เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
ดูทั้งหมด

สหรัฐสั่งคว่ำบาตรสองบริษัทน้ำมันใหญ่ในรัสเซีย หวังกดดันยุติสงครามยูเครน

23 ต.ค. 2568 | 13:31น.

รัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย 2 บริษัท หวังกดดันรัสเซียจริงจังต่อกระบวนการสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย นับเป็นบทลงโทษทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งแรกต่อประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของทรัมป์เพื่อยุติสงครามยูเครน

ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงกระคลังสหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สัญชาติรัสเซีย 2 บริษัท ได้แก่ Rosneft PJSC และบริษัท Lukoil PJSC เนื่องจาก “รัสเซียขาดความมุ่งมั่นอย่างจริงจังต่อกระบวนการสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน”

มาตรการดังกล่าว ถือเป็นการกลับลำครั้งใหญ่ของทรัมป์ ผู้เคยระงับการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ และประกาศว่า จะเจอปูติน เพื่อดำเนินการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่กรุงบูดาเปสต์ ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์มีความพยายามต่าง ๆ รวมไปถึง การกำหนดเพดานราคาน้ำมันในกลุ่มประเทศ G7 เพื่อจำกัดรายได้ของรัฐบาลรัสเซีย โดยไม่กระทบต่อปริมาณการไหลเวียนของน้ำมัน

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ทรัมป์กลับเปลี่ยนท่าที โดยระงับแผนเจอปูติน โดยกล่าวว่า “ผมไม่ต้องการให้การพบกันนี้เสียเปล่า…” 

ทรัมป์กล่าวในการประชุมกับ มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO ณ ทำเนียบขาวว่า ผมเพียงรู้สึกว่า มันถึงเวลาแล้ว และหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะไม่ถูกบังคับใช้เป็นเวลานาน อีกทั้งคาดว่าสงครามจะได้รับการแก้ไข

“สิ่งเดียวที่ผมสามารถบอกได้คือ ทุกครั้งที่ผมสนทนากับปูติน เรามีการสนทนาที่ดีต่อกัน แต่แล้วก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้น” ทรัมป์กล่าว

สำหรับสองบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร Rosneft เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมี อีกอร์ เซชิน พันธมิตรใกล้ชิดของปูตินเป็นผู้บริหารระดับสูง ขณะที่ Lukoil เป็นบริษัทเอกชน ทั้งสองบริษัทถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุด 2 แห่งในรัสเซีย คิดเป็นสัดส่วนรวมเกือบครึ่งหนึ่งของการส่งออกน้ำมันดิบทั้งหมดของประเทศ ตามการประเมินของบลูมเบิร์ก โดยรายได้จากภาษีน้ำมันและก๊าซคิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของงบประมาณรัฐบาลกลางรัสเซีย

ก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักร (ยูเค) ทำการคว่ำบาตร Rosneft และ Lukoil ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีกำหนดจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ ซึ่งครอบคลุมถึงการห้ามนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในวันนี้ (23 ต.ค.) ส่งผลให้อุปทานน้ำมันของรัสเซียที่จะถูกส่งไปยังอินเดีย ลดลงเกือบเป็นศูนย์

อย่างไรก็ดี โทมัส แกรห์ม นักวิจัยจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้เตือนว่า มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ อาจสร้างผลลัพธ์น้อยกว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังไว้ หากทำเนียบขาวคิดว่าการคว่ำบาตรนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงรากฐาน ในการบริหารของรัฐบาลรัสเซียหรือนโยบายของปูติน พวกเขากำลังหลงผิด และผมไม่คิดว่าพวกเขาจะเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ 

“การคว่ำบาตรนั้นออกฤทธิ์ช้า และรัสเซียก็มีความสามารถสูงในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรลักษณะนี้” โทมัส แกรห์ม กล่าว

เช้าวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น รัสเซียทำการโจมตียูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธหลายระลอก ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย รวมถึงเด็ก และรัสเซียยังคงเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง