‘เวียตเจ็ท’ ชูโมเดลเชื่อมภูมิภาค สู่เครือข่ายการบินระหว่างประเทศ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเป็นแรงหนุนให้สายการบิน “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” เดินหน้าเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่มีศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เติบโต พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านตารางบินเพื่อเชื่อมโยงผู้คนสู่จุดหมายปลายทางทั่วประเทศ
ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 12 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจากภูเก็ต สู่เชียงใหม่ และเชียงราย
พร้อมทั้งขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ไทเป กัมพูชา อินเดีย เกาหลีใต้ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค
ชูโมเดล Sky ConX เชื่อมต่อ ตปท.
“วรเนติ หล้าพระบาง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ให้สัมภาษณ์ว่าเวียตเจ็ทไทยแลนด์พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศ โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการใหม่ เรียกว่า Sky ConX (สกายคอนเน็กซ์) เป็นระบบ Check-Thru Service
ผู้โดยสารสามารถเช็กอินและโหลดสัมภาระเพียงครั้งเดียวที่สนามบินต้นทาง พร้อมรับบอร์ดิ้งพาสและรับสัมภาระ ณ สนามบินปลายทาง โดยไม่ต้องเช็กอินหรือรับกระเป๋าซ้ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วยเพิ่มความสะดวกและเพิ่มทางเลือกสำหรับการเดินทางของคนไทยในส่วนภูมิภาคไปสู่จุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชียให้ง่ายขึ้น
โดยเริ่มต้นจากการเปิดเส้นทางบินเชื่อมต่อจากสนามบินอุดรธานี ผ่านสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิไปยัง 3 ประเทศ ประกอบด้วย ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเวียดนาม ผู้โดยสารในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียงสามารถบินไปเที่ยวญี่ปุ่น ไต้หวัน และเวียดนามได้ง่าย ๆ ด้วยบริการ Sky ConX เช็กอินและโหลดสัมภาระเพียงครั้งเดียวที่สนามบินอุดรธานี พร้อมรับบอร์ดิ้งพาสและรับสัมภาระ ณ สนามบินปลายทาง
“ผู้โดยสารสามารถบินเส้นทางอุดรธานี-กรุงเทพฯ-โตเกียว, อุดรธานี-กรุงเทพฯ-โอซากา, อุดรธานี-กรุงเทพฯ-ฟูกูโอกะ, อุดรธานี-กรุงเทพฯ-ไทเป (ไต้หวัน) และอุดรธานี-กรุงเทพฯ-ดานัง (เวียดนาม) ได้ง่ายขึ้น แบบเช็กอินครั้งเดียว โหลดกระเป๋าครั้งเดียวแล้วไปรับกระเป๋าที่ปลายทาง โดยมีเวลาช็อปปิ้งที่สนามบินสุวรรณภูมิระหว่างรอต่อเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมง”
เช่นเดียวกันขากลับที่ผู้โดยสารเช็กอินและโหลดกระเป๋าจากโตเกียว, โอซากา, ฟูกูโอกะ, ไทเป และดานัง แล้วรับกระเป๋าทีเดียวที่สนามบินปลายทาง (อุดรธานี)
ขณะเดียวกันก็มีแผนเพิ่มความถี่เส้นทางบินอุดรธานี-สุวรรณภูมิ จาก 2 เที่ยวบินต่อวันเป็น 5 เที่ยวบินต่อวัน โดยมีแผนเพิ่มเที่ยวบินที่ 3 ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป จากนั้นจะเพิ่มเที่ยวบินที่ 4 ในเดือนกันยายน และเพิ่มเที่ยวบินที่ 5 ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 2570
“การเพิ่มเที่ยวบินนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการในเฟสที่ 2 เพื่อพัฒนาศักยภาพสนามบินอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน หลังจากที่ในเฟสแรกได้เริ่มโครงการ Sky ConX เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากอุดรธานีผ่านสุวรรณภูมิไปยังต่างประเทศ”
ขยายโมเดลสู่ “ขอนแก่น-สุราษฎร์ฯ”
“วรเนติ” บอกว่า ที่เลือกอุดรธานีเป็นโมเดลต้นแบบในการเชื่อมต่อผู้โดยสารจากส่วนภูมิภาคสู่เส้นทางระหว่างประเทศ เพราะเป็นจังหวัดที่มีประชากรมาก มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และมีอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน และเวียดนามเข้ามาได้
หากโมเดล “อุดรธานี” ได้รับการตอบรับที่ดี เวียตเจ็ทไทยแลนด์มีแผนที่จะขยายบริการ Sky ConX ไปยังท่าอากาศยานภูมิภาคอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก เช่น ขอนแก่น ซึ่งกำหนดไว้ในช่วงปลายปีนี้ และสุราษฎร์ธานี ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี 2567
ประกอบด้วยเส้นทางขอนแก่น-กรุงเทพฯ-โตเกียว, ขอนแก่น-กรุงเทพฯ-โอซากา, ขอนแก่น -กรุงเทพฯ-ฟูกูโอกะ, ขอนแก่น-กรุงเทพฯ-ไทเป (ไต้หวัน) ขอนแก่น-กรุงเทพฯ-ดานัง (เวียดนาม) และเส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ-โตเกียว, สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ-โอซากา, สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ-ฟูกูโอกะ, สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ-ไทเป (ไต้หวัน) สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ-ดานัง (เวียดนาม) เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศปลายทางสู่จังหวัดในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย และเชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยสู่เครือข่ายการบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์
“การขยายโมเดล Sky ConX ไปจังหวัดอื่นนั้นขึ้นอยู่กับการตอบรับของจังหวัดอุดรธานีด้วย หากผลตอบรับดีเราก็จะดำเนินตามแผนที่วางไว้ ซึ่งหากเป็นไปตามนั้นเราก็จะเพิ่มเที่ยวบินเส้นทางขอนแก่น-สุวรรณภูมิ และสุราษฎร์ธานี-สุวรรณภูมิด้วยเช่นกัน”
จับตาราคาน้ำมันเจ็ตโลก
ต่อคำถามเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ในขณะนี้ว่ามีผลกระทบต่อการดำเนินงานแค่ไหน “วรเนติ” ระบุว่า วันนี้สายการบินปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันทุกวัน
โดยช่วงที่เกิดสงครามตะวันออกกลาง (มีนาคม-พฤษภาคม 2569) ราคาน้ำมันเจ็ตอยู่ในระดับ 230-240 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเริ่มลดลงมาอยู่ในระดับ 100-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ปัจจุบันก็เริ่มปรับขึ้นไปอยู่ในระดับ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในฐานะผู้ประกอบการสายการบินก็ได้แต่หวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงได้เร็ว ซึ่งหากยุติได้เร็วก็หวังอีกว่าราคาน้ำมันจะค่อยลดลงเรื่อย ๆ
“ตอนนี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับ 140-150 เหรียญก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยังดี แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่อยากจะเห็น เพราะว่าช่วงนี้ก็ยัง Low Season และก็ต้องยอมรับว่าราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับสูงขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะมีบ้างที่อาจจะทำให้ผู้เดินทางรอดูท่าที มีลังเลบ้างนะครับ แต่เรายังมั่นใจว่าไตรมาส 4 จะดีแน่นอน”
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันศักยภาพการเดินทางท่องเที่ยวของประเทศไทยยังอยู่ในระดับแนวหน้าของเอเชีย นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินทางมาเที่ยวทำให้ยิ่งเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