Skip to content

เจาะลึกแบรนด์ ‘ไร่พระจันทร์’ พลิกกระแสมัทฉะ สู่ตลาดโมเดิร์นเทรด

27 มิ.ย. 2568 | 07:19น.
เจาะลึกแบรนด์ ‘ไร่พระจันทร์’ พลิกกระแสมัทฉะ สู่ตลาดโมเดิร์นเทรด

“อาหารไม่มีชนชั้น ทุกสังคมเข้าถึงโภชนาการที่ดี” นี่คือปรัชญาของ “ไร่พระจันทร์” แบรนด์สินค้าอาหารเกษตร เพื่อสุขภาพของคนไทย ที่มีกระแสดังจาก “มัทฉะ” ชาเขียว เมื่อปลายปี 2567 และยังมีสินค้าเพื่อสุขภาพดี ๆ อีกหลายรายการชวนให้ติดตาม “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “คุณมิกซ์” หรือ “นายธนกร พันธ์นรา” เจ้าของแบรนด์ไร่พระจันทร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ด้วยเงิน 15,000 บาท และเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าเกษตรหลากหลายมากที่สุดในไทย

ปั้นธุรกิจด้วยเงินหลักหมื่น

คุณมิกซ์บอกว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ สาขาวิชาการเป็นเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มองเห็นโอกาสทางธุรกิจด้านการเกษตรไทย โดยเข้าไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร หลังเรียนจบได้มีโอกาสช่วยรับซื้อข้าวไรซ์เบอรี่ ประมาณ 1 ตัน ด้วยเงินเพียง 15,000 บาท จากชาวนาที่โดนนายทุนหลอกรับซื้อ ผมเริ่มทดลองขายด้วยตนเอง ปรากฏว่าขายได้ เพราะมีกลุ่ม Niche Market สำหรับสินค้าสุขภาพ จากนั้นเพิ่มเป็นข้าวกล้องสายพันธุ์ต่าง ๆ แล้วค่อยแตกไลน์มาเป็นสมุนไพรไทยอื่น

เมื่อกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ “ไร่พระจันทร์” ในปี 2561 ภายใต้ บริษัท ธนไรซ์ อกริเทรด จำกัด มีวิสัยทัศน์ “อาหารไม่มีชนชั้น ทุกสังคมเข้าถึงโภชนาการที่ดี” พร้อมตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่บ้านเกิดจังหวัดนราธิวาส จนปี 2564 สร้างโรงงานผลิตและแปรรูปที่จังหวัดพิจิตร ด้วยเงินทุน 4 ล้านบาท ให้เป็นจุดกระจายสินค้า เพราะพืชหลายชนิดมาจากภาคกลาง ปัจจุบันมีเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ 1,200 ครอบครัว เนื้อที่ 8,000 ไร่

ธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

ปรัชญาของไร่พระจันทร์ คือ ทำธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หรือ Inclusive Business ธุรกิจที่แก้ไขปัญหาของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่สร้างผลกำไรควบคู่ไปได้ มีการใช้นวัตกรรม และเติบโตไปพร้อมกับสังคมฐานเกษตรกรของเรา

แนวคิดการทำธุรกิจของผมค่อนข้างแปลกกว่านักธุรกิจทั่วไป เพราะผมชอบเริ่มจากสร้างเล็ก ๆ ด้วยตนเอง ไม่ใช้คอนเน็กชั่นที่เป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะอยากให้ธุรกิจมีคุณค่า เห็นเกษตรกรและทีมงานมีชีวิตดีขึ้น และลูกค้าแฮปปี้กับสินค้า ส่วนเงินเป็นผลพลอยได้

“ใช้วิธีการตลาดนำการผลิต ตัวไหนขายได้ค่อยปลูก ชักชวนเกษตรกรมาช่วยกันปลูก โดยให้เมล็ดพันธุ์ฟรี โดยทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับเกษตรกร เชื่อว่าถ้าเราทำดี เดี๋ยวหลายอย่างก็มาเอง ผมเชื่ออย่างนั้น

