Skip to content

จุดเปลี่ยนแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

29 ต.ค. 2566 | 08:22น.
จุดเปลี่ยนแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ผ่านมาได้เกือบ 2 เดือน นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน digital wallet ของรัฐบาล ยังไปไม่ถึงไหน จากการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ครั้งล่าสุด ปรากฏความเห็นต่างในการดำเนินนโยบายหลายประการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แหล่งที่มาของเงิน คนที่จะได้รับสิทธิในการได้รับการเติมเงิน จากเดิมที่โครงการนี้กำหนดวงเงินที่จะใช้ถึง 560,000 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินการ 6 เดือน อายุของผู้ที่จะได้รับสิทธิตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป และรัศมีการใช้จ่ายเงินไม่เกิน 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน

ที่ผ่านมา นโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้ถูกนักวิชาการและคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ถึง 99 ราย ร่วมกันลงชื่อในแถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายนี้ด้วยความรอบคอบ โดยเห็นว่าเป็นนโยบายที่ได้ไม่คุ้มเสีย โดยยกเหตุผลถึง 8 ข้อมาอธิบาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัวอยู่แล้ว การกระตุ้นการใช้จ่ายอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้นมาอีก งบประมาณของรัฐบาลมีจำกัด ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

อัตราส่วนรายรับจากภาษีของไทยมีเพียงร้อยละ 13.7 ของรายได้ประชาชาติ (GDP) ที่นำไปสู่ข้อสงสัยที่ว่า เมื่อเศรษฐกิจหมุนเวียนจากการใส่เงินเข้าไปแล้ว รัฐบาลจะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบของภาษี และการแจกเงินคนละ 10,000 บาท ให้ทุกคนที่อายุเกิน 16 ปี เป็นนโยบายที่สร้างความไม่เป็นธรรมในสังคมอย่างยิ่ง เศรษฐีและมหาเศรษฐีที่อายุเกิน 16 ปีทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นที่จะได้รับเงินจากนโยบายนี้

โดยข้อกังวลทั้ง 8 ข้อข้างต้น ได้ปรากฏเป็น “ความเห็นต่าง” ในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล ที่กำลังจะทำให้รูปแบบโครงการเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นข้อถกเถียงว่าด้วยการตัดคนรวยออกไป หรือหาคำจำกัดความคนรวย แม้จะไม่ใช่ด้วยเหตุผลเพื่อสร้างความเป็นธรรม

แต่มาจากความพยายามที่จะลดยอดการเติมเงินเพื่อให้งบประมาณที่จะใช้ในโครงการลดลง จากที่ต้องใช้เงินถึง 560,000 ล้านบาท เมื่อไม่สามารถนำเงินของธนาคารออมสินมาใช้ได้ เพราะผิดวัตถุประสงค์ ธนาคารรัฐไม่ได้มีหน้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเงินตามมาตรา 28 พ.ร.บ.การเงินการคลัง

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหันกลับไปใช้เงินงบประมาณแผ่นดินด้วยการตั้งงบประมาณผูกพัน 4 ปี ที่จะเริ่มจัดสรรงบฯตั้งแต่ปี 2567 มีผลทำให้โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ต้องล่าช้าออกไป หรือไม่จบภายในระยะเวลา 6 เดือน

โดยการดำเนินนโยบายการเติมเงินของรัฐบาลครั้งนี้ กำลังสะท้อนให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ของการเป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้น กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่รัฐบาลได้หาเสียงเอาไว้ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินนโยบายการเติมเงินต่อไป หรือปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น