เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คกก.สรรหาฯ สั่ง “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ใน 7 วัน ฝ่าฝืนปรับวันละ 5 หมื่น
Tech คกก.สรรหาฯ สั่ง “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ใน 7 วัน ฝ่าฝืนปรับวันละ 5 หมื่น
พาณิชย์ส่งข้อมูลกว่า 1 แสนบริษัทให้ 43 สถานทูต ร่วมคุมต่างชาติทำธุรกิจถูกกฎหมาย-สกัดนอมินี
Economic พาณิชย์ส่งข้อมูลกว่า 1 แสนบริษัทให้ 43 สถานทูต ร่วมคุมต่างชาติทำธุรกิจถูกกฎหมาย-สกัดนอมินี
“Northern MICE Expo 2026″ ผนึก 3 เมือง ดันไมซ์ภาคเหนือพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค “Northern MICE Expo 2026″ ผนึก 3 เมือง ดันไมซ์ภาคเหนือพุ่ง 1.8 หมื่นล้าน
สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
Politics สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจเหนือ Q3 มรสุมต้นทุนพุ่ง ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจเหนือ Q3 มรสุมต้นทุนพุ่ง ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นไฮซีซั่น
“รพีภัทร์” รับไม้ต่อปลัดเกษตรคนที่ 33 ชู “ตลาดนำการวิจัย” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
Economic “รพีภัทร์” รับไม้ต่อปลัดเกษตรคนที่ 33 ชู “ตลาดนำการวิจัย” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-30 ซม. หลังเขื่อนเร่งระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
Economic สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-30 ซม. หลังเขื่อนเร่งระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
ITD คัด 300 เหลือ 10 ธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการหญิง-LGBTQ+ ใช้ AI ลุยตลาดอาเซียน
Economic ITD คัด 300 เหลือ 10 ธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการหญิง-LGBTQ+ ใช้ AI ลุยตลาดอาเซียน
BEM-BMN ร่วมส่งต่อกำลังใจ สู้มะเร็งไปกับน้องเนย Butterbear
Biz Movement BEM-BMN ร่วมส่งต่อกำลังใจ สู้มะเร็งไปกับน้องเนย Butterbear
ดูทั้งหมด

จุลพันธ์ เผยหารือนายกฯ ตัวเลขเศรษฐกิจหนักหน่วง ต้องแก้ด้วยแจกเงิน 10’000

06 ก.พ. 2567 | 12:13น.
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์ยันเผยผลหารือนายกฯ ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ต้องแก้ด้วยเงินดิจิทัล เตรียมนัดบอร์ดดิจิทัลวอลเลตชุดใหญ่กลางสัปดาห์หน้า 

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ถึงการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเลตเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ว่า ตนหารือกับนายกฯ หลายประเด็น

เรื่องแรกคือ ตั้งแต่ระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขทางเศรษฐกิจหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ และภาวะในขณะนี้ประชาชนขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย ภาคการลงทุนโดยเฉพาะเอกชนไม่กล้าลงทุน ส่วนการลงทุนกับต่างชาติ ซึ่งรัฐบาลประสบความสำเร็จ แต่กว่าจะมีผลในเรื่องของเม็ดเงินต้องใช้เวลา ขณะที่ภาคการบริโภคชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อที่ติดลบ 4 เดือนต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งมาจากการลดปัจจัยพลังงานของรัฐบาล แต่ก็ต้องทำเพื่อให้ประชาชนสามารถประคับประคองในภาวะเศรษฐกิจที่วิกฤตขนาดนี้ได้

ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คงที่ที่ 2.5 ขณะนี้ดูดซับสภาพคล่องจากระบบพอสมควร ซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้เปรียบเหมือนปลาในบ่อ ประชาชนคือปลา เพราะน้ำในบ่อน้อย ประชาชนก็ดิ้นอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำเพียงพอ สิ่งสำคัญคือการเติมน้ำลงในบ่อให้เพียงพอกับจำนวนปลาและขนาดของบ่อ ซึ่งต้องการเม็ดเงินใหม่ นั่นคือการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเลต

ซึ่งรัฐบาลมองว่ากลไกที่จะสร้างเม็ดเงินใหม่คือการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน แต่เมื่อมีข้อท้วงติงมา ในช่วงเดือนที่ผ่านมามีการหารือกันว่าจะต้องรอความเห็นของ ปปช. ซึ่งเป็นเอกสารที่หลุดออกมาจะจงใจหรือไม่เราไม่ทราบ แต่ต้องรับฟังและรอมาจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน และทราบข่าวจากสื่อว่าจะมีการประชุมในสัปดาห์นี้

“อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ป.ป.ช.จะส่งมา คือข้อเสนอแนะและความห่วงใย ไม่สามารถจะมากำหนดทิศทางนโยบายของเราได้ หากรัฐบาลจะทำก็ทำคู่ขนานไปเลย” นายจุลพันธุ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเลตในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาข้อห่วงใยการเกิดทุจริตคอร์รัปชั่น แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นว่าเกิดการทุจริต เพราะยังไม่ได้เริ่มดำเนินนโยบายก็ตาม เมื่อมีข้อห่วงใยจะมีการตั้งอนุกรรมการติดตามล่วงหน้า

และให้วางแผนกำหนดกฎเกณฑ์รูปแบบการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าดิจิทัลวอลเลตจะไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือใช้เงินผิดประเภท พร้อมหารือสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ กำหนดรูปแบบการกระตุ้นและผลลัพธ์ที่อาจไม่มีผลชัดเจน แต่ต้องเป็นไปตามความต้องการของประชาชนและภาคเอกชน โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมารับฟังความเห็นและเก็บข้อมูล

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในระหว่างการทำงานได้รับเสียงสะท้อนจากธนาคารและสถาบันการเงินจำนวนมากที่มองเห็นประโยชน์ และอยากเข้ามามีส่วนร่วมให้มีแอปพลิเคชั่นกลางของภาครัฐ เพื่อเชื่อมต่อกับสถาบันการเงินได้ จึงจะมีการหารือให้คณะกรรมการไปหารือเพิ่มเติมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อสร้างความเชื่อมต่อระหว่างธนาคารพาณิชย์กับระบบดิจิทัลวอลเลต เพื่อให้กลไกสามารถใช้งานได้ครอบคลุมกว้างขวาง และเชื่อมโยงระบบการชำระจ่ายเงินของประเทศให้สมบูรณ์มากขึ้น

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ส่วนความเห็นของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น คณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการ ป.ป.ช.นัั้น จะทำงานคู่ขนานกันไป ถ้ามีผลความเห็นออกมา คณะกรรมการดิจิทัลวอลเลตก็จะประชุมหารือเพื่อชี้แจงร่วมกันอีกครั้ง

นายจุลพันธ์กล่าวยอมรับว่าไทม์ไลน์การแจกดิจิทัลวอลเลตนั้น ได้ขยับออกไปแล้วจากเดือนพฤษภาคม แต่ไทม์ไลน์ใหม่จากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด จะหยุดรอไม่ได้แม้มีอุปสรรค โดยจะเดินหน้าให้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่าจะต้องออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พ.ร.ก.เป็นเครื่องมือในมือของรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือมีกลไกเดินหน้ามากกว่า 1 ตัวเลือกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้คิดและยังไม่ได้หารือว่าจะใช้ พ.ร.ก.หรือไม่ แต่หากสถานการณ์เศรษฐกิจไปถึงจุดที่จำเป็นก็อาจจะต้องมาหารือ พร้อมย้ำว่า พ.ร.ก.เป็นตัวเลือกที่ยังไม่ได้เลือกใช้ และยังไม่คิดจะเลือกใช้ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือก

นายจุลพันธ์กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงการลดจำนวนเงินในโครงการดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าหาก ป.ป.ช.ยังไม่ส่งความเห็นมาก็จะไม่กระทบต่อไทม์ไลน์โครงการดิจิทัลวอลเลต โดยจะเดินหน้าและพูดคุยกันในสัปดาห์หน้า ส่วนความเห็นจะส่งมาเมื่อไหร่ตนก็พร้อมจะรับฟัง รวมไปถึงพัฒนาแอปพลิเคชั่นและเตรียมกลไกต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นให้พร้อม แต่ตนไม่ขอให้คำตอบว่าจะทันในไตรมาส 3 หรือไม่ และขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมสภาแต่อย่างใด

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้มีการยกร่าง พ.ร.บ.กู้เงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อเสนอขณะนี้ยังเป็นการใช้แอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์อยู่ เนื่องจากเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่สิ่งที่จะไปพูดคุยคือกลไกการเชื่อมต่อระหว่างธนาคาร

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการจะมีการตั้งภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งก็ต้องติดตามบอร์ด โดยบอร์ดชุดใหญ่ไม่มีกรอบระยะเวลาการทำงาน ซึ่งจะต้องอยู่ยาวจนกว่าจะเสร็จภารกิจ ส่วนคณะอนุฯ จะตีกรอบระยะเวลา อาจใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ต้องจบ ขณะที่ไทม์ไลน์ของบอร์ดชุดใหญ่จะต้องเคาะก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี ตนหวังว่าภายใน 2 เดือนข้างหน้าจะต้องเรียบร้อย ซึ่งเป็นการประมาณการไม่ใช่การหารือ