ไร่พระจันทร์

ชู 90 โปรดักต์สุขภาพ

กลุ่มลูกค้าของเราเป็นกลุ่มรักสุขภาพ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กว่า 90 รายการ แบ่งเป็น 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.หมวดข้าวสุขภาพ เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้อง 43 กล้องหอมมะลิแดง 2.หมวดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น มัทฉะ โปรตีนอาหารเสริม ซึ่งเราเจ้าแรก ๆ ที่นำ “ผำ” ซูเปอร์ฟู้ดของไทยมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มโปรตีน เพื่อเป็นการพัฒนาพืชของไทยให้มีคุณค่าใกล้เคียงสารสกัดจากต่างประเทศ 3.หมวดสมุนไพรอบแห้ง เช่น มะตูม กระเจี๊ยบ 4.หมวดธัญพืช เช่น ควินัว เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ 5.หมวดแป้งข้าวสุขภาพ เจาะกลุ่มเบเกอรี่ พัฒนาจากข้าวแปรรูป เป็นแป้งข้าวไรซ์เบอรี่ เหมาะสำหรับคนที่แพ้กลูเตน

นอกจากนี้ ไร่พระจันทร์รับจ้างผลิต (OEM) ข้าวให้กับสินค้าหลายแบรนด์ในตลาด เพราะการสีข้าวไรซ์เบอรี่เป็นสิ่งที่เจ้าใหญ่มักไม่ค่อยทำกัน เพราะเสียเวลา ต้องล้างเครื่องก่อนสีข้าวขาว เมื่อก่อนถ้าจำกันได้ ข้าวกล้องกิโลละหลายร้อยบาท ซึ่งเราเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ทำให้ข้าวกล้องราคาถูกลง กลายเป็นสินค้า Mass มากขึ้น

ส่วน “มัทฉะ” ที่เป็นกระแสปลายปีที่แล้วจนหลายเจ้าขาดตลาด แต่เราคว้าโอกาสนี้ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น เราพยายามผลิตให้เร็วและควบคุมคุณภาพให้ดีที่สุด ปีที่ผ่านมาเราขายได้ถึง 30 ตัน หรือกว่า 300,000 กระปุก ปัจจุบันมีมัทฉะเกรดคลาสสิก เกรดพรีเมี่ยม เกรดพิธีชงชา ที่คัดสรรใบชาคุณภาพแท้ 100%

ไร่พระจันทร์ มัทฉะ

จุดเด่นของแบรนด์

ด้วยวิสัยทัศน์ขององค์กร คือ “อาหารไม่มีชนชั้น ทุกสังคมเข้าถึงโภชนาการที่ดี” ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงโลกด้วยอาหารเกษตรของไทย ด้วยราคาที่ต่ำ เข้าถึงง่าย แบรนด์สินค้าอาหารเกษตรกรที่ทุ่มเท “การดูแลต้นน้ำ” ไม่ใช่แค่ซื้อวัตถุดิบ แต่เข้าไปอยู่กับเกษตรกร ช่วยปรับปรุงคุณภาพ ลดต้นทุน และนำระบบไปวางให้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำสินค้าที่ดี รู้สึกภาคภูมิใจในผลผลิตของตนเอง เป็นแบรนด์ที่รวบรวมสินค้าเกษตรไทยหลากหลายมากที่สุด (Niche Product) และทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ผ่านมาตรฐานรับรองจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)

มีระบบผูกปิ่นโต คือ การสั่งซื้อสินค้าจากไร่พระจันทร์ ทั้งข้าวสุขภาพและสมุนไพร จะส่งสินค้าตรงไปถึงหน้าบ้านในทุก ๆ เดือน ซึ่งลูกค้าจะได้รับราคาถูกลงและประหยัดเวลาในการซื้อ ทำให้แบรนด์สามารถวางแผนการปลูกข้าว สมุนไพร ได้อย่างมีระบบ และสามารถขยายการผลิตได้จากฐานลูกค้า

นอกจากนี้ มีบริการหลังการขายที่ดีและรับประกันความพึงพอใจของสินค้า เพราะเราเชื่อว่าลูกค้าคือส่วนหนึ่งของเรา และการให้ความสำคัญต่อ Feedback เช่น กระปุกมัทฉะลูกค้าบอกแสงแดดเข้า ทำให้เก็บไว้ไม่ได้นาน เราเลยทำถุงฟอยล์มาใส่ไม่เพิ่มราคา เพื่อให้ลูกค้าเก็บสินค้าของเราได้นานขึ้น

เจาะตลาดโมเดิร์นเทรด

ปัจจุบันขายในประเทศ 100% แบ่งเป็น 1) B2C ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, TikTok และเว็บไซต์ของแบรนด์

2) B2B ร้านค้าสุขภาพ คาเฟ่ และร้านขนม นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายที่โลตัส และในปีนี้กำลังจะเข้า Tops, CJ More

ปี 2567 มียอดขาย 80 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 200 ล้านบาท ส่วนด้านการส่งออก แม้มีหลายประเทศติดต่อมา แต่เรายังไม่มีโควตาส่งออกเองได้ เราใช้วิธีส่งแบบ EXW คือให้พาร์ตเนอร์มารับที่โรงงานเอง ปีที่ผ่านมาส่งไป 300 ตัน มูลค่า 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายเข้าโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มตัว ได้ขยายโกดังและโรงงาน จากพื้นที่ 800 ตร.ม. ให้เป็น 1,500 ตร.ม. ให้ได้มาตรฐาน GHP และ HACCP และรองรับการแปรรูปเพิ่มขึ้น คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ทันที 600 ล้านบาท ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีการทำสแน็กจากแป้งข้าว ใช้การอบแทนการทอด และวิตามินเพื่อสุขภาพในราคาย่อมเยา

ผลิตภัณฑ์ไร่พระจันทร์

ความท้าทาย

ปัญหาหลักเรื่องคุณภาพสินค้าเกษตร ปริมาณวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้ความรู้กับเกษตรกรบ่อยครั้ง, สินค้าเสียหายระหว่างการจัดส่งสินค้า, การแข่งขันด้านราคา ความเข้าใจของลูกค้าต่อ “ผงจากธรรมชาติแท้” ที่อาจจะมีความแตกต่างจากสินค้าที่ถูกปรุงแต่งทั่วไป

นอกจากนี้ ปัญหาเกษตรไทย คือ ปลูกพืชแมสแต่ไม่ได้ราคา พอปลูกพืชมูลค่าสูงก็ไม่รู้จะขายให้ใคร ดังนั้น เราจึงรับซื้อแพงกว่าที่อื่น เช่น ข้าวเปลือกแห้ง ทั่วไปซื้อตันละ 8,000-10,000 บาท แต่เราซื้อตันละ 14,000-20,000 บาท เกษตรกรของเราจึงไม่ใช่แค่ผู้ผลิต แต่เป็น “ผู้ร่วมสร้างแบรนด์” ไปกับเราด้วย

“เราอยากเติบโตไปถึงหลักพันล้าน โดยมีกำไรสุทธิไม่เกินแค่ 8% เท่านั้น ซึ่งยอดขายจะสะท้อนให้เห็นว่า เกษตรกร ลูกค้า และทีมงาน ได้รับ Impact กับธุรกิจเรามากแค่ไหน เพราะผมอยากสร้างองค์กรที่ยั่งยืน มีประโยชน์ต่อโลกและสังคม นี่คือ Legacy ที่ผมจะทิ้งให้โลกใบนี้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มัทฉะ สินค้าเกษตร