เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
ดูทั้งหมด

ทรัมป์กลับลำ ทำตลาดเงินปั่นป่วน

10 เม.ย. 2568 | 17:57น.
Trump's tax scandal

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (10/4) ที่ระดับ 34.32/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/4) ที่ระดับ 34.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าอย่างรวดเร็วและผันผวนตลอดทั้งวัน ด้านดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนอย่างมากเช่นเดียวกัน

โดยเช้าวันนี้ Dollar Index ลดแรงบวกลงแถวระดับ 102.94 หลัง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) กับหลายประเทศทั่วโลกยกเว้นประเทศจีน เป็นเวลา 90 วัน โดยมีผลบังคับใช้ในทันที ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ระงับภาษีดังกล่าวเนื่องจากว่าประเทศต่าง ๆ มากกว่า 75 ประเทศ ได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่สหรัฐเพื่อทำการเจรจาหาทางออกต่อความกังวลทางการค้าที่เขาได้ยกมาเป็นเหตุผลในการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากจีน สู่ระดับ 125% จากเดิมที่ระดับ 104% โดยมีผลบังคับใช้ในทันที เพื่อตอบโต้ต่อการที่จีนเพิ่มการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ สู่ระดับ 84% จากเดิมที่ระดับ 34% โดยมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดีที่ 10 เม.ย. นอกจากนี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเช้าวันนี้ที่ระดับ 3,083.45 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ก่อนที่ระหว่างวันจะปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคมทองคำได้ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มเติมอีกด้วย

ด้านปัจจัยในประเทศ วันนี้ (3/4) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ระบุว่ารัฐบาลไทยมีการเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว และครอบคลุมเพียงพอ ในด้านของการเจรจากับสหรัฐ นายพิชัย ชุนหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังกล่าวว่าได้รับการตอบรับจากฝั่งสหรัฐว่าจะมีโอกาสได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ

แต่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันเดินทางอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้นายพิชัยระบุว่า หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จและเศรษฐกิจโลกเกินวิกฤต ประเทศไทยจะต้องเตรียมแผน 2 ไว้เพื่อรองรับ โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือปรับเพดานหนี้สาธารณะเพื่อเปิดช่องให้เกิดการลงทุน ด้านตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดช่วงเช้าปรับตัวขึ้นกว่า 4% โดย SET ช่วงเช้าปรับตัวขึ้นที่ระดับ 1,136.58 จุด เพิ่มขึ้น 48.40 จุด มูลค่าการซื้อขายราว 27,818 ล้านบาท ทั้งนี้ระหว่างวันการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 34.10-34.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.20/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

คาเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดดตลาดเช้านี้ (10/4) ที่ระดับ 1.0983/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (2/4) ที่ระดับ 1.1031/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสหภาพยุโรป (EU) ให้การอนุมัติมาตรการตอบโต้สหรัฐ ที่มีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 20% ไปก่อนหน้านี้

โดย EU จะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าส่วนใหญ่จากสหรัฐในอัตรา 25% ซึ่งครอบคลุมสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่าราว 2.2 หมื่นล้านยูโรในปีที่แล้วแต่อย่างไร นายเบิร์น แลงจ์ ประธานคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของรัฐสภายุโรป กล่าวว่า ยังพร้อมที่จะเจรจากับสหรัฐ เนื่องจาก EU และสหรัฐยังคงมีโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1048-1.0942 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1039-42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (10/4) ที่ระดับ 146.81/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/4) ที่ระดับ 145.15/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้โยชิมาสะ ฮายาชิ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐ ยกเลิกมาตรการกำแพงภาษี โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นพยายามร้องขอให้สหรัฐยกเว้นภาษี แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ

แต่อย่างไรก็ตามนายฮายาชิกล่าวว่า จะยังคงเรียกร้องอย่างจริงจังอีกครั้งให้สหรับ ทบทวนมาตรการเหล่านี้ ท่ามกลางความกังวลว่า กำแพงภาษีที่สูงขึ้นอย่างมากนี้จส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ด้านคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษี

โดยกล่าวว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาวะเศรษฐิจและเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเผชิญกับความไม่แน่นอนในระดับที่รุนแรงขึ้น นายอุเอดะได้แถลงว่า BOJ จะจับตาผลกระทบของมาตรการภาษีที่มีต่ออุตสาหกรรมและการบริโภคภายในประเทศญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด และ BOJ จะทำการตัดสินใจ “อย่างเหมาะสม” ว่าควรจะรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อหรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 147.71-146.11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.20/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ, ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) เดือน มี.ค.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.3/-7.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.0/-4.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดเงิน ทรัมป์