ราคาน้ำมันดิบ (7 ม.ค.) ปรับลด หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลด หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอท่ามกลางสภาวะอากาศหนาวจัด
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลด หลังตัวเลขยอดการสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ เดือน พ.ย. 67 ปรับลด 0.4% จากเดือน ต.ค. 67 ทั้งนี้ตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสหรัฐ ประมาณ 10.3% จากมูลค่าเศรษฐกิจทั้งหมดภายในประเทศ
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 73.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.40 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 76.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.21 เหรียญสหรัฐ
อัตราเติบโตเงินเฟ้อของเยอรมันเดือน ธ.ค. 67 เติบโตสูงขึ้นมากกว่าคาด จากดัชนีราคาอาหารสูงขึ้นและการปรับลดของราคาพลังงาน เทียบจากเดือน พ.ย. 67 ส่งผลให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อชะลอการเติบโตของอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปอาจฟื้นตัวช้าลงได้
ตลาดยังคงจับตาสภาวะอากาศหนาวจัดในสหรัฐ หลังล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 6 ม.ค. 68 ที่ผ่านมาราคาก๊าซธรรมชาติได้ปรับเพิ่มราว 10% ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นโดยแตะระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 67 สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันสำหรับทำความร้อนที่ปรับตัวสูงขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณการซื้อขายสัญญาน้ำมันเบนซินล่วงหน้าเดือน ธ.ค. 67 ปรับลด 54.23% สู่ระดับ 6.01 ล้านบาร์เรล เทียบกับเดือน พ.ย. 67 เนื่องจากช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปี อย่างไรก็ตาม จีนคาดอุปทานน้ำมันเบนซินเดือน พ.ย. 67 ปรับลดสู่ระดับ 14.48 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังสต๊อกน้ำมันดีเซลยุโรป (ARA) ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ม.ค. 68 ปรับเพิ่ม 13% แตะระดับ 2.51 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่า 40% นอกจากนี้ โรงกลั่นอินเดียคาดอุปทานน้ำมันดีเซลเดือน ม.ค. 67 เพิ่ม 0.11 ล้านตัน
