เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 65,000 บาท
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
Politics ปกรณ์ยังไม่เห็นคำร้อง ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นขึ้นต่อ รับแรงซื้อฟันด์โฟล์ว จับตางบ DELTA-ประชุม ครม.
ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
Politics ปกรณ์ ชี้แก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ภาษีบาป ‘อนุทิน’ ต้องไฟเขียว​
ดูทั้งหมด

เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด

05 ก.ย. 2569 | 08:00น.
คอลัมน์ : ส่องโลก มองไทย
ผู้เขียน : ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ [email protected]

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนถูกนักลงทุนถามว่า “เฟดจะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยจริงหรือ” หลังจาก Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนใหม่ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญที่เวทีสัมมนาวิชาการประจำปี ณ Jackson Hole รัฐไวโอมิง ด้วยถ้อยคำที่ “เข้มงวด” (Hawkish) กว่าที่ตลาดเตรียมใจไว้มาก จนหลายฝ่ายรีบตีความว่าเป็นการเปิดประตูสู่การขึ้นดอกเบี้ย ทว่าเมื่ออ่านโดยละเอียด ผู้เขียนเห็นว่านี่คือการ “ขู่เพื่อคุม ไม่ใช่ขู่เพื่อขึ้น”

สาระที่ Warsh สื่อออกมามี 3 จุดหลัก ประการแรก แม้ตัวเลขเงินเฟ้อช่วงฤดูร้อนจะออกมาดีกว่าคาด แต่ยังไม่สะท้อนว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานปรับดีขึ้นอย่างแท้จริง โดยอัตราเงินเฟ้อ PCE รอบ 6 เดือน อยู่ที่ 4.1% สูงกว่ารอบ 12 เดือน ที่ 3.7% บ่งชี้ว่าเงินเฟ้ออาจกำลังเร่งตัว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแยกองค์ประกอบราคาพบว่า 54% ของสินค้าและบริการในตะกร้า PCE ยังมีราคาเพิ่มขึ้นเกิน 3% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโรคระบาดที่ 32% มาก

ประการที่สอง ภาวะการเงินปัจจุบัน “ยังไม่ตึงตัวพอ” และดอกเบี้ยระยะสั้นคือ “เครื่องมือหลัก” ของ Fed และประการสุดท้าย Fed ต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่เป้าหมายอย่างชัดเจนและเร็วพอ มิเช่นนั้น “ยังมีงานต้องทำ”

ตลาดตอบรับด้วยการตีความว่าเป็นการเปิดประตูสู่การขึ้นดอกเบี้ย โดยปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน จากราว 35% ก่อนการแถลง เป็น 57% ปฏิกิริยาในตลาดพันธบัตรก็สอดคล้องกัน โดยเส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับขึ้นทั้งเส้นภายในวันเดียว แต่ปลายสั้นขึ้นเร็วกว่าปลายยาว ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า Bear Flattening กล่าวคือ พันธบัตรอายุ 2 ปี ขึ้น 14 bps จาก 4.20% สู่ 4.34% อายุ 5 ปี ขึ้น 10 bps จาก 4.38% สู่ 4.48% อายุ 10 ปี ขึ้น 6 bps จาก 4.67% สู่ 4.73% ขณะที่ปลายยาวสุดอย่างอายุ 30 ปี ขยับเพียง 3 bps จาก 5.19% สู่ 5.22%

ประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนมองว่าประธาน Fed ไม่ได้ประกาศว่าจะขึ้นดอกเบี้ย คือการที่ Warsh ปฏิเสธการส่งสัญญาณนโยบายล่วงหน้า (Forward Guidance) อย่างเปิดเผย ดังประโยคที่เขาย้ำว่า “ผมยึดมั่นในหลักการ ไม่ใช่ในการตัดสินใจ (ล่วงหน้า)” เจตนาที่แท้จริงจึงไม่ใช่การประกาศว่าจะขึ้นดอกเบี้ย แต่คือการต้องการให้ตลาดสร้างมุมมองของตนเองต่อทิศทางเศรษฐกิจ

