เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เดสติเนชั่น ท่องเที่ยวกับอสังหาฯ

30 มิ.ย. 2567 | 10:54น.
property
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

เดือนมิถุนายน 2567 มีเรื่องร้อนแรงที่สังคมไทยต้องชั่งน้ำหนักกันอีกแล้ว

จากการขอแก้ไขกฎหมายอสังหาฯ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ กับ พ.ร.บ.อาคารชุด หรือกฎหมายคอนโดมิเนียม เหรียญมีสองด้าน เรื่องนี้ก็มีสองมุม แบ่งเป็นมุมสนับสนุนกับมุมคัดค้าน

ประเด็นคือ ความมีอยู่จริงของเรื่องราว มันคืออะไร

ในภาพของเศรษฐกิจประเทศ ความมีอยู่จริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 รัฐประหารปี 2549 กับปี 2557 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์กับม็อบชัตดาวน์กรุงเทพฯ ช่วงปี 2550-2552 น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สถานการณ์โควิดปี 2563 สงครามปี 2565 จนถึงปัจจุบัน สร้างความบอบช้ำให้กับซัพพลาย-ดีมานด์ วงจรเศรษฐกิจสะดุดหัวทิ่ม

กำลังซื้อคนไทยถดถอย เศรษฐีไทยยังมีอยู่แต่ก็มีจำนวนไม่มากพอที่จะเข้ามาซื้อและใช้จ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจประเทศให้คึกคัก ทำให้ปากท้องทุกคนอยู่อย่างเป็นปกติสุข บทเรียนในอดีตที่รัฐบาลในอดีตและผู้ประกอบการ หยิบยกนำมาเป็นตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยก็คือดึงดูดกำลังซื้อของชาวต่างชาติ อยู่ที่เราจะเซย์ Yes หรือเซย์ No เราจะเกี่ยง หรือเราจะกอดเขา

จีดีพีประเทศต่ำเตี้ย ตั้งไว้ 3% ก็น่าใจหายแล้ว ทุกไตรมาสมีการปรับและมีแต่จะปรับลง เครื่องยนต์หลักด้านการส่งออกสะดุด การลงทุนในประเทศก็ติด ๆ ขัด ๆ รายได้คนไทยหด การบริโภคภายในประเทศจะสูงปรี๊ดได้อย่างไร เหลือเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ยังทำงานได้ดีคือภาคการท่องเที่ยว เมืองไทยได้รับการยอมรับให้เป็นเดสติเนชั่นด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ผู้บริหารชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน 2 ปี 4 ปี ถึงวาระที่ต้องหมุนเวียนกลับประเทศตัวเอง ร้องไห้กระจองอแงมานักต่อนักแล้ว

เหตุผลเพราะชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยติดใจค่าครองชีพที่ถูกกว่า วัฒนธรรมการกินการอยู่ที่อบอุ่นหัวใจ นักท่องเที่ยวแบบ “เที่ยวซ้ำ” มีเยอะจนน่าตกใจ ผลของการเที่ยวซ้ำและอยากอยู่นาน ๆ ที่เรียกว่าลองสเตย์ ทำให้ชาวต่างชาติมีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมากขึ้น ๆ ทุกวัน

เหตุผลการซื้อก็มีร้อยแปด ซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง ซื้อเป็นบ้านตากอากาศ ซื้อเพื่อลงทุนในทรัพย์สิน ฯลฯ ทุกวันนี้ ไทยไม่ได้เป็นแค่เดสติเนชั่นของการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเดสติเนชั่นด้านการซื้ออสังหาฯเพิ่มเติมขึ้นมา มีสถานะเป็น Global Property ไปเรียบร้อยตั้งนานแล้ว

การขอแก้ไขกฎหมายอสังหาฯ 2 ฉบับ สาระสำคัญเพื่อขยายสิทธิการเช่าจาก 30 ปีที่เรียกว่าเช่าสั้น เพิ่มเป็น 99 ปีที่เรียกว่าเช่ายาว หากทำได้จริงจะมีอายุการใช้อสังหาฯเท่ากับ 1 ชั่วอายุคน การเช่าเทียบเท่าการมีกรรมสิทธิ์ พอหมดอายุเช่าทรัพย์สินก็กลับคืนมาเป็นของแผ่นดินไทยดังเดิม ไม่มีต่างชาติหน้าไหนจะมีปัญญาขนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเมืองไทยกลับไปบ้านเกิดเขาได้แม้แต่คนเดียว

อีกเรื่องคือ ขยายโควตาชาวต่างชาติซื้อคอนโดฯ จาก 49% เป็น 75% โดยปิดจุดเสี่ยงป้องกันการครอบงำของต่างชาติ จำกัด 3 ทำเล “กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา” พื้นที่โครงการไม่เกิน 5 ไร่ สำคัญที่สุดคอนโดฯที่ให้สิทธิต่างชาติซื้อ 75% ต้องสละสิทธิ์โหวต โดยสิทธิจะเหลือเพียง 49%

ส่วนคนไทยในคอนโดฯโครงการนั้น ถึงแม้จะมีสัดส่วนซื้อเพียง 25% แต่สิทธิการโหวตบริหารและออกกฎระเบียบนิติบุคคลเท่ากับ 51% ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ เสริมใยเหล็กอีกข้อด้วยกฎเกณฑ์ “ประธานนิติฯ-ผู้จัดการนิติฯ” ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น

ความมีอยู่จริงของธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งมีขนาดจีดีพีเท่ากับ 6.95% การซื้อบ้านหรือคอนโดฯ 1 ล้าน มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องถมที่ดิน วัสดุก่อสร้าง แรงงาน ออกแบบ ตกแต่ง ต่อเติม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ตัวเลขทางการบอกว่ามีตัวคูณให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 1.13 เท่า ตัวเลขผู้ประกอบการบอกว่า 1.9 เท่า หรือซื้อ 1 ล้านจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มเป็น 1.13-1.9 ล้าน

ความมีอยู่จริงของการขอแก้ไขกฎหมายอสังหาฯ 2 ฉบับนี้ เกิดขึ้นจากต้องการดึงเม็ดเงินจากต่างชาติ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการซื้ออสังหาฯเท่าที่กฎหมายจะเปิดช่องให้ทำได้ โดยมีเงื่อนไขทำในยุคที่ประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเท่านั้น

ความมีอยู่จริงที่ข้อเสนอขอแก้ไขกฎหมาย พ่วงเงื่อนไขป้องกันการครอบงำของชาวต่างชาติอย่างเป็นระบบมีหลักมีเกณฑ์ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลและคนไทยต้องชั่งน้ำหนักว่า เหรียญสองด้านของการแก้ไขกฎหมายอสังหาฯ 2 ฉบับ จะเลือกทางแก้หรือทางเกี่ยง

ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหน ประเทศไทยก็ยังมีสถานะเป็นเดสติเนชั่นด้านการท่องเที่ยวระดับโลก และอสังหาฯในบ้านเราก็เป็นเดสติเนชั่น เป็นโกลบอลพร็อพเพอร์ตี้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ไทยจะสามารถผันดีมานด์ซื้อของต่างชาติ มาเป็นตัวช่วยประคองเศรษฐกิจให้ก้าวข้ามภาวะวิกฤตได้มากน้อยแค่ไหน

คำตอบสุดท้ายอยู่ที่การชั่งน้ำหนักจะสนับสนุนหรือจะคัดค้าน มีแค่สองทางเลือกจริง ๆ ค่ะ