เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
นับถอยหลัง ‘เลือกตั้งประกันสังคม’ 11 ต.ค.นี้ ‘จุลพันธ์’ ตรวจความพร้อม กางแผนสำรองรับมือน้ำท่วม
News นับถอยหลัง ‘เลือกตั้งประกันสังคม’ 11 ต.ค.นี้ ‘จุลพันธ์’ ตรวจความพร้อม กางแผนสำรองรับมือน้ำท่วม
“โฆษกรัฐบาล“ กระตุก “สสส.”ชี้ งบ4,000 ล้าน เพื่อสุขภาพทุกคน ไม่ใช่ “จัดอบรม-ซื้อโฆษณา”
Politics “โฆษกรัฐบาล“ กระตุก “สสส.”ชี้ งบ4,000 ล้าน เพื่อสุขภาพทุกคน ไม่ใช่ “จัดอบรม-ซื้อโฆษณา”
ปริศนา ! ไวน์การบินไทย ยันงบฯ ซื้อแค่ ปีละ 100 กว่าล้าน
Business ปริศนา ! ไวน์การบินไทย ยันงบฯ ซื้อแค่ ปีละ 100 กว่าล้าน
‘เอกนิติ’ ต้อนรับ ‘จอร์เจียวา’ ไทยหวังสะเทือนโลก ประชุม IMF–World Bank
Finance ‘เอกนิติ’ ต้อนรับ ‘จอร์เจียวา’ ไทยหวังสะเทือนโลก ประชุม IMF–World Bank
ดูทั้งหมด

ม็อบลุ่มน้ำกก ยื่นกงสุลจีน จ.เชียงใหม่ หยุดจีนสีเทาปล่อยโลหะหนักกระทบนับล้าน

06 ก.ค. 2569 | 13:36น.

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำกก จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงประธานาธิบดีจีน 4 ข้อ ผ่านกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ หยุดจีนสีเทาปล่อยโลหะหนักกระทบนับล้าน ชี้เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ แก้ไขวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนนี้อย่างจริงจัง

​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. กลุ่ม “เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง” ประมาณ 20 คน ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน

โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเข้ามาควบคุมดูแลและตรวจสอบกิจกรรมเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในประเทศเมียนมา ที่มีการปล่อยสารโลหะหนักข้ามพรมแดนลงสู่แม่น้ำสายหลักในภาคเหนือของไทย แต่ในระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังปักหลักรอการยื่นหนังสือ ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ากระชับพื้นที่และผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม จนเกิดการปะทะกันขึ้น ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนจำนวนมาก ส่งผลให้แกนนำเยาวชนที่ยืนถือป้ายรณรงค์ 2 ราย ถูกแรงผลักอย่างรุนแรง ล้มลงกระแทกพื้นจนได้รับบาดเจ็บ และมีการยืนยันในเบื้องต้นว่ามีผู้บาดเจ็บแขนหัก 2 ราย

​นายสายัณห์ ข้ามหนึ่ง ผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต และแกนนำเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า “ค่อนข้างเสียใจกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ น้อง ๆ ถือป้าย 2 คนถูกผลัก ตอนนี้ได้รับแจ้งว่าแขนหัก ซึ่งพวกเราไม่ได้ดันเข้าไปเพื่อที่จะชุลมุนหรือบุกรุก เรายืนยันแล้วว่าจะอยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ และเจตนาคือการมายื่นหนังสือเดือดร้อน ไม่ได้มาประท้วงรุนแรง ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญกับการใช้ความรุนแรงต่อหน้าสื่อมวลชนขนาดนี้”

​สำหรับเนื้อหาในหนังสือร้องเรียนที่เครือข่ายฯ นำมายื่นในวันนี้ ระบุว่า ปัจจุบันวิกฤตสารพิษประเภทโลหะหนัก ทั้งสารตะกั่ว ปรอท และสารหนู ที่ไหลมาจากเหมืองแร่สัญชาติจีนในเมียนมา ได้สร้างความเสียหายข้ามพรมแดนอย่างมหาศาล โดยส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมลุ่มน้ำโขงกว่า 110,000 ไร่ ชาวประมงพื้นบ้านใน 60 หมู่บ้านต้องสูญเสียอาชีพเนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือนห้ามบริโภคสัตว์น้ำที่ปนเปื้อนสารพิษสะสมระยะยาวคล้ายโรคมินามาตะ

​นายสายัณห์กล่าวว่า นอกจากนี้ ในเขตตัวเมืองเชียงราย ประชาชนกว่า 40,000 ครัวเรือน หรือราว 120,000 คน ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการใช้น้ำประปาที่ปนเปื้อนสารโลหะหนัก จนการประปาส่วนภูมิภาคเชียงรายต้องเร่งหาแหล่งน้ำดิบใหม่ ขณะที่พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมพังทลาย มีพื้นที่เพาะปลูกในลุ่มน้ำโขงได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำดิบปนเปื้อนสารเคมีไปแล้วกว่า 110,000 ไร่ ส่งผลต่อความปลอดภัยของพืชผลทางการเกษตรที่จะส่งออกสู่ท้องตลาดและผู้บริโภคทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันภาคประมงพื้นบ้าน ชาวประมงใน 60 หมู่บ้านต้องสูญเสียรายใหญ่และอาชีพอย่างสิ้นเชิง หลังทางกระทรวงสาธารณสุขสั่งงดบริโภคสัตว์น้ำทุกชนิดในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อน สารพิษเหล่านี้ได้เข้าไปทำลายห่วงโซ่อาหารของชุมชนตั้งแต่ฐานราก โดยภาพรวมมีประชากรลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบในฝั่งไทย (เชียงราย-เชียงใหม่) อาจสูงเกิน 1 ล้านคน

ซึ่งหากประเมินภาพรวมประชากรลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด อาจสูงเกินกว่า 1 ล้านคน

​ทางเครือข่ายฯ จึงได้ยื่น 4 ข้อเรียกร้องหลักถึงรัฐบาลจีน ได้แก่

1.ให้รัฐบาลจีนใช้อำนาจกำกับดูแลและยุติการสนับสนุนกลุ่มทุนจีนที่ทำเหมืองแร่ปล่อยมลพิษข้ามพรมแดน

2.ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) แหล่งที่มาของแร่ทุกชนิดที่นำเข้าจากเมียนมาผ่านไทยไปจีน

3.เรียกร้องให้ทางการจีนใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (MLC) ในการลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนและวางแผนฟื้นฟูเยียวยา

4.จัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบร่วมพหุภาคีรวมถึงตัวแทนประเทศไทย เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองแร่ในเมียนมาอย่างโปร่งใส

​ทั้งนี้ นายสายันต์ระบุด้วยว่า หลังจากนี้ทางเครือข่ายฯ มีแผนจะยกระดับการเคลื่อนไหว โดยเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของไทยโดยตรง เนื่องจากมองว่ารัฐบาลไทยยังไม่ได้ให้ความสนใจหรือยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนนี้อย่างจริงจังเท่าที่ควร

​อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสถานกงสุลใหญ่จีนไม่ได้ส่งตัวแทนออกมารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว ทำให้ทางกลุ่มเครือข่ายฯ ตัดสินใจเปลี่ยนแผนด้วยการยื่นหนังสือผ่าน นายบุรินทร์ ใจจะนะ ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ช่วยประสานงานและส่งต่อหนังสือฉบับนี้ไปยังกงสุลจีนตามลำดับต่อไป