เพราะเมื่อประธาน Fed ส่งสัญญาณเข้มงวด ตลาดจะทำหน้าที่ทำให้ภาวะการเงินตึงตัวแทน ทั้งผ่านผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น เงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับฐานลง โดยเฉพาะดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย 30 ปี ที่ปรับขึ้นกว่า 70 bps (หรือ 0.7%) ตั้งแต่ต้นปี ทั้ง ๆ ที่ดอกเบี้ยนโยบายยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนเลย กลไกเหล่านี้ช่วยชะลอความร้อนแรงของอุปสงค์และตรึงเงินเฟ้อ โดยที่ Fed ยังไม่ต้องลงมือใช้เครื่องมือจริงแม้แต่นิดเดียว นี่คือศิลปะของการส่งสัญญาณเชิงป้องปราม Jawboning) ที่ได้ผล

ในภาพใหญ่ ผู้เขียนจึงยังคงมุมมองเดิมว่า Fed จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปีนี้ ด้วยเหตุผล 3 ประการ ประการแรกคือหลักการพึ่งพาข้อมูล (Data Dependent) เมื่อ Warsh ไม่ผูกมัดกับกรอบเวลาใด ตัวเลข CPI เดือนสิงหาคมที่จะประกาศวันที่ 11 กันยายนจึงกลายเป็นตัวชี้ขาด ซึ่งกรณีฐานของเรามองว่าจะชะลอมากพอให้ Fed อ้างข้อมูลล่าสุดเพื่อคงดอกเบี้ยได้โดยไม่เสียความน่าเชื่อถือ

ประการที่สองคือปัจจัยการเมือง การขึ้นดอกเบี้ยก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการดอกเบี้ยต่ำ ย่อมมีต้นทุนสูงมาก และประการสุดท้าย เมื่อเส้นผลตอบแทนได้ปรับขึ้นทั้งเส้นและส่งผ่านต้นทุนไปยังภาคเศรษฐกิจจริงเรียบร้อยแล้ว การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายซ้ำเข้าไปอีกอาจทำให้ภาวะการเงินตึงตัวเกินจำเป็น

บทเรียนครั้งนี้มีนัยต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยอย่างน้อย 3 ทาง ทางแรก เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้นทั้งเส้นและดอลลาร์แข็งค่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย(ล่าสุดเงินบาทอ่อนลงมาสู่ระดับประมาณ 33.1 บาทต่อดอลลาร์ จาก 32.6 บาทในสัปดาห์ก่อน)

ทางที่สอง สภาพคล่องโลกที่ตึงขึ้นชั่วคราวมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงตลาดหุ้นไทย ก่อนที่ความชัดเจนของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐจะช่วยคลายแรงกดดันในระยะถัดไป

และทางที่สาม สำหรับผู้ดำเนินนโยบายไทยเอง กรณีของ Warsh คือตัวอย่างชั้นดีว่า การสื่อสารที่แม่นยำสามารถทำงานแทนการปรับดอกเบี้ยจริงได้ในหลายสถานการณ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำและยืดหยุ่นกว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและต้องการนโยบายการเงินที่ประคับประคอง

โดยสรุป ผู้เขียนมองว่าสุนทรพจน์ครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเชิงป้องปรามที่ประสบความสำเร็จ เพราะ Warsh ได้ทั้งการป้องปรามไม่ให้ตลาดผ่อนคลายเร็วเกินไป การตรึงความคาดหวังเงินเฟ้อ และการตึงภาวะการเงินในวงกว้าง โดยไม่ต้องขยับดอกเบี้ยจริง ทั้งนี้ ความเสี่ยงหลักต่อมุมมอง “คงดอกเบี้ย” ของเราคือตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PCE เดือนสิงหาคม ที่หากออกมาสูงกว่าคาดอย่างชัดเจน จะบีบให้ Warsh ต้องขึ้นดอกเบี้ยจริงเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือที่เพิ่งประกาศไว้

เพราะในโลกของธนาคารกลาง คำขู่จะทรงพลังก็ต่อเมื่อทุกคนเชื่อว่าผู้ขู่พร้อมจะลงมือจริง และวันที่ตลาดหยุดเชื่อ ก็คือวันที่ปากต้องกลายเป็นการกระทำในที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เฟด