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยด้วยเสียงเอกฉันท์โดยมองว่าดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ระดับเป็นกลาง ท่าทีดังกล่าวทำให้เราประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายถึงจุดสูงสุดของวัฎจักรแล้ว และ กนง.มีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า