เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ม.หอการค้า ประเมินสงครามการค้าทุบมูลค่าส่งออกไทยหาย 351-2,881 ล้านดอลลาร์ ลด 0.14-1.13%

08 ส.ค. 2561 | 09:29น.

ม.หอการค้า ประเมินสงครามการค้าทุบมูลค่าส่งออกไทยหาย 351-2,881 ล้านดอลลาร์ ลด 0.14-1.13% และจีดีพีหด 0.12-1.02% แต่ส่งออกปี 61 ยังโต 8.1% คาดหากสหรัฐขึ้นภาษียานยนต์และชิ้นส่วนทำให้ส่งออกลดอีก 1-2%

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้ทำการวิเคราะห์ที่มีผลกระทบต่อการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 พบว่าจะทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยลดลง 351 ล้านดอลลาร์สหรัฐถึง 2,881 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 0.14-1.13% และกระทบต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลดลง 0.12-1.02% แบ่งออกเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่ 1 หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยเก็บเพิ่มอัตรา 25% และเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป (อียู) เพิ่ม 20% ซึ่งจีนและอียูตอบโต้สหรัฐจะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลง 351 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 0.14% และจีดีพีลด 0.12%

กรณีที่ 2 หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ในอัตรา 25% และเก็บภาษีนำเข้าจากอียูมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ในอัตรา 10% ซึ่งจีนและอียูตอบโต้สหรัฐ จะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลง 597 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 0.23% และจีดีพีลด 0.21% และกรณี 3 ซึ่งเป็นกรณีเลวร้ายสุดและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นน้อยสุด คือ สหรัฐเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 25% กับทุกประเทศและประเทศต่างๆตอบโต้ จะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลง 2,881 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 1.13% และจีดีพีลด 1.02%

“ทั้ง 3 กรณี คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้ในกรณีที่ 1 กับกรณีที่ 2 ส่วนกรณีสุดท้ายน่าจะเกิดขึ้นได้ยากสุด เพราะสหรัฐพุ่งเป้าที่จะแก้ปัญหาทางการค้ากับจีนเป็นหลัก ซึ่งการส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบเพราะมีสินค้าที่ส่งออกเป็นซัพพลายเชนให้กับจีน” นายอัทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ยังได้ติดตามการที่สหรัฐจะใช้มาตรการทางภาษีกับสินค้ารถยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้ในปี 2562 ซึ่งจะเป็นผลกระทบไปทั่วโลก เพราะสินค้ายานยนต์เป็นกลุ่มการส่งออกใหญ่ที่มีซัพพลายเชนไปทั่วโลก โดยประเมินเบื้องต้นหากสหรัฐใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนจริง จะกระทบทำให้การส่งออกไทยลดลงประมาณ 1-2% นอกจากนี้สงครามการค้ายังกระทบต่อไปถึงค่าเงินของแต่ละประเทศ ที่จะกลายเป็นสงครามค่าเงินต่อไป ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศพยายามทำให้ค่าเงินอ่อนค่า เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

ทั้งนี้ ศูนย์ฯได้ประเมินค่าเงินบาทของไทยหลังเกิดสงครามการค้า ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2561 ที่สหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% และ 10% กับสินค้าจีนและประเทศคู่ค้ามีการตอบโต้ พบว่าค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 33.29 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าเป็นอันดับ 3 โดยค่าเงินหยวนจีนอ่อนค่ามากสุดอยู่ที่ 6.71 บาท/หยวน

สำหรับการส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งได้รวมผลกระทบจากสงครามการค้าที่อาจจจะเกิดขึ้นแล้ว คาดว่าจะมีมูลค่า 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.5% เป็นการขยายตัวแบบชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรกที่การส่งออกไทยขยายตัว 11% ส่งผลให้การส่งออกไทยปี 2561 มีมูลค่า 2.55 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.1% โดยมีปัจจัยบวก คือ เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโต แม้บางประเทศจะเติบโตในระดับต่ำกว่าปี 2560 เช่น จีน ญี่ปุ่น อียู สหรัฐต่อสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ให้ไทย และค่าเงินบาทอ่อนค่า

ด้านปัจจัยลบที่มีผลต่อการส่งออกไทย นอกจากเรื่องสงครามการค้าแล้ว ต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นถึง 90 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทางอิหร่าน ที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 2561 โดยห้ามบริษัทของสหรัฐทำการค้าขายและซื้อขายทอง และสหรัฐจะเริ่มการห้ามซื้อขายน้ำมันดิบกับทางอิหร่านในวันที่ 4 พ.ย. 2561 ด้วย ทำให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น และราคาสินค้าเกษตรของไทยตกต่ำ