Skip to content

‘BDMS’ ผนึก ‘Lancome’ ชิงความงาม 1.2 ล้านล้าน

05 เม.ย. 2569 | 16:22น.
‘BDMS’ ผนึก ‘Lancome’ ชิงความงาม 1.2 ล้านล้าน

“BDMS Wellness Clinic” ชี้ดีมานด์สุขภาพยังโตแรงสวนเศรษฐกิจ จับมือ “Lancome” ชูโมเดล “Longevity” ผสานสุขภาพ-ความงาม ปลดล็อกตลาด Personal Care & Beauty มูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท ดันไทยขึ้นแท่นฮับ Wellness โลก

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และบีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ต ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่คนส่วนใหญ่มีช่วงเวลาป่วยยาวนานก่อนเสียชีวิต สะท้อนจากปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สูงถึง 50 คนต่อชั่วโมง ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งฝุ่น PM 2.5 ความเครียด และโรคอ้วน ยังเร่งให้ร่างกายเสื่อมเร็วขึ้นถึง 9-10 ปี

เรื่องนี้ไม่เพียงสะท้อนวิกฤตสุขภาพ แต่ยังเป็น “ตัวเร่ง” สำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจเวลเนสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าในปี 2569 ตลาดเวลเนสไทยจะขยายตัว 7.6% มีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ติดอันดับ 7 ของโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “Reactive Healthcare” หรือการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่ “Preventive & Proactive Health” หรือการป้องกันก่อนเกิดโรคอย่างชัดเจน

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจะกระทบกำลังซื้อในระยะสั้น แต่ “ดีมานด์ด้านสุขภาพ” ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติระดับบนที่ยังมีกำลังซื้อสูง และมีแนวโน้มใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

13-22

ทั้งนี้เห็นได้จากพฤติกรรมผู้ใช้บริการ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ที่เปลี่ยนจากการเดินทางระยะสั้น เป็นการพำนักระยะยาวมากขึ้น จากเดิม 1-2 สัปดาห์ ขยายเป็น 1 เดือน พร้อมกระจายการใช้จ่ายไปยังหลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต

“สาเหตุที่ธุรกิจเวลเนสยังคงเติบโตสวนกระแส และถูกมองเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตา เพราะสำหรับผู้บริโภคปัจจุบันและอนาคต สุขภาพไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริโภคยินดีลงทุน แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน”

ด้วยเหตุนี้ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก จึงร่วมมือกับ “ลังโคม” (Lancome) ภายใต้แนวคิด “Timeless Beauty, Timeless Longevity” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือเชิงการตลาด สู่การวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้าง Wellness Ecosystem เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก

พร้อมตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่ “Land of Longevity” หรือศูนย์กลางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันระดับโลก

ด้านนายแพทริค จีโร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลอรีอัล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าความงามแบรนด์ลังโคม ย้ำว่า ตลาดความงามไทยมีศักยภาพสูง โดยปี 2569 นี้ มีแนวโน้มเติบโตถึง 11% ขณะที่ค่าเฉลี่ยการเติบโตของตลาดโลกอยู่ที่เพียง 3.5% พร้อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์รองรับมากขึ้น

บริษัทจึงนำแนวคิด L’Oreal Longevity Integrative Science มาพัฒนานวัตกรรมดูแลผิว พร้อมใช้ AI และเทคโนโลยีวิเคราะห์ผิว เพื่อคาดการณ์แนวโน้มปัญหาในอนาคต ผิวไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นอวัยวะที่สะท้อนสุขภาพ

ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนแนวคิด “Longevity Inside-Out” ที่ผสานการดูแลสุขภาพจากภายในและภายนอก ขณะเดียวกัน เทรนด์ความงามกำลังเปลี่ยนจากแค่รูปลักษณ์ภายนอกไปสู่ผลลัพธ์ที่เพิ่มคุณภาพชีวิต ด้วยการนำการแพทย์มาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทั้งความงามและคุณภาพชีวิต เช่น ภาวะหนังตาตกที่กระทบการมองเห็นด้วย เป็นต้น