เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

LVMH ยอดขาย Q2/2024 ต่ำกว่าคาด โตแค่ 1% ตลาดจีนซบเซาเป็นเหตุ

24 ก.ค. 2567 | 13:17น.
LVMH

LVMH (แอลวีเอ็มเอช) อาณาจักรสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายไตรมาส 2/2024 ต่ำกว่าคาด โตแค่ 1% เหตุจากยอดขายในจีนลดลง 

ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2024 LVMH (แอลวีเอ็มเอช) บริษัทสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์หลุยส์วิตตอง (Louis Vuitton) และแบรนด์หรูมากกว่า 75 แบรนด์ รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2024 ว่า ยอดขายโดยรวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 20,980 ล้านยูโร (ประมาณ 821,700 ล้านบาท) เติบโต 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) เมื่อพิจารณาบนฐานแบบออร์แกนิก ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการซื้อกิจการ เป็นการเติบโตที่ชะลอลงจากไตรมาสแรกของปีที่เติบโต 3% 

ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก LVMH ทำรายได้ 41,700 ล้านยูโร เติบโตขึ้น 2% (YOY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 10,653 ล้านยูโร ลดลง 8% (YOY) ส่วนอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 25.6% 

ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของแผนกแฟชั่นและเครื่องหนัง ซึ่งเป็นแผนกที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม LVMH เติบโตขึ้นเพียง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LVMH กล่าวว่า ผลประกอบการในครึ่งปีแรกสะท้อนถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งของ LVMH ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแบรนด์ต่าง ๆ และการตอบสนองของทีมงานในสภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน 

“ในขณะที่ยังคงระมัดระวังในบริบทปัจจุบัน กลุ่มบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังด้วยความมั่นใจ และจะพึ่งพาความคล่องตัวและทักษะของทีมงานในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านสินค้าหรูในปี 2024”

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ยอดขายของ LVMH ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งรวมถึงประเทศจีนลดลง 14% ในไตรมาสดังกล่าว แต่ยอดขายที่ลดลงในจีนถูกชดเชยบางส่วนโดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 57% เนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า

ขณะที่ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ยอดขาย 20,980 ล้านยูโร ในไตรมาส 2 ของ LVMH ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ 6 คนที่ตอบแบบสอบถามในการสำรวจของ ลอนดอน สต็อก เอ็กซ์เชนจ์ กรุ๊ป (London Stock Exchange Group : LSEG) กลุ่มผู้ให้บริการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านตลาดการเงินจากอังกฤษ ที่คาดว่า LVMH จะทำรายได้ได้ 21,600 ล้านยูโร (ประมาณ 845,970 ล้านบาท) 

รายงานผลการดำเนินงานของ LVMH ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรป เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับยอดขายสินค้าแฟชั่นที่อ่อนแอลงในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้  

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่ที่จีนยกเลิกข้อจำกัดการควบคุมโรคโควิด-19 เมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ภาวะการจับจ่ายใน “จีน” ซึ่งเป็นตลาดสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็อยู่ในภาวะ “ฝืด” อย่างยืดเยื้อมาเป็นเวลาเกิน 1 ปี 

สภาพความฝืดของการจับจ่ายส่งผลให้แบรนด์หรูหลาย ๆ แบรนด์ต้านทานภาวะตลาดไม่ไหว ถึงขั้นต้องยอมลดราคาลงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนบางแบรนด์ที่เคยลดราคามาก่อนก็ลดมากกว่าที่เคยทำมาในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายและระบายสินค้าออกจากคลัง แม้ว่าจะทำให้กำไรลดลงก็ต้องยอม