เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
เอสซีบีเอกซ์ รายงาน Q3/69 กำไรลดลง 4% ผลกระทบลงทุนตราสารหนี้
Finance เอสซีบีเอกซ์ รายงาน Q3/69 กำไรลดลง 4% ผลกระทบลงทุนตราสารหนี้
ทีทีบีดันยอดขายผ่านดิจิทัลทะลุ 60% พลิกโฉม ttb touch ขยายทุกช่วงวัย
Finance ทีทีบีดันยอดขายผ่านดิจิทัลทะลุ 60% พลิกโฉม ttb touch ขยายทุกช่วงวัย
FETCO คงมุมมองบวกหุ้นไทย ลุ้นกำไร บจ.-ลงทุนรอบใหม่ หนุน SET ฟื้นระยะกลาง
Finance FETCO คงมุมมองบวกหุ้นไทย ลุ้นกำไร บจ.-ลงทุนรอบใหม่ หนุน SET ฟื้นระยะกลาง
QUICK เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 7.96% กางแผนโตไม่ต่ำ 20% ลุย AI-Dealer ปั้นรายได้ใหม่
Finance QUICK เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 7.96% กางแผนโตไม่ต่ำ 20% ลุย AI-Dealer ปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยปิดเช้าลบ 8.49 จุด DELTA ฉุดดัชนีร่วง โบรกฯ ชี้บ่ายยังแกว่งลบ
Finance หุ้นไทยปิดเช้าลบ 8.49 จุด DELTA ฉุดดัชนีร่วง โบรกฯ ชี้บ่ายยังแกว่งลบ
ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
Finance ตลท.คาด IPO ปีนี้เทรดไม่เกิน 10 บริษัท ลุ้นปี’70 ฟื้น หุ้นใหญ่-กองทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านจ่อคิว
พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
Real Estate ปักหมุด “MCOT Land พระราม 9” ปลุกบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก ANYMA Presents ÆDEN BANGKOK 2026 ปลายปีนี้ 
NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
Automotive NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
ดูทั้งหมด

จาก ติ๋มไทยทีวี ถึง ม.44 ปรากฏการณ์ป่วน…ทีวีดิจิทัล

13 เม.ย. 2561 | 13:30น.
เกิดคำถามขึ้นทันทีสำหรับช่องทีวีดิจิทัลว่าจะอยู่ต่อหรือยอมถอย หลังจากเกิดปรากฏการณ์ “ติ๋ม ไทยทีวี” เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งให้บริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้ประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ไทยทีวีและโลก้า ที่มี “พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย” หรือ “ติ๋ม ทีวีพูล” เป็นเจ้าของ สามารถคืนช่องได้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าว สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่ธุรกิจทีวีดิจิทัลนี้ไม่น้อย ซึ่งเป็นเสมือนการปลดล็อกเงื่อนไขบางอย่างให้แก่หลาย ๆ ช่องที่กำลังมีปัญหาด้านรายได้ไม่เติบโต ขณะที่รายจ่ายยังสูงจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ค่าโครงข่าย ค่าคอนเทนต์ บุคลากร เป็นต้น

แต่ทุกรายก็ยังรี ๆ รอ ๆ ดูชั้นหยั่งเชิงกันอยู่ แม้ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะช่องเล็กที่มีเรตติ้งท้ายตารางหลายรายต้องการจะคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล เช่น วอยซ์ทีวี ไบรท์ทีวี เป็นต้น รวมถึงค่ายที่มีใบอนุญาตหลายช่องอย่างช่อง 3 เนชั่น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ อสมท ด้วย ซึ่งการชนะคดีของไทยทีวีก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่ผู้ประกอบการจะได้ตัดสินใจใหม่ว่าจะดำเนินธุรกิจต่อ หรือยุติการดำเนินธุรกิจลงในอนาคต

“เขมทัตต์ พลเดช” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารช่องเอ็มคอต 30 เอชดี และช่อง 14 แฟมิลี่ ให้มุมมองในกรณีนี้ว่า อาจจะต้องรอดูท่าทีการยืนอุทธรณ์ของ กสทช.อีกครั้งด้วย แต่เคสดังกล่าวถือเป็นกรณีศึกษาในการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลและเป็นสัญญาณที่ดีของผู้ประกอบการทีวีรายอื่น ๆ ด้วย เพราะที่ผ่านมาก็มีกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ยื่นฟ้องต่อ กสทช.กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่การเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกไปสู่ระบบดิจิทัลล่าช้า ซึ่งส่วนนี้อาจจะต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป

“คดีของไทยทีวีที่คาราคาซังมาถึง 3 ปี การชนะคดีครั้งนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาสำหรับช่องต่าง ๆ ส่วนจะเปิดทางให้ช่องอื่น ๆ สามารถคืนช่องได้หรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะคงต้องพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัยด้วย”

อย่างไรก็ตาม จากนี้สิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรต้องทบทวนมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลใหม่ และหากมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ชัดเจน คาดว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างมาก นั่นหมายถึงผู้ประกอบการจะคล่องตัวมากขึ้นในการลงทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 22 ช่องที่ยังสู้ต่อก็ส่งตัวแทนเจรจากับ กสทช. และรัฐบาลหวังใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาทีวีดิจิทัล ด้วยการนำเสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ คือ พักชำระหนี้ 3 ปี พร้อมสนับสนุนเงินค่าเช่าโครงข่าย 50% นาน 2 ปี แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากรัฐบาลและ กสทช.

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ๆ คือ ช่องทีวียังต้องแบกรับภาระต้นทุนต่อไป ท่ามกลางเม็ดเงินโฆษณา 60,000 ล้านบาท ที่ไม่เติบโต อีกทั้งต้องเผชิญกับสถานการณ์การแข่งขันที่ดุเดือดจากการแย่งฐานผู้ชมกันอย่างอลหม่าน เพราะด้วยจำนวนช่องที่มีมากเกินดีมานด์ ประกอบกับพฤติกรรมการรับสื่อผู้ชมที่เปลี่ยนไป โดยเปิดรับสื่อผ่านสื่อดิจิทัลมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอ เพื่อรอดูคอนเทนต์อีกแล้ว แต่สามารถดูย้อนได้ผ่านช่องทางออนไลน์

เท่ากับว่า โจทย์การปรับตัวของช่องทีวีจึงมาจากทุกทิศทุกทาง แม้จะมีช่องที่เดินหน้าต่อธุรกิจได้อย่างสบาย ๆ แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับจำนวนช่องที่มีเรตติ้งน้อย สินค้าไม่ใช้งบฯโฆษณาที่มีถึง 14 ช่องจาก 22 ช่อง

การจะอยู่ต่อ หรือยอมถอยทัพของทีวีดิจิทัลช่องต่าง ๆ จากนี้ไป อาจจะไม่ใช่แค่การปรับแผน ปรับกลยุทธ์ เพิ่มคอนเทนต์ใหม่เท่านั้น แต่ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องเดิม คือ เงินทุนในกระเป๋าเพียงพอจะสู้ต่อหรือไม่

เพราะท้ายที่สุดก็อาจจะต้องตัดสินใจยอมเจ็บแต่จบ