บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’
ถือเป็นผู้บริหารที่คลุกคลีอยู่ในธุรกิจค้ารถยนต์มาตลอดทั้งชีวิต สำหรับ บดินทร์ บุญวิสุทธ์ ผู้บริหารจากเมโทร กรุ๊ป ที่กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมทั้งวางรากฐานเพื่อสร้างห่วงโซ่ธุรกิจ หรืออีโคซิสเต็มการทำธุรกิจรถยนต์ให้มีความแข็งแกร่ง และ Win Win Win รอบด้าน
ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษถึงแนวทางในการขับเคลื่อนเมโทร กรุ๊ป ที่บดินทร์หมายมั่นปั้นมือ ว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโต จะไปได้อย่างแข็งแกร่ง
ผุดโปรเจ็กต์ใหญ่
ปัจจุบันเมโทร กรุ๊ป ไม่ได้กำหนดตัวเองให้เป็นเพื่อผู้นำเข้า หรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ เท่านั้น แต่
ได้กำหนดตัวเองให้เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่มีระบบอีโคซิสเต็มที่เอื้อให้กับรถยนต์แบรนด์ต่าง ๆ
ให้สามารถเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มได้ หากค่ายรถยนต์นั้น ๆ มีแนวคิดและปรัชญาที่ใกล้เคียงกัน เพราะบริษัทเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์หรือรถยนต์แบรนด์นั้น ๆ แล้ว ในทางกลับกันค่ายรถเองก็ต้องมีความมั่นใจในแพลตฟอร์มของเมโทรกรุ๊ปด้วยเช่นเดียวกัน
รถยนต์หลากหลายแบรนด์ในเครือ
ปัจจุบัน “บดินทร์” ฉายภาพให้เห็นว่าจากปัจจุบันได้เป็นดิสทริบิวเตอร์ หรือผู้แทนจัดจำหน่าย คือแบรนด์หงส์ฉี (Hongqi)
และในส่วนตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) นั้น มีแบรนด์ ซีคเคอร์ (Zeekr) และโตโยต้า อยุธยา (Toyota), ฮอนด้า เมโทร (Honda)
อนาคตอันใกล้นี้จะมีแบรนด์ใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกแน่นอน โดยขณะนี้บริษัทกำลังเจรจาแบรนด์ใหม่ในเครือ FAW GROUP จับกลุ่มลูกค้าชาวไทย
ต่อยอดธุรกิจ
จะเห็นได้ว่ารถยนต์แต่ละแบรนด์ที่เมโทร กรุ๊ป ดูแลนั้นได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มียอดขายอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการบริหารธุรกิจที่มุ่งเน้นการเข้าใจความต้องการของลูกค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจต่อลูกค้ามากที่สุดด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ
บดินทร์ขยายความต่อไปว่า จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจและการดูแลลูกค้ามาอย่างยาวนานย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคคุณปู่ ส่งต่อมายุคคุณพ่อ และปัจจุบันในยุคของตนเอง และน้องชาย (บุรินทร์) ทุกรายละเอียดการดูแลลูกค้าเราต่างให้ความสำคัญ
ประกอบกับตนเองได้นำประสบการณ์ส่วนตัวจากการทำงานแรก เมื่ออยู่โตโยต้า สหรัฐอเมริกา คือฝ่ายคอลเซ็นเตอร์-ลูกค้าสัมพันธ์
โดยมีหน้าที่ตอบคำถาม แก้ไขปัญหาของลูกค้า ทำให้ได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ตรงนี้เมโทร กรุ๊ปให้ความสำคัญอย่างมาก
ทำมากกว่าพูด
บดินทร์บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมโทร กรุ๊ปเน้นทำมากกว่าพูด ผลงานต่าง ๆ ล้วนเป็นที่ประจักษ์ มีการสื่อสารกับลูกค้าให้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำการใช้งานรถยนต์รุ่นต่าง ๆ การติดตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดโรดทริป หรือการทำ CSR พร้อมทั้งเป็นผู้ช่วย เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย เช่น การจองร้านอาหาร จองบัตรคอนเสิร์ต เป็นต้น
เพื่อไปสู่เป้าหมายให้เมโทร กรุ๊ป เป็นแพลตฟอร์มกลุ่มธุรกิจรถยนต์ ที่ลูกค้ารักมากที่สุด
เดินหน้าลงทุนคอมมิวนิตี้
จากแผนงานที่บริษัทจะมีรถยนต์แบรนด์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาอีกจำนวนมาก เราตั้งเป้าจะสร้างคอมมิวนิตี้ “เมโทร เวิร์ส” เพื่อขยายบริการให้ครบอีโคซิสเต็มอีวี
สำหรับบริษัทในฐานะ “แพลตฟอร์มด้านอีโคซิสเต็มอีวี” เมโทร กรุ๊ปมีแผนลงทุนในส่วนของธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Charging Station) โดยจะเปิดตัวสถานีชาร์จรถอีวี และโซลาร์ แบรนด์ VOLTZ
ผุดคอมมิวนิตี้มอลล์
ในส่วนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Charging Station) ภายในไตรมาส 2/3 ของปี 2570 จะสามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้
และเบื้องต้นบริษัทจะเปิดคอมมิวนิตี้มอลล์ ชื่อ “เมโทร เวิร์ส” ซึ่งถือเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด กม.5 ขาเข้า โดยจะมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า VOLTZ และโชว์รูมและศูนย์บริการหงส์ฉี ขนาด 4S แล้ว
ยังมีโชว์รูมรถยนต์หลากหลายแบรนด์, ไฟแนนซ์ ประกันภัย, ร้านค้าแบรนด์ต่าง ๆ
รวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์สเปซเพื่อรองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ใน “เมโทร เวิร์ส” และถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของเมโทร กรุ๊ป แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
เป้าหมายปีนี้
ภายในปีนี้สำหรับเป้าหมายการจัดจำหน่ายรถยนต์อีวีภายใต้เครือเมโทร คาดว่าจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 2,000 คัน มาจากรถ 2 แบรนด์ คือ ซีคเคอร์ เดิมวางเป้าหมายไว้ 400 คันในปีนี้
แต่ล่าสุดวันนี้ได้ปรับเพิ่มเป้าเป็น 1,000 คัน
ขณะที่แบรนด์หงส์ฉีนั้นคาดว่าเมื่อมีรถยนต์อีก 2 รุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดคาดว่าจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 1,000 คันเช่นเดียวกัน
บดินทร์ย้ำว่า เนื่องจากบริษัทถือเป็น “แพลตฟอร์ม” ดังนั้นก็พร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ที่มีความเป็นได้ทั้งสิ้น และห่วงโซ่การทำธุรกิจรถยนต์ในบ้านเราผมคิดว่ามันต้อง Win Win Win เราสามารถให้ซัพพลายเออร์ คู่ค้า ดีลเลอร์ หรือโรงงานผลิตรถยนต์ (โออีเอ็ม) สามารถอยู่ได้หรือไม่ สินค้าที่เมโทร กรุ๊ป เลือกมาดีพอสำหรับตลาดเมืองไทยหรือไม่
หลังจากนั้นเราก็มาดูระบบความพร้อมการให้บริการหลังการขาย จากนั้นผมและเมโทร กรุ๊ป จึงเอาประสบการณ์การขายของเราเข้าไปเสริมอีกที