เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“ผู้นำ” ต้องครบเครื่อง

26 พ.ย. 2566 | 21:34น.
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : อริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง SEAC (ซีแอค)

ในยุคผลลัพธ์ความสำเร็จขององค์กรเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญมาก การนำองค์กรไปสู่เป้าหมายต้องอาศัยศักยภาพของ “คน” เป็นส่วนสำคัญ เพื่อให้ทีมสามารถผลิตผลงานที่โดดเด่น และมีค่าความสำเร็จสูงสุด ด้วยบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากดิจิทัล ทำให้กระบวนการทำงานเปลี่ยนไป รวมถึงแนวคิดการใช้ชีวิต เพียงแค่การเพิ่มเงินเดือน และขยับตำแหน่งเพื่อพาพนักงานไปในจุดที่สูงขึ้นขององค์กร อาจไม่สามารถซื้อใจและไม่ใช่สิ่งที่คนทำงานยุคนี้ต้องการอีกต่อไป

จากการพูดคุยกับเจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับสูงของหลายองค์กรชั้นนำในประเทศไทยพบว่า พนักงานที่มีศักยภาพสูง และมีผลงานโดดเด่น หลายคนปฏิเสธการขึ้นมา “นำ” แผนก หรือองค์กร เมื่ออีกฝ่ายไม่สมัครใจ การหาผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือ successor จึงกลายเป็นอีกปัญหาที่แก้ไม่ตก เพราะไม่ใช่ใครก็ได้จะขึ้นมาเป็น “ผู้นำคน”

ทั้งนี้ เมื่อดูงานวิจัยของ Deloitte ที่เปิดเผยว่า 84% ของผู้นำไม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารจึงต้องทำความเข้าใจในเรื่องของภาวะความเป็นผู้นำ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของขั้นตอนการสร้างผู้นำให้ดีที่สุด

การที่ผู้นำคนนั้นจะมีครบเครื่องทั้งหมดถือเป็นเรื่องยาก ยิ่งในหลายองค์กรให้คนมาเริ่มฝึกเรื่องทักษะการเป็นผู้นำ (leadership skills) ในตอนที่เป็นไม้แก่แล้ว เมื่อมาเข้าอบรมจะเปลี่ยนแปลงยาก อีกทั้งการอัดทุกอย่างให้ผู้นำที่ขึ้นมานำองค์กรตอนมีตำแหน่ง จะทำให้องค์กรนั้นมีคนที่อยากเป็น leader น้อย

เพราะไม่ได้รับการฝึกอบรมให้เหมาะสม อาจพูดได้ว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในองค์กรคือคนตำแหน่งสูงขึ้น ที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการเป็นผู้นำในบทบาท people leader และเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำให้กับคนในทุกระดับขององค์กร หรือ leadership at all levels

ผ่านมาองค์กรลงทุนสร้างกระบวนการพัฒนาให้กับคนที่กำลังจะขึ้นมาเป็นผู้นำในตำแหน่งต่าง ๆ น้อยมาก แต่กลับคาดหวังผลลัพธ์ทางธุรกิจสูง จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกัน เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง และ Top HR Leader จึงจำเป็นต้องเริ่มปรับภาพความเข้าใจ 3 เรื่องนี้ใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้นำใหม่สามารถรับบทบาทได้อย่างเต็มที่ และพร้อมพาคน และองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องที่ 1 คือยอมรับว่าคนที่ขึ้นมาเป็นผู้นำทุกคนไม่ได้รู้เกี่ยวกับธุรกิจ (business) และมีความเป็นผู้นำ (leadership) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้คือองค์ประกอบสำคัญของการเป็นผู้นำ หากทิ้งเรื่องธุรกิจ จะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายองค์กร

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำงานอย่างไรให้ตอบโจทย์ ต่อให้เรียนกระบวนการเรื่อง design thinking หรือ empathy แล้วยังไม่เข้าใจในธุรกิจก็จะเสียเงิน เสียเวลาเปล่า ส่วนการที่เข้าใจแค่เรื่องธุรกิจ องค์กรอาจจะได้คนเก่งงาน แต่ขาด people skill หากจะมาอุดช่องว่างเรื่องผู้นำ (leadership) ทีหลังจะเป็นเรื่องยาก และอาจจะมีปัญหาตามมาในอนาคต

ที่สำคัญคือทักษะการเป็นผู้นำ (leadership skills) สามารถได้รับการพัฒนาก่อนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำในตำแหน่งนั้น ๆ ไม่ต้องรอพัฒนาทักษะเฉพาะในช่วงที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ คืออย่ามองการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำตามตำแหน่ง ดังนั้น เราต้องถามตัวเองว่าเราสร้างสมดุลในการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำแล้วหรือยัง และใส่กลไกเพื่อช่วยพัฒนาคนให้มีทั้ง hard side และ soft side หรือไม่

เรื่องที่ 2 คือตั้งเป้าหมายการทำงานให้คนในองค์กรทุกระดับว่าจะสร้างอะไร และอยากเห็นผลลัพธ์ (outcome) อย่างไร ดังนั้น เราต้องช่วยให้พวกเขาเข้าใจ และเห็นภาพของธุรกิจอย่างชัดเจน และต้องพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำให้พนักงานทุกคนในทุกระดับ (leadership at all levels) ถ้าองค์กรใส่สิ่งที่ต้องเรียนรู้อย่างถูกทาง

โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ และกลยุทธ์ ควบคู่กับทักษะความเป็นผู้นำ (leadership) ก็จะเป็นองค์กรที่ประสบผลสำเร็จด้านการทำธุรกิจ เกิด productivity และคนอยากจะทำงานด้วย เพราะการพัฒนาความเป็นผู้นำไม่ใช่แค่ทักษะ soft skills หรือ leadership skills แต่ต้องใส่ทุกอย่างให้เพียงพอ

เรื่องที่ 3 คือพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ตามบริบท (contextualize) และการหาวิธีการทำงาน (ways of working) ที่ต้องโฟกัสให้เหมาะสมกับบริบท และสอดคล้องกับคุณค่าหลัก (core value) ขององค์กร เพื่อที่จะดูว่าองค์กรอยู่ในระดับไหน นำไปสู่การวางแผนว่าจะต้องคัดเลือกคนแบบไหนมาทำงาน และต้องพัฒนาคนในด้านใดเป็นพิเศษให้เข้ากับบริบทขององค์กรที่สุด

เมื่อผู้นำองค์กร สามารถปรับกระบวนการเหล่านี้จนเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการปฏิบัติอยู่เรื่อย ๆ สุดท้ายการมีพนักงานที่มีความเป็นผู้นำในทุกตำแหน่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร และดึงดูดคนเก่งมากมายอยากมาร่วมงานด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้พิจารณาบริษัทที่จะทำงานด้วยมากกว่าแค่เรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการ แต่มองเลยไปถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขัดเกลาทักษะ และความสามารถของพวกเขาในทุก ๆ วันของการทำงาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหาร