เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
ดูทั้งหมด

ฟินโนมีนาชี้ทองคำพุ่งแรงจากหลายแรงซื้อ เตือนสัญญาณเม่าเข้าตลาดเสี่ยงพักฐาน

30 ม.ค. 2569 | 12:17น.

ฟินโนมีนาชี้แรงซื้อทองคำหลายทิศทางดันราคาขึ้นเร็วเกินพื้นฐาน เตือนสัญญาณเม่าแห่เข้าตลาด เสี่ยงพักฐานระยะสั้น แม้ภาพยาวทองยังได้แรงหนุนจากภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของดอลลาร์ ขณะที่กองทุนทอง–หุ้นเหมืองทองยังดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่อง

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางราคาทองคำการปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปีเป็นลักษณะ “พาราโบลิก” หรือการเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะจากอินเดียและจีน รวมถึงแรงซื้อจากฝั่งคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากมีเหรียญบางส่วนที่นำไปอิงกับทองคำจริง เมื่อบิตคอยน์ไม่เคลื่อนไหว นักลงทุนรุ่นใหม่ในตลาดคริปโทจึงย้ายเงินเข้ามาถือครองทองคำในรูปแบบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แรงซื้อที่ไหลเข้ามาหลายทิศทางพร้อมกัน ถือเป็น “สัญญาณอันตราย” หรือสัญญาณเม่าเข้าตลาด ซึ่งมักนำไปสู่การขายทำกำไรของรายใหญ่ได้ง่าย

“กรอบเป้าหมายระยะยาวที่ผมมองไว้แถว 5,400 ดอลลาร์ ตอนนี้มันถึงแล้วแต่ยังยืนไม่ได้ เพราะฉะนั้นรอบพักฐานมีโอกาสพักแรง มองว่าลงได้ลึกหรือดาวน์ไซด์ยังเยอะอยู่ โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่บริเวณ 4,770 ดอลลาร์ ยังลงได้อีกประมาณ 8% และถ้าลงลึกไปที่แนวรับถัดไปแถว 4,460 ดอลลาร์ ก็จะลงได้ราว 14% ซึ่งถึงลงขนาดนั้นก็ยังถือว่าเป็นขาขึ้นอยู่” นายชยนนท์กล่าว

ส่วนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ระดับสูงสุดเดิมราว 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้ แนวต้านถัดไปอาจอยู่แถว 7,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่ควรให้น้ำหนักกับกรอบนั้นในตอนนี้ ต้องรอดูรอบพักฐานก่อนว่าลงลึกและใช้เวลานานเพียงใด

นายชยนนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นแรงหนุนสำคัญของราคาทองคำ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี มองว่าปัจจัยนี้อาจไม่ยืดเยื้อไปตลอดทั้งปี เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นนักธุรกิจที่ไม่น่าต้องการสงครามจริง และการใช้เกมการเมืองระหว่างประเทศอาจมีเป้าหมายเพื่อการต่อรองทางเศรษฐกิจมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะยาวที่ยังสนับสนุนทองคำคือกระบวนการ “ลดการพึ่งพาดอลลาร์” (De-dollarization) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า และประเด็นคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐเกี่ยวกับภาษีการค้า ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยังไม่มีสินทรัพย์หรือสกุลเงินใดสามารถทำหน้าที่เป็นทุนสำรองแทนดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน นอกจากทองคำ

ทั้งนี้ กระแสการลงทุนในทองคำช่วงที่ผ่านมาได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งในรูปแบบการซื้อขายทองคำโดยตรง และการลงทุนผ่านกองทุนรวมทองคำ รวมถึงกองทุนที่อิงกับหุ้นเหมืองทองและโลหะมีค่าอื่นๆ โดยข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังสะท้อนว่าปีที่ผ่านมา กองทุนทองคำให้ผลตอบแทนเป็นบวกเกือบทั้งหมด

หากเป็นกองทุนทองคำที่ไปลงทุนตาม SPDR Gold Trust ซึ่งถือครองทองคำจริง ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ราว 90% และกองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedging) จะทำผลงานได้ดีกว่า เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนสูงถึง 92% ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) กองทุนทองคำหลายกองให้ผลตอบแทนราว 10-20% โดยกองที่ทำผลงานโดดเด่น เช่น SCBGOLD ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทน YTD เฉลี่ยราว 24% และกองทุน TGOLD ของบลจ.ทิสโก้ ให้ผลตอบแทนราว 26% ซึ่งเป็นกองที่มีผลตอบแทน YTD สูงสุดในกลุ่มกองทุนทองคำ

นอกจากกองทุนทองคำโดยตรงแล้ว ช่วงหลังเริ่มเห็นความนิยมในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเหมืองทองและเหมืองโลหะมีค่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนไม่ต้องการถือทองคำยาว แต่ต้องการเก็งกำไรจากความผันผวนที่สูงกว่า โดยหุ้นเหมืองทองมีค่าเบต้าสูงกว่า 1 กล่าวคือ หากราคาทองปรับขึ้น 1% หุ้นเหมืองอาจปรับขึ้น 2-3% แต่ในทางกลับกัน หากราคาทองปรับลงก็จะลงแรงเช่นกัน

ตัวอย่างกองทุนในกลุ่มนี้ เช่น KT-PRECIOUS ของบลจ.กรุงไทย ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นเหมืองโลหะมีค่า ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูงถึงราว 200% ส่วนผลตอบแทน ขณะที่ YTD อยู่ประมาณ 25% ขณะที่กองทุน A-RING ของบลจ.แอสเซท พลัส ซึ่งเพิ่งจัดตั้งช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีเงื่อนไขว่ารายได้จากทองต้องไม่ต่ำกว่า 25% ของรายได้เหมืองทั้งหมด ให้ผลตอบแทน YTD ราว 22% และแม้เพิ่งเปิดกองได้ไม่ถึง 2 เดือน แต่มีเงินไหลเข้าอย่างรวดเร็ว จนขนาดกองทุนแตะราว 900 ล้านบาท

“มันจะมีนักลงทุนบางกลุ่มที่มองว่าการถือทองคำเฉยๆ ไม่ได้สร้างผลตอบแทน พอเห็นราคาทองขึ้นก็ไม่อยากขัดกับหลักการตัวเอง เลยเลือกไปลงทุนในหุ้นเหมืองทองแทน ซึ่งช่วงหลังเริ่มมีนักลงทุนหันมาสนใจกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเหมืองทองมากขึ้น เพราะบางคนไม่ได้อยากถือทองคำยาว แต่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ผันผวนและให้โอกาสทำผลตอบแทนได้สูงกว่า” นายชยนนท์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน ทอง ราคาทอง