เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ทรัมป์สั่งสอบ บ.น้ำมันรายใหญ่ ชี้ราคาหน้าปั๊มลวงประชาชน หลังน้ำมันดิบราคาลง

24 มิ.ย. 2569 | 17:15น.

ทรัมป์สั่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) สอบสวนบริษัทน้ำมันเบนซินในสหรัฐ หลังข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง แต่ราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มในสหรัฐยังปรับลดลงไม่สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่บริษัทซื้อมา นับเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) ตรวจสอบบริษัทน้ำมันที่ไม่ลดราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มลงให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงแล้ว โดยกล่าวหาว่า บริษัทเหล่านั้นเอาเปรียบลูกค้า

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูทโซเชียลวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ระบุว่า กลุ่มบริษัทน้ำมันรายใหญ่ ไม่ปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่บริษัทซื้อมาในราคาถูกมาก โดยราคาน้ำมันดิบปรับลดลงแล้วอย่างมากและรวดเร็ว

“กล่าวอีกนัยคือ ลูกค้ากำลังถูกเอาเปรียบ ผมสั่งให้ DOJ เริ่มตรวจสอบเรื่องนี้โดยทันที ราคาน้ำมันควรต้องลดลงเร็วกว่าที่เห็นอยู่นี้” ทรัมป์ระบุ

คาเรน ยัง นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์นโยบายพลังงานโลก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางการเมือง และไม่ใช่กลไลการทำงานของราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐอย่างแท้จริง

“ยังมีภาษีที่จัดเก็บโดยรัฐและโดยท้องถิ่น (SALT) ที่นำมาใช้กับราคาน้ำมันหน้าปั๊มในสหรัฐอยู่ … และจริง ๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับโรงกลั่นน้ำมันด้วย จะต้องรอประมาณ 2-3 สัปดาห์ กว่าที่ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจะส่งผลต่อราคา ณ โรงกลั่น จากนั้นจึงเป็นคิวราคาปลีกของผู้บริโภคในท้ายที่สุด” ยัง กล่าว

ข้อมูลจาก GasBuddy ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันค้นหาปั๊มและเปรียบเทียบราคาน้ำมันในสหรัฐและแคนาดา ระบุว่า วันที่ 24 มิ.ย. ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐอยู่ที่ 3.906 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน ลดลงมากกว่า 14% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือน พ.ค. โดยเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบลดลงถึง 23%

ในวันเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบมาตรฐานสากล สำหรับการส่งมอบเดือน ส.ค. ลดลง 0.91% จากวันก่อนหน้า เหลือ 76.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 0.94% เหลือ 72.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบที่ลดลง เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. สหรัฐและอิหร่านลงนามอย่างเป็นทางการในบันทึกความเข้าใจ (MOU) สันติภาพระยะแรก และต่อมามีการเจรจาสันติภาพระยะที่ 2 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซกว่า 1 ใน 5 ของโลก เปิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ปิดเกือบสมบูรณ์ตลอดระยะเวลาความขัดแย้งซึ่งปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

แม้ราคาน้ำมันแบบขายปลีกเฉลี่ย มีราคาลดลง 14% ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. แต่ราคายังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลในรอบ 5 ปี ตามข้อมูลของสมาคมยานยนต์สหรัฐ (AAA) โดยราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มสหรัฐที่บันทึกไว้เมื่อเดือน ม.ค. ก่อนความขัดแย้งในอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้น อยู่ที่ราว 2.764 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน

ราคาน้ำมันที่ยังสูงอยู่ กลายเป็นจุดอ่อนทางการเมืองสำหรับพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ โดยพรรคเดโมแครตซึ่งชูประเด็นค่าครองชีพ ได้หยิบเอาราคาน้ำมันมาเป็นประเด็นหลักในการโจมตี

ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐยังระบุว่า ปริมาณน้ำมันเบนซินในคลังของโรงกลั่นน้ำมัน บริษัทเทรดดิ้งน้ำมัน และผู้ค้าส่งน้ำมันที่จัดหาน้ำมันให้กับปั๊มน้ำมัน ยังคงมีปริมาณสำรองอยู่ในระดับต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2014

ที่มา : Bloomberg, CNBC, Reuters