เปิดวิชั่น ‘นายกบ้านจัดสรร’ มุ่งอสังหาฯรักษ์โลก-จัดระเบียบต่างชาติ
การประชุมใหญ่สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) คํ่าคืนวันที่ 15 กันยายน 2569 มีมติให้ “สุนทร สถาพร” นั่งนายกสมาคม ต่ออีกวาระระหว่างปี 2569-2571 ประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ฟื้นฟูตลาดที่อยู่อาศัย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทุกขนาด และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยที่มี “ดิจิทัล-กรีน” เป็นหัวใจสำคัญ
“สุนทร” กล่าวว่า ยังคงเดินหน้าสร้างรากฐานให้อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทยแข่งขันได้ในระยะยาว ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคการเงิน และผู้ประกอบการทุกขนาดอย่างใกล้ชิด โดยระยะสั้นเน้นประคับประคองตลาด ปลดล็อกอุปสรรค ติดตามผลมาตรการ LTV การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อให้มาตรการสามารถส่งผ่านไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการจริง รวมถึงจะร่วมกับรัฐจัดระเบียบการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติให้มีความชัดเจน โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ เพื่อให้การลงทุนและการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติอยู่บนระบบที่ถูกต้อง
ระยะกลางจะเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อและลดความเหลื่อมล้ำของผู้ประกอบการ สมาคมจะเสนอแนวทาง ปรับโครงสร้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ตามศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงอัพสกิล-รีสกิลผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และ Green Innovation เพิ่ม Productivity และแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อย่างเป็นธรรม
ระยะยาวเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero โดยใช้เทคโนโลยีช่วยลดการใช้พลังงานและคาร์บอนฟุตพรินต์ของบ้านและโครงการที่อยู่อาศัย พร้อมร่วมมือกับรัฐผลักดันกฎหมายและมาตรฐานใหม่ ๆ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานที่อยู่อาศัยไทย เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้ธุรกิจบ้านจัดสรรเติบโต แต่ต้องการสร้างอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทยให้แข็งแรง มีนวัตกรรม ยั่งยืน
“สุนทร” ประเมินตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 4/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ แต่ยังเป็นการฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไปและเลือกซื้อ ไม่ใช่การฟื้นตัวแบบหวือหวา สะท้อนจากข้อมูลการโอนครึ่งปีแรกของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า ทั่วประเทศอยู่ที่ 167,665 หน่วย เพิ่ม 17.6% มูลค่า 429,839 ล้านบาท เพิ่ม 9.8% บ้านจัดสรรยังเป็นตลาดหลัก 70% ขณะที่คอนโดฯเติบโตเร็วกว่าในเชิงจำนวนและมูลค่า แต่ที่น่าสนใจบ้านมือสองมีสัดส่วนถึง 63% สะท้อนเรียลดีมานด์ยังมีอยู่ แต่ผู้ซื้อให้ความสำคัญราคา ความคุ้มค่า และทำเลมากขึ้น ขณะที่ตลาดต่างชาติชะลอตัว โดยครึ่งปีแรกโอนคอนโดฯลดลง 8.8% จึงต้องเน้นคุณภาพของดีมานด์มากกว่าปริมาณ ส่วนปี 2570 REIC คาดมูลค่าการโอนจะโต 3.1% แตะ 908,358 ล้านบาท แต่จำนวนหน่วยลด 0.9% สะท้อนว่าตลาดปีหน้าจะเป็นการฟื้นแบบมีคุณภาพมากกว่าการขยายตัวด้านจำนวน