ธุรกิจขายตรง กับ แชร์ลูกโซ่ ต่างกันอย่างไร เช็กก่อนตกเป็นเหยื่อผู้ไม่ประสงค์ดี
ธุรกิจขายตรง กับ แชร์ลูกโซ่ ต่างกันอย่างไร
เช็กความแตกต่างระหว่างธุรกิจขายตรงกับแชร์ลูกโซ่ มีความต่างกันอย่างไร ก่อนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
วันที่ 15 ตุลาคม 2567 วิธีการขายตรงในประเทศไทย มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ ขายตรงแบบชั้นเดียว (Single Level Marketing) หมายถึง ผู้จำหน่ายจะเน้นการนำสินค้าไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค เพื่อสร้างผลงานตามยอดขายที่บริษัทกำหนด โดยได้ผลตอบแทนตามเกณฑ์ของผลงานจากยอดขายสินค้าตามที่บริษัทกำหนด
ขายตรงแบบหลายชั้น (Multilevel Marketing) หมายถึง การสร้างเครือข่ายผู้ร่วมทำธุรกิจหรือสมาชิก โดยจะมีรายได้จากยอดจำหน่ายสินค้ารวมจากผลงานของตนเองและทีมงาน
แชร์ลูกโซ่คืออะไร
แชร์ลูกโซ่ คือ การฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหลอกลวงให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิกร่วมลงทุนในธุรกิจที่คล้ายคลึงกับการทำธุรกิจแบบขายตรง แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่แชร์ลูกโซ่จะไม่โน้มน้าวชักจูงให้เข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น
และต่อมาจะหยุดการจ่ายค่าตอบแทน และปิดกิจการ หอบเงินหนีไป ทำให้เกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โตในเวลาอันรวดเร็ว การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีความผิดทางอาญาตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
ความแตกต่างระหว่างธุรกิจขายตรงกับธุรกิจแอบแฝง
ธุรกิจขายตรง
– รายได้ของสมาชิกมาจากการขายสินค้า การทำงาน การซื้อซ้ำของผู้บริโภค
– จ่ายค่าสมัครและซื้อสินค้าครั้งแรกในราคาที่เหมาะสม
– มีการรับประกันคุณภาพสินค้า เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
– บริษัทรับซื้อสินค้าเมื่อสมาชิกต้องการลาออก
– เน้นการอบรมสมาชิกให้รู้วิธีทำการตลาด (รู้คุณภาพสินค้า และกระจายสินค้าคุณภาพถึงผู้บริโภค)
– ไม่ชักจูงให้สมาชิกซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อกักตุนหรือเกินความจำเป็นสำหรับการบริโภคของตนเอง
– ยึดมั่นในหลักการและจรรยาบรรณของนักขายตรงที่ดี เคารพกฎหมาย
ธุรกิจแอบแฝง (ธุรกิจโกง)
– รายได้หลักมาจากการชักชวนคน/ระดมเครือข่ายสมาชิก/แทนการขายสินค้า
– จ่ายค่าสมัครและบังคับซื้อสินค้าราคาแพง หรือจำนวนมากเกินความจำเป็นในการบริโภค
– ไม่มีการรับประกันคุณภาพสินค้า
– เมื่อสมาชิกต้องการลาออก ไม่สามารถคืนสินค้า
– แผนการจ่ายผลตอบแทนดีเลิศอย่างเหลือเชื่อ (ไม่น่าเชื่อว่าลงทุนต่ำ ไม่ต้องทำงาน แต่รวยเร็ว)
– เน้นการหาสมาชิกใหม่ให้มาร่วมลงทุน การให้ความรู้เรื่องคุณภาพ และการนำสินค้าไปสู่ผู้บริโภค
– เน้นการชักจูงให้สมาชิกซื้อสินค้าจำนวนมากเกินความจำเป็นสำหรับการบริโภค
– ไม่ยึดมั่นในหลักการและจรรยาบรรณของนักขายตรงที่ดี หลบเลี่ยงกฎหมาย
– ดำเนินธุรกิจลักษณะหลบเลี่ยงกฎหมาย
หลักการและวิธีการของธุรกิจขายตรงที่ถูกต้อง
1.เป็นการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคอีกช่องทางหนึ่ง (นอกจากช่องทางค้าปลีก) โดยมีการรับประกันคุณภาพและความพึงพอใจของผู้บริโภค (แข่งขันด้านคุณภาพ)
2.การกระจายสินค้า กระทำผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือนักธุรกิจอิสระ นักขาย หรือบางบริษัทเรียกว่า สมาชิก
3.ลักษณะการทำธุรกิจ มีการแนะนำสินค้าและเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิก โดยจะไม่โน้มน้าวให้ต้องลงทุน หรือสินค้าจำนวนมากเกินความจำเป็นในการบริโภคของผู้ซื้อ
4.นักธุรกิจขายตรงจะมีรายได้จากการขายสินค้า และการสร้างทีมขายด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เช่น การฝึกอบรม และถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกให้รู้จักทำงานการขายตรงอย่างถูกต้อง (ไม่ใช่ชักชวนให้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากโดยไม่ต้องทำงานแล้วจะรวยเอง) และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ร่วมทำธุรกิจ
5.รายได้ที่บริษัทนำมาจ่ายให้กับผู้ร่วมทำธุรกิจ หรือสมาชิกมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่บริษัทไม่ต้องจ่ายไปในช่องทางการค้าปลีก ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกปันผลกลับสู่ผู้ร่วมทำธุรกิจ หรือสมาชิกในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามผลงาน และระดับตำแหน่งของสมาชิก เช่น ตำแหน่งเริ่มต้นได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ตำแหน่งต่อไปได้ 20 เปอร์เซ็นต์ 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น
6.วิธีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน จะขึ้นอยู่กับแผนการจ่ายผลตอบแทนที่แต่ละบริษัทออกแบบไว้ และจะต้องขอจดทะเบียน และได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อนนำไปใช้
ข้อมูล : กรมสอบสวนคดีพิเศษ