บล.เอเซียพลัส วิเคราะห์ หุ้นโรงไฟฟ้า SPP “BGRIM-GPSC-GULF” รับประโยชน์ กกพ.ตรึงค่าไฟฟ้าระดับสูง ที่ 4.1805 บาท/หน่วย ในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2567 คาดอัตรากำไรขั้นต้นโรงไฟฟ้า SPP งวดไตรมาส 2 แนวโน้มเพิ่มขึ้น QOQ
วันที่ 28 มีนาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส จำกัด รายงานว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2567 คงเดิมที่ 39.72 สตางค์/หน่วย เท่ากับงวด ม.ค.-เม.ย. 2567 ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฐาน 3.7833 บาท/หน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟงวดใหม่คงที่อยู่ในระดับเดิมที่ 4.1805 บาท/หน่วย
การพิจารณาตรึงค่า Ft ในครั้งนี้ ภาพรวมถือว่าสอดคล้องกับแนวทางที่ กกพ. เคยได้นำเสนอไปในช่วงก่อนหน้า โดยเป็นการเรียกเก็บอยู่ในกรอบกรณีที่ต่ำสุด (กรณีสูงสุด เรียกเก็บที่ 165.24 สตางค์/หน่วย) แบ่งเป็น
- ค่า Ft ที่สะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในเดือน พ.ค.-ส.ค.2567 ที่ 19.21 สตางค์/หน่วย
- เงินจ่ายคืนหนี้ให้แก่ กฟผ. แบ่งเป็น 7 งวด งวดละ 1.40 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 20.51 สตางค์/หน่วย เพื่อให้ กฟผ.มีสภาพคล่องในการดำเนินงานและชำระคืนเงินกู้เท่าที่จำเป็น
ทั้งนี้จะยังไม่รวมภาระเงินคงค้างค่าก๊าซฯ ที่เกิดขึ้นจากการใช้นโยบายตรึงการเรียกเก็บราคาก๊าซฯเดือน ก.ย.-ธ.ค.2566 คงที่ตามมติ กพช. ซึ่งภาระดังกล่าวยังคงค้างที่ ปตท. (เฉพาะในส่วนของการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายเข้าระบบ) 1.21 หมื่นล้านบาท และคงค้างที่ กฟผ. 3.8 พันล้านบาท
ประเด็นดังกล่าวถือเป็นมุมมองเชิงบวกต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ที่มีสัดส่วนขายไฟฟ้าให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง อาทิ BGRIM (สัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมราว 26% ของรายได้รวม)
GPSC (สัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมราว 30% ของรายได้รวม) และ GULF (สัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมราว 10% ของรายได้รวม)
เนื่องจากค่า Ft งวดใหม่ยังสามารถตรึงไว้ได้ในระดับสูง เพื่อจะนำเงินบางส่วนมาทยอยคืนหนี้ให้แก่ กฟผ. ในขณะที่ประมาณการต้นทุนก๊าซธรรมชาติทุกแหล่ง (รวมค่าผ่านท่อ) รอบ พ.ค.-ส.ค. 2567 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงมาอยู่ราว 322.1 บาท/ล้านบีทียู จากเดือน ม.ค.-เม.ย. 2567 ที่อยู่ราว 356 บาท/ล้านบีทียู ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ในงวดไตรมาส 2/2567 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น QOQ
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า “เท่าตลาด” โดยทิศทางกำไรกลุ่มฯในช่วงสั้นคาดจะเริ่มทยอยฟื้นตัว QOQ ตามลำดับ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ หนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากผ่านพ้นช่วง low season ของการใช้ไฟฟ้าในงวดไตรมาส 4/2566 มาแล้ว
และแนวโน้มต้นทุนก๊าซฯที่คาดลดลงจากไตรมาส 1/2567 อีกทั้งภาพใหญ่รายปี 2567 คาดกำไรปกติทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง YOY จากต้นทุนก๊าซฯเฉลี่ยทั้งปีที่คาดจะปรับตัวลดลง จึงคงคำแนะนำหาจังหวะทยอยสะสมลงทุนระยะยาว สำหรับ BGRIM ให้ราคาเป้าหมาย 34 บาท GULF 63 บาท และ GPSC 55 บาท