ราคาน้ำมันดิบ (18 ม.ค.) ผันผวน หลังอากาศหนาวจัดกระทบการผลิตน้ำมันในสหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังอากาศหนาวจัดกระทบการผลิตน้ำมันในสหรัฐ ท่ามกลางความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน
วันที่ 18 มกราคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบดังนี้ ราคาน้ำมันดิบผันผวนจากอุปทานที่ตึงตัวขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาฟาเรนไฮต์ในรัฐนอร์ท ดาโกตา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันขนาดใหญ่อันดับต้นของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตน้ำมันปรับลดลง 650,000 ถึง 700,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตในสภาวะปกติ
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 17 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 72.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.16 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 77.88 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากสภาพเศรษฐกิจของจีนที่ยังคงชะลอตัว หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพียง 5.2% ในไตรมาส 4/66 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.3% ทำให้จีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในรูปแบบต่าง ๆ และสร้างความกังวลให้กับตลาดเกี่ยวกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ด้านพลังงานของจีนในปีนี้
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 12 ม.ค. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8 แสนบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 2.4 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีการประกาศตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเบนซินของออสเตรเลียในเดือน พ.ย. 66 ปรับลดลง 6.5% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนตัวก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ได้รับแรงหนุนจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันเบนซินของอินโดนีเซียในเดือน ม.ค. 67 ที่ปรับเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในภูมิภาคหดตัว แม้ว่าอุปทานในอินโดนีเซียมีแนวโน้มปรับลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงกลั่นภายในประเทศในช่วง ก.พ. ถึง มี.ค. 67 ก็ตาม
