ธปท.แก้ประกาศร่วมทุน JVAMC หนุนแก้หนี้ต่ำแสนบาท 2 ล้านราย
วิทัย รัตนากร
ธปท.แก้ประกาศ JVAMC หนุนบทบาทบริษัท บริหารสินทรัพย์ช่วยแก้หนี้ครัวเรือน เผยอยากเห็นดูดซับหนี้เสียในระบบ พร้อมผลักดันแก้หนี้ประชาชนต่ำ 1 แสนบาท คาดเฟสแรกโอนหนี้ 1.5-2 ล้านรายให้ SAM และ บบส.อารีย์ บริหาร คาดมีข้อสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน “BAM SYMPOSIUM 2025 ครั้งที่ 1 NEW ERA OF AMC : พลิกฟื้นสินทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 โดยรวมไม่ดีมากนัก โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ขยายตัว 3% ค่อนข้างดี เพราะมาจากการเร่งส่งออก แต่ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4/2568 จะชะลอตัวลง และน่าจะดีขึ้นในไตรมาสที่ 1/2569 โดย ธปท.ประเมินจีดีพีทั้งปี 2568 จะขยายตัวได้ 2.2% และปี 2569 ขยาตัว 1.6%
อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย เช่น สังคมผู้สูงอายุ การเมือง ธรรมาภิบาล (CG) การศึกษา และหนึ่งปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญ คือหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกว่า 86.6% แม้จะลดลงจากระดับ 90% เป็นผลมาจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ชะลอ ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนปรับลดลง แต่หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นแรงกดดันต่อการบริโภค กำลังซื้ออ่อนแอ และการลงทุนน้อยลง
ทั้งนี้ หากดูหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันอยู่ที่ราว 4% และหนี้กำลังจะเสีย หรือสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM หรือ Stage 2) ราว 8-9% รวมเป็นหนี้เสียประมาณ 11-12% ดังนั้น หากไม่สามารถแก้หนี้เสียตรงนี้ได้ จะกระทบความเป็นอยู่ของคน และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และโอกาสที่จะเศรษฐกิจจะเดินต่อไปได้ยาก ซึ่งปัญหาอยู่ที่ใครจะแก้และใครจะเป็นเจ้าภาพในการดูแลปัญหานี้
โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ (AMC) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยปัจจุบันมี AMC ทั้งหมด 90 แห่ง แต่จะมีจำนวน AMC ที่มีการประกอบธุรกิจสม่ำเสมอ (Active) อยู่ประมาณ 45 แห่ง และมีการดูดซับหนี้เสียในระบบนำมาปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรับ ลดอัตราการผ่อนชำระ และแก้ปัญหาการฟ้องร้อง จากอดีตมีการดูดซับหนี้เสียประมาณ 20% แต่ปัจจุบันเหลือราว 10% ดังนั้น ธปท.อยากเห็น AMC ที่มีการ Active ในการแก้ปัญหาหนี้เสียและดูดซับหนี้มากขึ้น
”เราอยากเห็น AMC มีบทบาทแอ็กทีฟในการดูดซับหนี้เสียมากขึ้น โดยจะเห็นว่า BAM มีสัดส่วนประมาณ 45% ในตลาดในการดูดซับหนี้เสีย และ SAM มีสัดส่วน 15% จะช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน ช่วยเหลือสังคม และเกิดอิมแพ็กต์ โดยเราอยากให้ AMC เข้าระบบบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ NCB จะช่วยให้มีฐานข้อมูลชัดเจนขึ้น และเมื่อแก้หนี้เสร็จเขาจะสามารถกลับเข้าระบบได้”
ดังนั้น ธปท.จะมีการแก้ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ (JVAMC) ภายในอาทิตย์นี้ โดยประกาศดังกล่าวจะคล้ายแนวทางประกาศเดิมที่หมดอายุลงในสิ้นปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะมีการแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงการขยายขอบเขตของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ให้สามารถดำเนินการไดัมากขึ้นจากบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้ ธปท.ร่วมกับรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารไทย (TBA) ในการเจรจาการแก้หนี้ประชาชนต่ำกว่า 1 แสนบาท ที่มีอยู่ราว 4 ล้านราย คาดว่าภายในสัปดาหนี้หรือสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนออกมา โดยเบื้องต้นในเฟสแรกจะมีการโอนหนี้จำนวน 1.5-2 ล้านราย แบ่งเป็น ลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์จำนวน 7 แสนราย ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์ที่เป็นลูกธนาคาร) จำนวน 8 แสนราย และ SFIs อีกราว 4-5 แสนราย
ซึ่งในเฟสแรกจะมีการโอนหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และน็อนแบงก์ที่เป็นบริษัทลูกธนาคาร ไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เป็นผู้ดูแล และหนี้ที่เป็นของ SFIs จะถูกโอนไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด หรือ บบส.อารีย์ ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นผู้บริหารจัดการหนี้ SFIs ส่วนหนี้ของกลุ่มน็อนแบงก์ที่มีอยู่ 1.6 ล้านราย จะดำเนินในเฟสถัดไป
“กระบวนการเจรจาใกล้เสร็จแล้ว เช่นเดียวกับราคารับซื้อกำลังพูดคุยกันอยู่ โดยหลังจากเราแก้ประกาศ JVAMC จะช่วยให้มีผู้เล่นเข้ามามากขึ้น จะช่วยดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี การแก้ไขหนี้ประชาชนต่ำ 1 แสนบาท มองว่าในจำนวนหนี้คงไม่ได้ลดลงมาก แต่จะช่วยจำนวนคนได้เยอะมาก โดย SAM จะเป็น AMC ของ ธปท.ที่จะเป็น Social AMC และ BAM จะเข้ามาช่วยเหลือสังคม นอกจากนี้ เราจะช่วยให้คนเหล่านี้สามารถกลับเข้าระบบเศรษฐกิจใหม่ได้“