ไทยเบฟ มูลนิธิชัยพัฒนา สพฐ. และ กปร. ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) โครงการความร่วมมือ เพื่อขยายผล องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ สู่เยาวชน ระยะที่ 2 และ ประกาศผลกิจกรรม มุ่งขยายองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่สถานศึกษาและเยาวชนทั่วประเทศ สร้างรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ในงาน SX2025
Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไฮไลต์สำคัญคือพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “โครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชน ระยะที่ 2”
โครงการนี้ริเริ่มขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), มูลนิธิชัยพัฒนา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มีเป้าหมายเพื่อนำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปสู่สถาบันการศึกษาและเยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างทักษะชีวิต ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า วันนี้เป็นครั้งที่สองของการลงนามบันทึกความร่วมมือ หลังจากดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี เพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริไปสู่เยาวชน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญและจำเป็นต้องทำต่อเนื่อง
ตนเชื่อมั่นว่ามีคำถามพื้นฐาน 4 คำที่ต้องทบทวนเสมอ คือ “ดิน น้ำ ป่า และพลังงาน” เพราะทุกคำล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิต หากถามตัวเองว่าวันนี้ดิน น้ำ ป่า พลังงานอยู่ในสภาพอย่างไร ก็จะเห็นชัดว่าทุกอย่างกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ
“การจัดงานด้านความยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่สุดท้ายต้องย้อนกลับมาที่สามัญ ดิน น้ำ ลม ไฟ ปัจจัยพื้นฐานของชีวิตที่คนโบราณยึดถือ”
ตลอดเวลากว่า 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงริเริ่มโครงการกว่า 4,700 โครงการ ล้วนเป็นแบบอย่างให้เห็นว่าการทำอย่างไรให้ดิน น้ำ ลม ไฟ มีพลังงานต่อไปถึงรุ่นลูกหลาน จึงไม่ใช่แค่การดำรงชีวิตให้ยั่งยืน แต่ต้องทำให้ทรัพยากรพื้นฐานเหล่านี้คงอยู่ต่อไป หากเยาวชนไม่เข้าใจ สิ่งที่ทำทั้งหมดก็จะไร้ความหมาย
ดร.สุเมธ ยังกล่าวถึงแนวทางการสื่อสารว่า การใช้ “รถนิทรรศการเคลื่อนที่” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ในยุคที่เด็กทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและช่องทางใหม่ ๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ เป็นโจทย์ที่ต้องพัฒนา เพื่อให้องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริถูกส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพและขยายสู่สากลได้
“องค์ความรู้ใด ๆ ที่ต้องการเพิ่มเติม มูลนิธิชัยพัฒนายินดีสนับสนุน เพราะนี่คือความอยู่รอดของประเทศ ไม่ใช่แค่รุ่นเรา แต่คือรุ่นต่อไป ขณะที่วันนี้เรายังลำบาก รุ่นหน้าจะอยู่อย่างไร เมื่อป่าไม้หายไป น้ำท่วมทำลายไปทั่ว พลังงานร่อยหรอลงทุกที แต่ผมยังเชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก”
เขาย้ำว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือ “ครูแห่งแผ่นดิน” ที่ทรงสอนวิธีแก้ปัญหาไว้ทั้งหมดแล้ว
“เพียงทำตาม ประเทศชาติอยู่ได้ ประชาชนอยู่ได้ คนรุ่นเราอยู่ได้ และคนรุ่นใหม่ก็จะอยู่ต่อไปได้เช่นกัน อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยเบฟให้ความสำคัญกับการเผยแพร่และขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้มีโอกาสได้รับองค์ความรู้และทักษะในการดำเนินชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน
โดยที่ผ่านมาได้สนับสนุน “รถนิทรรศการเคลื่อนที่” ลงพื้นที่กว่า 40 แห่ง ครอบคลุมนักเรียนกว่า 2,000 คน และอบรมครู 150 คน เพื่อขยายผลแนวคิดไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ในปีนี้ยังได้สนับสนุนรถนิทรรศการเพิ่มอีกหนึ่งคัน เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ สอดคล้องกับพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

สุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้มี 4 หน่วยงานร่วมมือ ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา สพฐ. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และสำนักงาน กปร.
เพื่อต่อยอดผลการดำเนินงานระยะ 3 ปีแรกที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปสู่สถาบันการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ระยะที่ 2 จะดำเนินการตั้งแต่ปี 2568–2570 ครอบคลุมการพัฒนาด้านดิน น้ำ ป่า พลังงานทดแทน และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขยายผลสู่เยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการถือว่าวันนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ นำแนวพระราชดำริไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะการบูรณาการเข้าสู่ระบบการศึกษา เนื่องจาก สพฐ.ดูแลนักเรียนหลายล้านคน
พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริสู่การเรียนรู้ 4 ด้าน คือ การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมเผยว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะครบรอบ 100 ปี พระชนมพรรษารัชกาลที่ 9 องค์การยูเนสโกเตรียมประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา
นอกจากนี้ ในงานยังมีการมอบทุนสนับสนุนโครงการสานต่อองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ โดยโรงเรียนหลายแห่งนำเสนอผลงานที่สะท้อนการน้อมนำแนวคิดไปสู่การปฏิบัติจริง เช่น โรงเรียนบ้านวังปลา จัดทำ “สวนผลไม้ดื่มได้” เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้เกษตรพื้นถิ่นและทักษะชีวิต
โรงเรียนบ้านเขามะปริง พัฒนาผลิตภัณฑ์ “น้ำยาล้างจาน วิ๊งว๊าว” จากหลักการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โรงเรียนบ้านบ่อเวฬุ สร้างโครงการครบวงจรตั้งแต่ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ปลา เพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวันและสร้างรายได้เสริม ส่วนโรงเรียนศรียานุสรณ์ นำเสนอการผลิตฮอร์โมนชีวภาพจากเปลือกผลไม้ เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตของพืชและปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
การลงนามและการสนับสนุนในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และสังคม ที่มุ่งสืบสานพระราชดำริด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีเยาวชนเป็นหัวใจสำคัญในการสืบทอดองค์ความรู้สู่อนาคต
