เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
แสนสิริ จับมือ โตคิว  ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
Real Estate แสนสิริ จับมือ โตคิว ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ดูทั้งหมด

ไพ่ในมือจีนกำราบ “มะกัน” ตอบโต้ศึกการค้าสะท้านโลก

07 เม.ย. 2561 | 19:16น.
ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามชนิดตาไม่กะพริบ สำหรับการไสช้างชนกันของสองยักษ์เศรษฐกิจโลกอย่างสหรัฐอเมริกากับจีน หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดศึกการค้าด้วยการประกาศจะเพิ่มการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 1,300 รายการ มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ และจีนก็ได้ตอบโต้ไปแล้ว ด้วยการประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 128 รายการ เป็นมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมจะนำพฤติกรรมของสหรัฐในครั้งนี้ขึ้นร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปิดศึกของสองยักษ์ใหญ่นี้ สร้างความกังวลว่าหากไม่สามารถรอมชอมกันได้ ย่อมต้องกระทบต่อภาพและบรรยากาศโดยรวมของการค้าและเศรษฐกิจโลก และจะเป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจโลกที่กำลังไปได้ดี ให้เข้าสู่โหมดอึมครึมไปอีกพักใหญ่

แน่นอนว่าการตั้งกำแพงภาษีระหว่างกัน ย่อมไม่มีฝ่ายไหนรอดพ้นบาดแผล โดยในซีกของจีนนั้น หากฟังจากสื่อจีนที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ทำให้เห็นว่า จีนไม่ได้วิตกมากนักและอยู่ในขั้นรับมือไหว เห็นได้จากทรรศนะของ ตง หยาน นักวิจัยของสถาบันเศรษฐศาสตร์และการเมืองโลกที่ระบุว่า หากคำนวณจากมูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ปีที่แล้ว สินค้าที่สหรัฐประกาศเพิ่มภาษีคิดเป็น 11.6% ของสินค้าทั้งหมดที่จีนส่งออกไปสหรัฐ และคิดเป็น 2.2% ของสินค้าทั้งหมดที่จีนส่งออกไปทั่วโลก ซึ่งถือว่ายังอยู่ในขั้น “ทนได้” และแม้ทั้งสองฝ่ายก้าวเข้าสู่ขั้นตึงเครียด แต่ถือว่าสถานการณ์ยังสามารถ “ควบคุม” ได้

ไป่ หมิง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการตลาดระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน บอกว่าจีนพยายามเพื่อให้มีการเจรจาระหว่างกัน แต่สหรัฐกลับลดช่องทางการเจรจาให้แคบลง ดังนั้น เราตอบโต้แน่นอน “เราต้องปล่อยให้โดนัลด์ ทรัมป์ รู้สึกถึงผลกระทบที่รุนแรงอันเกิดจากสงครามการค้าเสียก่อน ไม่เช่นนั้นอเมริกาก็จะรังแกจีนไปอีกหลายสิบปี”

หากดูจากเนื้อหาในบทความ “วอชิงตันต้องจ่ายราคาแพงในสงครามการค้า” ที่ตีพิมพ์ในโกลบอล ไทม์ส ดูเหมือนจะส่งสัญญาณย้ำว่า จีนนั้นมีไพ่ในมือหลายใบเพื่อสู้ศึกครั้งนี้ โดยชี้ว่าบริษัทสาขาอเมริกันจำนวนมาก ผลิตและขายสินค้าในจีนแต่ละปีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ แต่ถึงกระนั้น บริษัทจีนก็มีศักยภาพที่จะผลิตขึ้นมาทดแทนได้

ขณะเดียวกันธุรกิจภาคบริการของสหรัฐในจีนก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จีนมีช่องทางอีกมากที่จะกำราบอเมริกา

“พวกอีลิตอเมริกันยังหัวรั้น เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนพึ่งพาตลาดสหรัฐมากกว่า พวกเขากดดันให้วอชิงตันเปลี่ยนนโยบายการค้ากับจีนบนฐานความเข้าใจที่คลุมเครือ แต่ความจริงก็คือขนาดตลาดบริโภคของจีนนั้นแซงสหรัฐไปแล้ว”

บทความนี้ยังบอกอีกว่า สหรัฐพยายามใช้สงครามการค้าเพื่อโจมตีสกัดแผน “เมด อิน ไชน่า 2025” เพราะกลัวจีนจะผงาดขึ้นมาในแง่ความสามารถการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในความเป็นจริง จีนมีความสามารถของตนเองในการพัฒนาและวิจัยอย่างเป็นอิสระ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐทั้งด้านนักบินอวกาศและอากาศยาน

“เทคโนโลยีจีนแซงหน้าสหรัฐไปแล้วในหลายเรื่องสำคัญ อย่างเช่น การสื่อสารระบบ 5G เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ดังนั้นการพยายามขัดขวางการพัฒนาเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องเพ้อฝัน”

บทความยังได้เสนอแนะรัฐบาลว่า จีนควรเริ่มตอบโต้สหรัฐด้วยสินค้าถั่วเหลืองและข้าวโพด เพราะถ้าหากภาคเกษตรได้รับผลกระทบ ก็จะส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างรุนแรง จะทำให้พรรครีพับลิกันต้องจ่ายราคาแพง จะเห็นว่าตอนนี้เกษตรกรอเมริกันกำลังวิตกจนต้องลงโฆษณาทางทีวี เพื่อคัดค้านทรัมป์ในการเปิดสงครามการค้า

ยังมีเวลาไปจนถึงเดือนพฤษภาคม กว่าการขึ้นภาษีจะมีผลในทางปฏิบัติจริง ซึ่งต้องรอดูว่าเมื่อถึงเวลานั้น ทรัมป์จะเปลี่ยนใจหรือไม่