ถึงเวลาปฏิรูป ก้าวข้ามระบบโควตา สู่การบริหารประเทศแบบมืออาชีพ
คอลัมน์ : Pawoot.com ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
การบริหารประเทศเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และต้องการความรู้ความสามารถที่หลากหลายในการจัดการปัญหา และความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงความแตกต่างระหว่างผู้บริหารการเมืองและผู้บริหารประเทศ รวมถึงแนวทางในการเลือกใช้บุคลากรที่เหมาะสมในการบริหารประเทศ
ประเทศไทยในปัจจุบันมีผู้บริหารที่มีความสามารถในเชิงการเมืองสูง แต่ขาดทักษะในการบริหารประเทศ พวกเขามีเครือข่ายกว้างขวางและสามารถเจรจาต่อรองกับทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่น แต่กลับขาดความสามารถในการบริหารประเทศอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารบางคนอาจมีความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจหรือองค์กรขนาดใหญ่ แต่ความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นอาจใช้ไม่ได้กับการบริหารประเทศ เพราะบริบทและความซับซ้อนของทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การบริหารประเทศเกี่ยวข้องกับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ผลประโยชน์มากมาย และปัญหาที่ซับซ้อนกว่าการบริหารองค์กรเอกชน ผู้บริหารประเทศต้องมีความสามารถในการจัดการปัญหาที่หลากหลายและซับซ้อน และต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการพัฒนาประเทศ
ผมขอยกตัวอย่าง “ไต้หวัน” ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการคัดเลือกใช้บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ อดีตรัฐมนตรีดิจิทัลของไต้หวัน “Audery Tang” ซึ่งมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ทำให้เรื่องของภาครัฐเป็นเรื่องที่โปร่งใส และให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อหาทางออกให้กับประเด็นทางสังคมต่าง ๆ เช่น Platform vTaiwan ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเสนอกฎหมายได้ หรือ Air Box นวัตกรรมวิทยาศาสตร์จากภาคประชาชนที่ติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต่าง ๆ และแสดงข้อมูลให้ทุกคนได้รู้ในโลกออนไลน์
โดยปกติแล้วระบบการเมืองไทยมักเลือกใช้บุคลากรจากระบบโควตา มากกว่าการคัดเลือกจากความสามารถและความเชี่ยวชาญ ส่งผลให้รัฐมนตรีบางคนขาดความรู้ความเข้าใจในงานที่รับผิดชอบ ต้องพึ่งพาข้าราชการหรือคนรอบข้างในการตัดสินใจ นำไปสู่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นและการตัดสินใจที่ผิดพลาด
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนแปลงระบบโควตา ควรที่จะคัดเลือกผู้บริหารจากความรู้ความสามารถ ไม่ใช่จากผลประโยชน์ทางการเมือง หรือควรที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ เน้นการบริหารประเทศแบบมืออาชีพ ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารประเทศ ลดการแทรกแซงจากผลประโยชน์ทางการเมือง
ปลูกฝังค่านิยมการเมืองใหม่ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเลือกผู้นำจากความรู้ ความสามารถ และนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ การปฏิรูปการเมืองเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ประเทศไทยต้องการผู้บริหารประเทศที่มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในงานอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่เก่งในเชิงการเมืองเท่านั้น และต้องกล้าที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศการเลือกใช้บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จะช่วยให้การบริหารประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงในด้านการบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง การนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ และการให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยและประชาชนทุกคน