เมื่อคุณแม่มาขอเหตุผล ทำไมลูกไม่ผ่านทดลองงาน
คอลัมน์ : SD Talk ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ https://tamrongsakk.blogspot.com
ก่อนหน้านี้ ผมเล่าเรื่องของพนักงานไม่ผ่านทดลองงานไปหลาย ๆ เวอร์ชั่นไปแล้ว ก็มานึกออกว่าเราก็เคยเจอเคสหนึ่งเกี่ยวกับการไม่ผ่านทดลองงานก็เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟังครับ
เรื่องของเรื่องคือมีพนักงานหน่วยงานหนึ่งไม่ผ่านทดลองงาน น้องคนนี้เพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรีไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน เมื่อถึงช่วงประเมินผล 90 วัน หัวหน้าก็ประเมินแล้วน้องไม่ผ่านทดลองงานก็เชิญมาแจ้งผล และบอกให้น้องเขียนใบลาออก น้องก็เขียนใบลาออก
ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นคุณแม่ของน้องคนนี้มาขอพบหัวหน้าของน้องทดลองงาน เพื่อขอทราบเหตุผลว่าทำไมลูกสาวไม่ผ่านทดลองงาน หัวหน้าก็เลยแจ้งมาที่ HR ให้มาช่วยคุยกับคุณแม่ให้หน่อย
ผมก็เลยบอกให้หัวหน้าเชิญคุณแม่ของน้องทดลองงานไปนั่งในห้องประชุมแล้วให้แม่บ้านไปเสิร์ฟกาแฟโดยขอเวลา 15 นาที ระหว่างนั้นผมก็บอกกับหัวหน้าของน้องเพื่อขอข้อมูลการประเมินผลและเรื่องราวทั้งหมดว่าเป็นมายังไง (ก็ผมไม่ใช่หัวหน้าของน้องทดลองงานนี่ครับ)
โชคดีว่าหน่วยงานนี้มีแผนการสอนงานชัดเจน มีข้อมูลชัดเจนว่าน้องมีปัญหาในการทำงานในเรื่องไหนบ้าง แม้จะสอนงานและพูดคุยให้น้องปรับปรุงตัวเองแล้วก็ไม่สามารถบรรจุเป็นพนักงานประจำได้ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าไม่สามารถทำงานได้ตามที่ได้รับมอบหมาย จึงเขียนใบลาออกโดยสมัครใจ
เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ผมกับหัวหน้าคนนี้ก็ไปพบคุณแม่ของน้องทดลองงานเพื่อตอบข้อซักถาม คุณแม่ก็เริ่มต้นว่าลูกสาวเพิ่งจบมาใหม่ก็ต้องขอเวลาในการเรียนรู้การทำงานในชีวิตจริงบ้าง ทำไมบริษัทไม่ให้โอกาสน้องในการปรับตัวในการทำงาน ทำอย่างนี้จะทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเองจะมีผลกับอนาคตของเด็กเชียวนะ ฯลฯ
ทั้งผมและหัวหน้าก็อธิบายเหตุผลและข้อเท็จจริงให้คุณแม่ทราบว่า ลูกของคุณแม่ไม่ผ่านทดลองงานเพราะอะไร โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของลูกสาวมาให้คุณแม่ดู ซึ่งผมก็เข้าใจนะครับว่า คุณแม่ก็ยังคิดเหมือนเดิมว่าบริษัทไม่ให้โอกาสลูกสาว
แต่สุดท้ายก็ต้องยืนยันการตัดสินใจของทางบริษัทให้คุณแม่ทราบ แม้ว่าคุณแม่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม
ผมไม่ทราบว่าถ้าเรื่องนี้เกิดกับบริษัทของท่าน ท่านจะชี้แจงกับคุณแม่หรือไม่
ถ้าจะเอาเรื่องกฎหมายแรงงานมาอ้าง บริษัทไม่ต้องชี้แจงกับคุณแม่ก็ได้นะครับ เพราะแค่ยืนยันใบลาออกที่น้องเขาเขียนเอาไว้แล้วก็จบแล้วล่ะครับ
ผมมีข้อคิดในเรื่องนี้อีกมุมหนึ่งคือ เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมจะรักลูก เข้าข้างลูก ไม่ว่าลูกจะทำดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด ก็ต้อง Support ลูกไว้ก่อน
แต่เมื่อลูกโตขึ้นจนถึงวัยทำงานได้แล้ว พ่อแม่ควรจะต้องปล่อยให้ลูกเติบโตไปในวิถีทางของเขา ให้เขาได้ตัดสินใจในการดำเนินชีวิตของเขาเอง รวมถึงชีวิตการทำงานของลูก พ่อแม่ไม่สามารถตามไปปกป้องลูกได้ตลอดชีวิตหรอกครับ
การตามไปปกป้องลูกขนาดขอเข้าไปพบ HR เพื่อขอทราบเหตุผลว่าทำไมลูกถึงไม่ผ่านทดลองงานนี่ นอกจากจะทำให้บริษัทมองว่าลูกของคุณแม่เป็นเด็กไม่รู้จักโตแล้ว ตัวของเด็กเองก็จะขาดความมั่นใจที่จะยืนได้ด้วยตัวเองนะครับ
หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ลูกเพิ่งจบการศึกษาและเริ่มต้นชีวิตการทำงานครับ