ช้อปดีมีคืน หรือ Easy E-Receipt นับเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคกลุ่มกลาง-บนด้วยการลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งตามข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสมาคมผู้ค้าปลีกไทยประเมินว่า ช่วงปี 2565-2568 โครงการนี้ทำให้แต่ละปีมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 4-7 หมื่นล้านบาท และผู้ค้าปลีกรวมถึงแบรนด์สินค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น 15-30%
แม้ต้นปี 2569 นี้ ภาครัฐจะไม่มีโครงการ ช้อปดีมีคืน หรือ Easy E-Receipt เนื่องจากข้อจำกัดทางการเมือง แต่ยักษ์ค้าปลีกค่ายใหญ่ทั้งเซ็นทรัล, เดอะมอลล์ และซีพี แอ็กซ์ตร้า ต่างพร้อมใจกันจัดแคมเปญ ช้อปดีมีคืน ของตนเองขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยงัดสารพัดกลยุทธ์ทั้งสินค้าราคาพิเศษ คูปองส่วนลด ชิงโชค ฯลฯ มากระตุ้นการจับจ่ายทดแทนการนำยอดใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษี
เดอะมอลล์ กระตุ้นยาวทั้งปี’69
เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “ช้อปดี มีดีลคืน 50% ทั้งปี” ซึ่งประกาศชัดเจนว่าเป็นการทดแทนมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ของภาครัฐ โดยมุ่งเป้าที่สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์ไอที, แก็ดเจต และสินค้าในกูร์เมต์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ โคราช, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์
โดย “ช้อปดี มีดีลคืน 50% ทั้งปี” ของเดอะมอลล์ มีไฮไลต์เป็น Cash Coupon และ e-Coupon รวมสูงสุดกว่า 50% ของมูลค่าที่ใช้จ่าย โดยสามารถนำมาใช้ได้ 1 คูปอง/ใบเสร็จ/เดือน ซึ่งจะได้รับเมื่อสมาชิก M Card ช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ช็อปที่ร้าน IT & GADGET ภายในศูนย์เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช ครบ 20,000 บาทขึ้นไป รับ Cash Coupon มูลค่า 3,300 บาท แบ่งเป็น 300 บาท จำนวน 11 ใบ จำกัด 600 สิทธิตลอดแคมเปญ สามารถนำมาใช้แทนเงินสดที่ร้าน IT & GADGET ที่ร่วมรายการ โดยยอดขั้นต่ำ 600 บาทต่อใบเสร็จ
และเมื่อช็อปที่เพาเวอร์มอลล์ครบ 25,000 บาทขึ้นไป รับ e-Coupon มูลค่า 400 บาท จำนวน 11 ใบ ผ่านทาง M Card Application สำหรับซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในแผนกเพาเวอร์ มอลล์ 800 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์-31 ธันวาคม 2569
ส่วนกูร์เมต์ มาร์เก็ต รับ e-Coupon มูลค่า 1,100 บาท แบ่งเป็นมูลค่า 100 บาท จำนวน 11 ใบ เมื่อช็อปสินค้าครบ 6,000 บาทขึ้นไป/วัน สำหรับซื้อสินค้าครั้งถัดไปในยอดขั้นต่ำ 200 บาท/ใบเสร็จ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์-31 ธันวาคม 2569
“วรลักษณ์ ตุลาภรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า แคมเปญนี้มุ่งมอบ “ความคุ้มค่า” และ “ความพิเศษ” ให้ทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มทราฟฟิกในศูนย์การค้าต่อเนื่อง
“แคมเปญนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ยังสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการรักษาการเติบโตของธุรกิจในปีนี้”
CRC แจกคูปอง+Lucky Draw
ไปในทิศทางเดียวกับเซ็นทรัลและโรบินสันในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่เน้นให้ลูกค้าเห็นความคุ้มค่าที่จับต้องได้ ด้วยสิทธิเงินคืนหลากหลายรูปแบบในแคมเปญเดียว ในแคมเปญ “ช้อป เซ็นทรัล/โรบินสัน ดี มีคืนเพิ่ม” SHOP MORE, GET MORE ระหว่างวันที่ 16 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2569 ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น บิวตี้ ของแต่งบ้าน สินค้าในชีวิตประจำวัน สินค้าของมงคล
โดยมีไฮไลต์เป็นช็อปที่ห้างเซ็นทรัล รับคูปองแทนเงินสดสูงสุด 3,500 บาท และรับเพิ่มคูปองแทนเงินสดพิเศษมูลค่าสูงสุด 2,300 บาท รวมถึงรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 3,300 บาท สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และโปรโมชั่นส่วนลด On Top จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ส่วนห้างโรบินสัน รับคูปองส่วนลดในรายการปกติ พร้อมคูปองเพิ่มพิเศษรวมสูงสุด 1,500 บาท เมื่อช็อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป พร้อม Lucky Draw ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ JAECOO 5 EV และของรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท เมื่อใช้คะแนนแลกรับสิทธิ
“รวิศรา จิราธิวัฒน์” ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มเตรียมซื้อหาของใช้ ของไหว้ รับเทศกาลมงคลครั้งใหญ่อย่าง เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นการช็อปต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ บริษัทจึงตั้งเป้าช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ท่ามกลางความท้าทายจากหลายปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
CPAXT ผนึกอินฟลูฯจัดโรลแบ็ค
ด้านโลตัส ผนึกเพจ Sale Here และ “แก้มบุ๋ม” อินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียด้านความประหยัด ร่วมจัดแคมเปญโรลแบ็คตั้งแต่ต้นปีจนถึง 25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยรวบรวมสินค้าจำเป็น แบรนด์ดัง และสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่โลตัสกว่า 900 รายการ พร้อมสินค้าไฮไลต์เปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์
“วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานส์ฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ผู้บริโภคมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทจึงจัดแคมเปญเพื่อตอบโจทย์ความกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย
พร้อมพลิกโฉมกลยุทธ์สื่อสารด้วยแนวคิด Cocreation ร่วมงานกับ “แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย” ในฐานะ Key Opinion Partner (KOP) รวมถึงเพจ Sale Here และกลุ่ม KOL, KOC และ Promotion Page จากหลายแพลตฟอร์มมาร่วมคัดสรรสินค้าเพื่อย้ำภาพลักษณ์ความคุ้มค่าของแคมเปญโรลแบ็ค
“การทำงานร่วมกันนี้ ทำให้โรลแบ็ค 2026 เป็นการสร้างบทสนทนาเรื่องความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคเชื่อถือและสามารถมีส่วนร่วมได้จริง อีกทั้งยกระดับบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์สู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างสรรค์คุณค่าให้กับผู้บริโภค”