เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Real Estate จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
Economic น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
Finance ก.ล.ต. กล่าวโทษ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ รายเดียว ยื่นข้อมูลเท็จถือหุ้น TRUE
ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
Politics ปกรณ์ เผยตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่น จบแล้ว มีภาครัฐ-เอกชนเอี่ยวนับ 100 ชีวิต
‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
Politics ‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
Politics รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
Finance EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
Real Estate จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
Politics นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

ทำไม “อิสราเอล” เป็นเมืองหลวงแห่ง “สตาร์ตอัพ” โลก

13 ต.ค. 2566 | 17:42น.
Israel-Startup

ชวนสำรวจเหตุผลว่าทำไม “อิสราเอล” ดินแดนทะเลทรายถึงพลิกประเทศเป็น “ชาติแห่งสตาร์ตอัพ” ได้มีมนต์เสน่ห์ไม่แพ้ “ซิลิคอน วัลเลย์”

หากพูดถึงแหล่งบ่มเพาะ ฟูมฟัก และเลี้ยงดู “สตาร์ตอัพ” ให้เติบโตพร้อมเข้าสู่โลกธุรกิจ หลายคนคงนึกถึงชื่อของ “ซิลิคอน วัลเลย์” (Silicon Valley) พื้นที่ทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโก เป็นอันดับแรก ๆ แต่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ภูมิภาคเอเชียกลับมีพื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่เป็นแหล่งปลุกปั้นสตาร์ตอัพไม่ต่างจากซิลิคอน วัลเลย์ นั่นคือ “อิสราเอล”

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวางรากฐานด้านการศึกษาไว้เป็นอย่างดี ทำให้อิสราเอลเกิดการพัฒนานวัตกรรมเยอะมาก และมีเสน่ห์ในการดึงดูดนักลงทุน VC พร้อมเข้ามาสนับสนุนสตาร์ตอัพ ถือเป็นประเทศที่มีอีโคซิสเต็มเหมาะสมกับการปลุกปั้นสตาร์ตอัพมาก

“อิสราเอลเป็นประเทศที่มีการพัฒนางานวิจัยประมาณ 5% ของ GDP ทำให้การเติบโตด้านนวัตกรรมสูงมาก มีมหาวิทยาลัยเทคเนียนหรือสถาบันเทคโนโลยีแห่งอิสราเอล (Technion – Israel Institute of Technology) เป็นศูนย์กลางของความรู้ หรืออย่างเมืองเทลอาวีฟที่อยู่บริเวณชายฝั่งก็มีความร่วมมือของบริษัทขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัยในการจัดตั้งศูนย์พัฒนานวัตกรรม”

ในช่วงแรก ๆ ที่อิสราเอลพยายามผลักดันตนเองสู่การเป็น “ชาติแห่งสตาร์ตอัพ” (Startup Nation) ก็มีสตาร์ตอัพจดทะเบียนในระบบกว่า 8,000 ราย ถือเป็นสัดส่วนที่เยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศจำนวน 9 ล้านคน ซึ่งการผลักดันด้านการพัฒนานวัตกรรมจากภาครัฐยังมีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีชื่อว่า Israel Innovation Authority (IIA) ในปี 2508 เพื่อช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศ

จากข้อมูลของดีลอยท์ (Deloitte) บริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่สัญชาติอังกฤษ ระบุว่า IIA ได้จัดโครงการสนับสนุนมากมายด้วยงบประมาณประจำปีราว 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท) ซึ่งโครงการหลักคือกองทุน R&D ที่มอบทุนสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาสูงถึง 40% ของทุนสนับสนุนที่ได้รับอนุมัติ รวมถึงจัดโครงการ “กองทุนสองชาติ” (bi-national funds) หรือโครงการวิจัยและพัฒนาร่วมกับต่างประเทศ เช่น จีน แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ จากการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2566 หรือ Global Innovation Index 2023 (GII 2023) ซึ่งจัดโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) เพื่อวัดระดับความสามารถทางด้านนวัตกรรมของ 132 ประเทศทั่วโลกยังพบว่าอิสราเอลอยู่ในอันดับที่ 14 สะท้อนถึงการเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความโดดเด่นด้านการพัฒนานวัตกรรม

ด้วยความที่รายล้อมไปด้วยปัจจัยที่พร้อมต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อิสราเอลจะเป็นฐานที่ตั้งของการลงทุนจากบริษัทระดับโลกมากกว่า 200 แห่ง เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft), กูเกิล (Google), เฟซบุ๊ก (Facebook), อินเทล (Intel) ที่มีฐานการผลิตชิปเซ็ตขนาดใหญ่ และแอปเปิล (Apple) ที่มีศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมถึง 3 แห่ง เป็นต้น

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้อิสราเอลก้าวสู่การเป็นประเทศแห่งการพัฒนานวัตกรรม คือปัญหาทางภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย แห้งแล้ง ยากต่อการเพราะปลูก รวมถึงต้องเผชิญกับภัยสงครามตลอดเวลา ซึ่งการที่ประเทศจะอยู่รอดท่ามกลางภัยต่าง ๆ ได้ ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค เทคโนโลยีทางทหาร และเพิ่มทักษะให้ประชากร พลิกประเทศจากที่ไม่มีอะไรเลยให้กลายเป็นชาติที่มีนวัตกรรมและองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีมากมาย

และการที่ต้องสร้างประเทศตั้งแต่ศูนย์ ก็ทำให้อิสราเอลเป็นประเทศที่โดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรและการจัดการน้ำ เช่น พัฒนาระบบชลประทานแบบน้ำหยดและแยกเกลือ และเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้เหมาะสมกับการปลูก จนทำให้อินทผาลัมและมะกอกเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

การผลักดันอิสราเอลเป็นชาติแห่งสตาร์ทอัพ หรือประเทศแห่งการพัฒนานวัตกรรม คงเกิดจากการผลักดันของภาครัฐและการสนับสนุนของภาคเอกชนอย่างเดียวไม่ได้ หากขาดการริเริ่มหรือการเป็น self-starter ของคนในประเทศ ซึ่งมุมมองการดำเนินชีวิตแบบ “Chutzpah” หรือความกล้าแบบไม่สนใคร ส่งผลให้คนอิสราเอลกล้าตั้งคำถาม มุ่งเข้าสู่ประเด็นอย่างตรงจุด พร้อมที่จะเสี่ยงลงมือทำเมื่อเห็นโอกาส และไม่กลัวความล้มเหลว ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของการปลุกปั้นสตาร์ทอัพให้ประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ทำให้หลายฝ่ายเริ่มจับตาและตั้งคำถามถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมของอิสราเอลต่อจากนี้