เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Take Toys ปั้น IP สัญชาติไทย ส่งตุ๊ตาชิงตลาดแคแร็กเตอร์
Business Take Toys ปั้น IP สัญชาติไทย ส่งตุ๊ตาชิงตลาดแคแร็กเตอร์
MAZDA6e สวยสะดุด ขับดีเกินคาด
Automotive MAZDA6e สวยสะดุด ขับดีเกินคาด
DKSH ชูโลจิสติกส์สีเขียว ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชูโลจิสติกส์สีเขียว ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสาธารณสุข
ตระกูลใหญ่แย่งซื้อ ‘รอยัลออคิดเชอราตัน’
Finance ตระกูลใหญ่แย่งซื้อ ‘รอยัลออคิดเชอราตัน’
วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. รื้อมติดีลยักษ์มือถือ ?
Politics วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. รื้อมติดีลยักษ์มือถือ ?
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ททท.จัดใหญ่ “Market Briefing 2027” อัพเดตแผนงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี’70
Economic ททท.จัดใหญ่ “Market Briefing 2027” อัพเดตแผนงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี’70
แสนสิริ กางโรดแมปภูเก็ต 5 ปี ดันพอร์ตสะสม 80,000 ล้าน ครึ่งปีหลังประเดิมพูลวิลล่าลักเซอรี
Real Estate แสนสิริ กางโรดแมปภูเก็ต 5 ปี ดันพอร์ตสะสม 80,000 ล้าน ครึ่งปีหลังประเดิมพูลวิลล่าลักเซอรี
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาท มีผลตี 5
KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
Finance KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งโป๊ก แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง

19 พ.ย. 2566 | 09:17น.
ค่าเงินบาท-ธนบัตร-bank note

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง 35.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง กระตุ้นให้ตลาดเชื่อมากขึ้นว่า วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟดอาจสิ้นสุดไปแล้ว จับตาปัจจัยสำคัญ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/66 สัญญาณเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งที่ 35.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ ก่อนการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดีเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับเงินหยวนและสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลัง CPI ของสหรัฐ ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดมาก นอกจากนี้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกก็เป็นแรงหนุนเพิ่มเติมของเงินบาทด้วยเช่นกัน

เงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่าจนถึงช่วงปลายสัปดาห์ และทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งที่ 35.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ อย่างหนัก หลังจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และดัชนีราคานำเข้าเดือน ต.ค. ของสหรัฐ ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด และกระตุ้นให้ตลาดมีความเชื่อมากขึ้นว่า เฟดอาจจบรอบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว

เงินบาท 19 พ.ย.

ในวันศุกร์ที่ 17 พ.ย. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 35.05 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 35.89 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 พ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,985 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 3,225 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 3,220 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 5 ล้านบาท)

สัปดาห์ถัดไป (20-24 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.80-35.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/66 และตัวเลขการส่งออกเดือน ต.ค. ของไทย สัญญาณเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์ของสกุลเงินในภูมิภาค

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ต.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ของธนาคารกลางจีน รวมถึงดัชนี PMI ขั้นต้นเดือน พ.ย. ของยูโรโซนอังกฤษ และสหรัฐ ด้วยเช่นกัน

หุ้นไทย 19 พ.ย.66

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยกลับมายืนเหนือ 1,400 จุด หลังนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วนต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ทั้งนี้หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ต.ค. ของสหรัฐ ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดประเมินว่า โอกาสที่จะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดน้อยลง

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยกลับมาแกว่งตัวในกรอบแคบอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยจุดสนใจของตลาดอยู่ที่ประเด็นการขายชอร์ตที่ไม่มีการยืมหลักทรัพย์ (Naked Short Selling) ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย อนึ่ง สัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวมจากแรงขายหุ้นธนาคารรายใหญ่แห่งหนึ่ง

ในวันศุกร์ที่ 17 พ.ย. ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,415.78 จุด เพิ่มขึ้น 1.89% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 49,231.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.28% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 2.20% มาปิดที่ระดับ 402.44 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (20-24 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,405 และ 1,390 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,430 และ 1,455 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/66 ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ รวมถึงความกังวลของนักลงทุนรายย่อยเกี่ยวกับ Naked Short Selling

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ต.ค. ดัชนี PMI เดือน พ.ย. (เบื้องต้น) บันทึกการประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI เดือน พ.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนการกำหนดอัตรดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือน พ.ย. ของจีน