เร่งช่วยน้ำท่วมใหญ่ 4 จังหวัดชายแดนใต้
น้ำท่วมภาคใต้
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงถึง 3 หย่อมกำลังเคลื่อนตัวอยู่ในอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดีย สภาพเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสภาวะฝนตกหนักดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ
จากรายงานภาวะน้ำท่วมล่าสุดได้เกิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมไปถึงจังหวัดสงขลา เกิดน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา รวมไปถึงคลองอู่ตะเภา สงขลา
ประกอบกับปริมาณฝนในพื้นที่ตกหนักสามารถวัดได้ถึง 364 มิลลิเมตร/วัน ที่จังหวัดปัตตานี และ 320 มิลลิเมตร ที่ อ.เทพา จ.สงขลา ยิ่งทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ตกอยู่ในภาวะวิกฤต เฉพาะที่จังหวัดสงขลาได้เกิดน้ำท่วมไปแล้ว 15 อำเภอ จากทั้งหมด 16 อำเภอ ยกเว้น อ.กระแสสินธุ์ เพียงอำเภอเดียว มีน้ำท่วมหนักที่สุดอยู่ที่ อ.เทพา, อ.สะบ้าย้อย, อ.จะนะ, อ.นาทวี และ อ.สะเดา
ขณะที่จังหวัดปัตตานี ยังมีฝนยังตกหนักทั้ง 12 อำเภอ แม่น้ำปัตตานี-สายบุรีล้นตลิ่ง จนจังหวัดปัตตานีต้องประกาศให้ อ.มายอ กับ อ.ทุ่งยางแดง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และยังเตรียมที่จะประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจากเหตุการณ์น้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก
ด้านจังหวัดยะลา ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในตัว อ.เมืองยะลา ในย่านการค้าและย่านเศรษฐกิจสำคัญ มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ยะหา และ อ.บันนังสตา ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส ฝนตกหนักทั่วทั้งจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ อ.เมืองนราธิวาส, อ.สุคิริน, อ.รือเสาะ, อ.แว้ง, อ.เจาะไอร้อง และ อ.บาเจาะ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เกิดน้ำท่วมหนักที่ อ.หาดใหญ่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบริเวณรอบนอกเมืองหาดใหญ่ เกิดน้ำท่วมในสี่แยกสำคัญ ๆ ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดอื่น
จนเกิดความโกลาหลในพื้นที่เขตเทศบาลของ 3 จังหวัด และเกิดความเดือดร้อนจนถึงขั้นต้องอพยพประชาชนในหลายอำเภอ ด้วยการขอรับความช่วยเหลือจากทางจังหวัด และองค์กรสงเคราะห์ภาคเอกชน เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ไม่เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่มาหลายปี จนขาดการเตรียมความพร้อมทั้ง ๆ ที่รู้ตัวล่วงหน้ามาแล้วว่า จะต้องเกิดฝนตกหนักมาตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.
ด้านรัฐบาลเองก็เพิ่งเริ่มสั่งการให้มีความช่วยเหลือในกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ด้วยการระดมกำลังจากหน่วยงานต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ ซึ่งนับว่ายังเกิดความล่าช้า ทั้ง ๆ ที่ผ่านการถอดบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่มาหลายที่ แต่ก็ไม่ทันกับความเดือดร้อนของทั้งภาคประชาชนและภาคเอกชนในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอยู่ดี