เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
Finance YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบ ‘ซูเปอร์ไซเคิล’ ระยะสั้นแค่พักฐานในขาขึ้น-แนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
Politics ครม.ไฟเขียวงบเพิ่มเติมกลาโหม รับเหตุชายแดนตะวันออก
กกต.มีมติรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็น “ผู้ว่าฯ กทม.” สมัย 2
Politics กกต.มีมติรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็น “ผู้ว่าฯ กทม.” สมัย 2
บทเรียนจากโน้ส อุดม: คุณค่าของประกันชีวิตที่มักถูกมองข้าม
Finance บทเรียนจากโน้ส อุดม: คุณค่าของประกันชีวิตที่มักถูกมองข้าม
เกษตรฯ เปิด 3 ยุทธการ ปราบสินค้าเถื่อน-ลดต้นทุน-ปั้นเกษตรดิจิทัล
Economic เกษตรฯ เปิด 3 ยุทธการ ปราบสินค้าเถื่อน-ลดต้นทุน-ปั้นเกษตรดิจิทัล
อนุทิน การันตี ‘ศุภจี’ ไม่หาย เจ้าตัวยืนยันทำงานทุกวัน
Politics อนุทิน การันตี ‘ศุภจี’ ไม่หาย เจ้าตัวยืนยันทำงานทุกวัน
เขย่าตลาดทุน! MAJOR เจออีกรายบุคคลปริศนา รายงานข้อมูล ก.ล.ต. อ้างถือหุ้น 9.99%
Finance เขย่าตลาดทุน! MAJOR เจออีกรายบุคคลปริศนา รายงานข้อมูล ก.ล.ต. อ้างถือหุ้น 9.99%
นายกฯ ติดตามการจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘พระพันปีหลวง’ คืบหน้ากว่า 90%
Politics นายกฯ ติดตามการจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘พระพันปีหลวง’ คืบหน้ากว่า 90%
ครม.เห็นชอบปรับผังเมืองรวมอยุธยา รองรับเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม
Politics ครม.เห็นชอบปรับผังเมืองรวมอยุธยา รองรับเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม
Shopee-Lazada-TikTok ‘เลย์ออฟ’ อาเซียนลอตใหญ่
Tech Shopee-Lazada-TikTok ‘เลย์ออฟ’ อาเซียนลอตใหญ่
ดูทั้งหมด

กพช.สั่งหารือเอกชนปรับลดอัตราซื้อไฟฟ้าหมุนเวียน เบรกยาวรอแผน PDP ใหม่

06 พ.ค. 2568 | 19:35น.

กพช.เคาะเป้าค่าไฟปลายปี‘68 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ยันไม่ใช้งบฯแผ่นดิน พร้อมสั่งเจรจาเอกชนได้รับสิทธิขายไฟฟ้า 2,180 MW อ้างอิงราคาที่ กฟผ.ดำเนินการ เพื่อปรับลดอัตราการรับซื้อลง พร้อมเบรกยาวรอแผน PDP ฉบับใหม่

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการพิจารณาแนวทางการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน อันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. รับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการปรับค่า Ft จากเดิม 36.72 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 19.72 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจากการไฟฟ้ามาช่วยลดค่าไฟฟ้า ผ่านการปรับค่า Ft ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย
  2. มอบหมายให้ กกพ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2568 ในอัตราไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้ดำเนินการทั้งหมดโดยไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน

นายพีระพันธุ์เปิดเผยว่า ที่ประชุม กพช. ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม ตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด สำหรับปี 2566-2573 และเนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีราคาลดลง

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ กกพ. 3 การไฟฟ้าและ สนพ. เจรจากับผู้ประกอบการเอกชนที่ กกพ. ประกาศชื่อให้เป็นผู้ได้รับสิทธิขายไฟฟ้ารายการ 2,180 เมกะวัตต์ โดยอ้างอิงราคาที่ กฟผ.ได้ดำเนินการ เพื่อปรับลดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวลง ตามข้อสังเกตที่นายพีระพันธุ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯเสนอ ทั้งนี้ให้คำนึงที่ผลกระทบค่าไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ได้ลงทุนไปแล้วด้วย

นายพีระพันธุ์ยังเปิดเผยต่อว่า ที่ประชุม กพช. เห็นชอบให้ชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมในกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และขยะอุตสาหกรรม ภายใต้รูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) สำหรับปี 2565-2573 ในส่วนที่ยังไม่ดำเนินการปริมาณไฟฟ้า 1,488.5 เมกะวัตต์ และส่วนที่เหลือจากการรับซื้อในกลุ่ม 2,180 เมกะวัตต์ ตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 โดยมอบหมายให้ สนพ. ศึกษาทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ทั้งนี้ จะไม่มีการรับซื้อไฟฟ้าจนกว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ได้รับความเห็นชอบจาก กพช.

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลศึกษาหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และความคืบหน้าแนวทางการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ ซึ่งมีสาระสำคัญของแนวทาง

ดังนี้ (1) โรงแยกก๊าซธรรมชาติทำหน้าที่เสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ (Utility) ในการให้บริการปรับปรุงคุณภาพและแยกผลิตภัณฑ์ให้กับผู้รับบริการทุกราย โดยกำหนดผลตอบแทนการลงทุนจากการประกอบกิจการอยู่ในระดับที่เหมาะสม

(2) ราคาก๊าซธรรมชาติในประเทศที่ออกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (Sales Gas) ที่นำมาคำนวณใน Pool Gas ควรมีราคาที่ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (Gulf Gas) โดยนำมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ C2+ ที่ได้รับจากการจำหน่ายมาเป็นส่วนลดราคา (Discount) ในสัดส่วนที่เหมาะสม

(3) กำหนดต้นทุนก๊าซธรรมชาติให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละภาคส่วน ดังนี้ ก๊าซที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซ ให้ใช้ต้นทุนราคาก๊าซจากอ่าวไทย (Gulf Gas) ก๊าซที่นำไปใช้ในการผลิต LPG สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง ให้ใช้ต้นทุนราคาก๊าซจากอ่าวไทย ก๊าซสำหรับภาคไฟฟ้า และ NGV ให้ใช้ราคา Pool Gas ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาและปริมาณของก๊าซ โดยเรียงลำดับความสำคัญจากแหล่งก๊าซในประเทศ ก๊าซจากเมียนมา และ LNG ตามลำดับ

และก๊าซสำหรับภาคอุตสาหกรรมให้ใช้ต้นทุนจากราคา LNG ซึ่งใกล้เคียงราคาที่ซื้อขายจริงในปัจจุบัน ซึ่งการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่นี้ จะส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าถูกลง และไม่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี

โดยการดำเนินการต่อไป สนพ.จะดำเนินการหารือกับหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง อาทิ สศช. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการค้าก๊าซธรรมชาติ เพื่อสรุปหลักการและจัดทำแนวทางการดำเนินงานในรายละเอียด เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กพช. กระทรวงพลังงาน