เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,900 บาท
เปิดรายละเอียด ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มขาย 31 ก.ค. 69 ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท
Finance เปิดรายละเอียด ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มขาย 31 ก.ค. 69 ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท
ศุภจี เปิดผลเจรจาสหรัฐล่าสุด 3 ข้อ ดันไทยลงทุนพลังงาน-เกษตรเพิ่ม ลดนำเข้าเครื่องบิน
Economic ศุภจี เปิดผลเจรจาสหรัฐล่าสุด 3 ข้อ ดันไทยลงทุนพลังงาน-เกษตรเพิ่ม ลดนำเข้าเครื่องบิน
“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว ถกบอร์ด ททท. มอบ 7 นโยบายเชิงรุก พร้อม 3 บิ๊กโปรเจ็กต์บูสต์ท่องเที่ยวไฮซีซั่น
Business “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว ถกบอร์ด ททท. มอบ 7 นโยบายเชิงรุก พร้อม 3 บิ๊กโปรเจ็กต์บูสต์ท่องเที่ยวไฮซีซั่น
สศค. ชี้ส่งออกเดือน มิ.ย. ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง
Economic สศค. ชี้ส่งออกเดือน มิ.ย. ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เปิดตัว North Star Park – BISA โรงเรียนนานาชาติสำหรับนักเรียน–นักกีฬา
Uncategorized เปิดตัว North Star Park – BISA โรงเรียนนานาชาติสำหรับนักเรียน–นักกีฬา
‘The Odyssey’ สัปดาห์ที่ 2 ทุบสติถิรายได้หนังตลอดกาล คริสโตเฟอร์ โนแลน
SD ‘The Odyssey’ สัปดาห์ที่ 2 ทุบสติถิรายได้หนังตลอดกาล คริสโตเฟอร์ โนแลน
กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟบ้านใหม่ ดัน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย-ขยายสิทธิบ้านเช่า หอพัก
Economic กกพ. เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟบ้านใหม่ ดัน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย-ขยายสิทธิบ้านเช่า หอพัก
สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน ‘Matcha Meets Tea’ ส่งตรงจากอาซากุซะและอุจิ
Biz Movement สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน ‘Matcha Meets Tea’ ส่งตรงจากอาซากุซะและอุจิ
ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
Politics ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
ดูทั้งหมด

No Peaceful Way Out ตลาดทุนไร้เชื้อเพลิง ท่ามกลางความหวังสงบศึกที่เลือนราง

24 ก.ค. 2569 | 10:46น.
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : ธนธัช ศรีสวัสดิ์ 
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาร้อนระอุอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม เมื่อสหรัฐและอิหร่านเปิดศึกช่วงชิงอำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซ การปะทะที่ทวีความรุนแรงขึ้น และเหตุโจมตีเรือขนส่งหลายลำระหว่างผ่านเส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณการเดินเรือลดลงจนเข้าใกล้ระดับหยุดชะงักสมบูรณ์อีกครั้ง และยังไม่มีสัญญาณว่าความตึงเครียดจะคลี่คลายในระยะอันใกล้

สถานการณ์ปัจจุบันสอดคล้องกับมุมมองที่เราเคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MOU) มีความเปราะบางสูง และอาจเป็นเพียงการซื้อเวลาของทั้งสองฝ่ายมากกว่าจะเป็นการคลี่คลายปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะจุดยืนอันแข็งกร้าวของอิหร่านที่ยืนกรานว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบทุกลำต้องอยู่ภายใต้การกำกับของตน

ผลที่ตามมาคือภาวะตึงตัวด้านอุปทานที่ยังดำเนินต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้นานาประเทศคาดว่าความไม่สงบจะยุติลงในเวลาไม่นาน จึงเร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกมาชดเชยอุปทานจากตะวันออกกลางที่หายไป อย่างไรก็ตาม คลังสำรองหลายแห่งกลับลดลงจนเข้าใกล้ระดับต่ำสุดที่สามารถดำเนินงานได้แล้ว 

ในกรณีสหรัฐ ซึ่งมีระบบรายงานข้อมูลพลังงานที่โปร่งใสและรวดเร็วที่สุด ปริมาณน้ำมันคงคลังลดลงมากกว่า 190 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่ต้นปี ถือเป็นการปรับลดลงในครึ่งแรกของปีที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ โดยปกติในครึ่งแรกของปีคลังน้ำมันสหรัฐมักเพิ่มขึ้นราว 35 ล้านบาร์เรล ขณะที่ในปี 2020 ซึ่งทั่วโลกเผชิญกับมาตรการล็อกดาวน์และความต้องการใช้น้ำมันทรุดตัวอย่างรุนแรงฉับพลัน คลังน้ำมันกลับเพิ่มขึ้นกว่า 207 ล้านบาร์เรล หรือสูงกว่าแนวโน้มปกติราว 170 ล้านบาร์เรล 

แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับตรงข้าม สงครามทำให้อุปทานจากตะวันออกกลางหยุดชะงักกะทันหัน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันคงคลังลดลงมากกว่า 190 ล้านบาร์เรล หรือต่ำกว่าระดับแนวโน้มปกติถึง 225 ล้านบาร์เรล กล่าวได้ว่าตลาดน้ำมันกำลังเผชิญภาวะไร้สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่รุนแรงยิ่งกว่าช่วงวิกฤตโควิดเสียอีก

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดช่วงที่ผ่านมากลับยังไม่สะท้อนความตึงตัวดังกล่าวอย่างเต็มที่ สาเหตุหลักมาจากมุมมองเชิงลบของนักลงทุนในตลาดการเงิน (Bearish) ที่อยู่ในระดับรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราส่วน Long to Short ณ สิ้นเดือนมิถุนายนลดลงเหลือเพียง 0.2 เท่า ต่ำกว่าระดับปกติที่ 2-5 เท่าอย่างมาก และต่ำกว่าระดับ 0.3 เท่าในเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเผชิญภาวะ Panic Selloff จากวิกฤตโควิดด้วยซ้ำ  

การที่ราคาน้ำมันต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมากเช่นนี้ ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาตลาดกับแบบจำลองราคาน้ำมันของ ESU ซึ่งประเมินมูลค่าที่เหมาะสมไว้ราว 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กว้างขึ้นถึง 30-40% ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ระดับราคาน้ำมันต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (Fair Price) มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หากไม่นับช่วง Panic Sell ในช่วงต้นวิกฤตโควิด

ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับระดับน้ำมันคงคลังทั่วโลกที่ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับ Sentiment ของตลาดที่ยังเชื่อว่าราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงต่อ 

TISCO ESU จึงมองว่าความเสี่ยงของราคาน้ำมันในระยะข้างหน้ามีน้ำหนักโน้มไปทางด้านสูง (Skewed to the Upside) อย่างมีนัยสำคัญ 

ด้วยเหตุนี้เราจึงแนะนำ Overweight หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหลัก พร้อมคงมุมมองเชิงบวกต่อสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม ซึ่งมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และยังทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์สำหรับกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สถานีลงทุน