เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สธ. x MSD หนุนเศรษฐกิจยา ดันบริการ-วิจัยคลินิก-ผลิตในไทย
Biz Movement สธ. x MSD หนุนเศรษฐกิจยา ดันบริการ-วิจัยคลินิก-ผลิตในไทย
ทิพยประกันภัย เปิดตัว“TIPSOL” เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก มอบโปรเด็ด 7 มิติทุกไลฟ์สไตล์
Biz Movement ทิพยประกันภัย เปิดตัว“TIPSOL” เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก มอบโปรเด็ด 7 มิติทุกไลฟ์สไตล์
‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
Politics ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
Finance แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
News 9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
Real Estate แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
Finance CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
Biz Movement ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
Economic ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่าหลังเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

14 มิ.ย. 2567 | 18:41น.
dollar

ดอลลาร์แข็งค่าหลังเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

วันที่ 14 มิถุนายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 10-14 มิถุนายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (10/6) ที่ระดับ 36.89/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/6) ที่ระดับ 36.50/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ภายหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 272,000 ตำแหน่ง ในเดือน พ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 182,000 ตำแหน่ง

โดยภาคเอกชนมีการจ้างงาน 229,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงาน 43,000 ตำแหน่ง ขณะที่มีการปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน เม.ย.เป็นเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.9%

สำหรับตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ปรับตัวขึ้น 4.1% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.9% โดยตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถยืดเวลาในการคงอัตราดอกเบี้ยได้ยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงในคืนวันพุธ (12/6) หลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน พ.ค. โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.3% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 3.4% จากระดับ 3.4% ในเดือน เม.ย. และปรับตัวขึ้น 0.0% เมื่อเทียบรายเดือน หรือไม่เปลี่ยนแปลงในเดือน พ.ค. ต่ำกว่าที่คาดว่าปรับตัวขึ้น 0.1% จากระดับ 0.3% ในเดือน เม.ย.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 3.5% จากระดับ 3.6% ในเดือน เม.ย. และปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.3% ในเดือน เม.ย. ก่อนที่ดอลลาร์สหรัฐ จะฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมตามคาด

ขณะที่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพียง 1 ครั้งในปี 2567 จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในการประชุมเดือน มี.ค. นอกจากนี้ในปี 2568 เฟดส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 1% และดอกเบี้ยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4.1%

นอกจากนี้เฟดได้คงตัวเลขการคาดการณ์ GDP สหรัฐ อยู่ที่ 2.1% ในปี 2567 และอยู่ที่ 2.0% ในปี 2568 และ 2569 ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในช่วงเดือน มี.ค. ในส่วนของอัตราการว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.0%, 4.2%, 4.1% ในปี 2567, 2568 และ 2569

Advertisement

ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า แม้เงินเฟ้อชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเกินไป และการคาดการณ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% นั้น มีความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ดี แม้เฟดจะปรับ Dot Plot แต่นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ในเดือน ก.ย. และเดือน ธ.ค. เนื่องจากมองว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอาจทำให้มุมมองของเฟดเปลี่ยนแปลงไปไม่ช้านี้ โดย FedWatch Tool ของ CME Group

ล่าสุดบ่งชี้ว่า นักลงทุนให้ 59.0% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือน ก.ย. หลังจากที่ให้น้ำหนัก 49.5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และให้น้ำหนัก 44.40% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือน ธ.ค. หลังจากที่ให้น้ำหนัก 35.3% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลหลัก

นอกจากนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือน พ.ค.เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.5% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือน เม.ย. อีกทั้งสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 242,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2566 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 225,000 ราย

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในวันนี้ (14/6) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวันพุธ (12/6) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงมติประชุมนโยบายการเงิน 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี พร้อมทั้งคงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 2567 ไว้ที่ 2.6% และปี 2568 ที่ระดับ 3.0% ตามเดิม โดยแรงหนุนหลักมาจากแนวโน้มการขยายตัวจากอุปสงค์ในประเทศและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการเบิกจ่ายภาครัฐที่กลับมาเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 2

ขณะที่การส่งออกขยายตัวต่ำ ส่วนทางด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับขึ้น และจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในระหว่างวัน อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน และเพื่อรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า

ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวทางการเมืองในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.36-36.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/6) ที่ระดับ 36.76/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (10/6) ที่ระดับ 1.0774/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/6) ที่ระดับ 1.0890/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ฝรั่งเศสกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศยุบสภาเมื่อวันอาทิตย์ (9/6) พร้อมเดินหน้าเลือกตั้งใหม่ หลังจากพรรคพันธมิตรสายกลางของเขาพ่ายแพ้ให้กับพรรคเนชั่นแนล แรลลี (National Rally) ฝ่ายขวาจัดในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป

อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของเยอรมนีปรับตัวขึ้น 1.6% ในเดือน เม.ย. 2567 เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งเป็นการเติบโตเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันและสูงกว่าคาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 1.1% ต่อมาสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน ขยายตัวขึ้น 0.3% ในไตรมาส 1/2567 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบรายไตรมาสด้วยเช่นกัน ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจยุโรปรอดพ้นจากการเข้าสู่สภาวะถดถอย แม้ว่าจะยังคงฟื้นตัวได้ช้าก็ตาม

อย่างไรก็ดีในวันพุธ (12/6) สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนี CPI ของเยอรมนีเดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งปรับตัวลดลงจากเดือน เม.ย.ที่ระดับ 0.5% แต่ยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ อีกทั้งยูโรสแตทเผยการผลิตภาคอุสาหกรรมของยูโรโซนอยู่ที่ -0.1% ใน เม.ย.เทียบกับ +0.6% ใน มี.ค.

ทั้งนี้ตลาดยังคงจับตารอดูท่าทีในการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB ต่อไป เนื่องจากทาง ECB ได้กล่าวว่า จะไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากได้มีการลดดอกเบี้ยไป 0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0707-1.0852 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/6) ที่ระดับ 1.0710/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (10/6) ที่ระดับ 156.90/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (7/6) ที่ระดับ 155.48/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ อย่างไรก็ดี สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นปรับเพิ่มการประเมินตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2567 โดยปรับเป็นหดตัว 1.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งดีกว่าการประเมินเบื้องต้นว่าหดตัว 2%

อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ ในวันพุธ (12/6) จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดของสหรัฐ อีกทั้งธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาสินค้าผู้ประกอบการ (CGPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อจากภาคค้าส่งของบริษัทญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้่น 2.4% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.0% และสูงกว่าเดือน เม.ย. ที่ระดับ 1.1% ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดในรอบ 9 เดือน

อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในกรอบ 0-0.1% ในวันศุกร์ (14/6) โดยบีโอเจระบุว่า จะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลในอัตราปัจจุบันต่อไป แต่บีโอเจตัดสินใจที่จะจัดทำแผนการที่เฉพาะเจาะจงเพื่อลดปริมาณการซื้อสำหรับช่วง 1-2 ปีข้างหน้าในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนหน้า ซึ่งกดดันสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค และตราสารหนี้ด้วย

ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.71-158.25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (14/6) ที่ระดับ 158.00-02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