เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไอ-เทล ทุ่ม 160 ล้านดอลลาร์ ซื้อ Phelps Pet Products รุกตลาดสหรัฐ-ขยายพอร์ตขนมสัตว์เลี้ยง
Business ไอ-เทล ทุ่ม 160 ล้านดอลลาร์ ซื้อ Phelps Pet Products รุกตลาดสหรัฐ-ขยายพอร์ตขนมสัตว์เลี้ยง
กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
Finance กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินเดือนข้าราชการผ่าน PromptPay ยกระดับความปลอดภัย เริ่ม พ.ค. 70
‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
Economic ‘ยุพาพิน’ CFO จากกัลฟ์ จ่อนั่งบอร์ดแบงก์ SCB
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
SD องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ชวนย้อนมอง “ต้นทุนของระบบอาหารที่ซ่อนอยู่” ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week 2026
สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
Politics สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
Finance กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
Finance บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
Finance บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
Business สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
ดูทั้งหมด

สัมปทานรังนกพัทลุง 500 ล้านไร้เอกชนยื่นซองประมูล จี้มหาดไทยปลดล็อกกฎหมาย ดันส่งออกจีน

09 ก.ย. 2569 | 18:05น.

สัมปทานรังนกอีแอ่นพัทลุงสะดุด ประมูลครั้งแรกไร้เอกชนยื่นซอง หลังคณะกรรมการรังนกอีแอ่นพัทลุงประกาศประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น กำหนดราคากลางไว้ที่ 500 ล้านบาท ขณะที่ราคาตลาดรังนกบ้านร่วงเหลือ 6,000-7,000 บาท/กก. หลังรังนกอินโดนีเซียถูกจีนระงับนำเข้าไหลทะลักเข้าตลาดอาเซียน ผู้ประกอบการหวั่นกระทบสัมปทานรังนกธรรมชาติ จี้มหาดไทยเร่งปลดล็อกกฎหมายอาคารนกแอ่น เปิดทางส่งออกจีน

รายงานข่าวจากจังหวัดพัทลุงว่า การประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ครั้งที่ 4 ซึ่งบริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด ได้รับสัมปทานในวงเงิน 400 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

สำหรับการเปิดประมูลสัมปทานรังนกอีแอ่น ครั้งที่ 5 คณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง กำหนดราคากลางไว้ที่ 500 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี โดยเปิดจำหน่ายซองประกวดราคาในราคาซองละ 10,000 บาท ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม-19 สิงหาคม 2569 ณ กองคลัง อบจ.พัทลุง และกำหนดเปิดซองวันที่ 20 สิงหาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าไม่มีเอกชนเข้าซื้อซองประกวดราคา ทำให้การประมูลครั้งแรกไม่สามารถเดินหน้าได้ ก่อนที่คณะกรรมการฯ จะประกาศประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น ครั้งที่ 2 โดยวิธีคัดเลือก ยังคงกำหนดราคากลางไว้ที่ 500 ล้านบาท พร้อมมีหนังสือเชิญบริษัทต่าง ๆ ให้เข้ารับเอกสารและยื่นซองเสนอราคา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีบริษัทเข้ายื่นข้อเสนอเช่นกัน

ทั้งนี้ ภายหลังสิ้นสุดสัมปทาน บริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด ได้ร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ส่งมอบ-รับมอบพื้นที่หมู่เกาะสัมปทานจัดเก็บรังนกอีแอ่น โดยมีการตรวจสอบอาคารและโรงเรือนต่าง ๆ พบว่าสภาพเรียบร้อย สามารถใช้งานได้ และไม่มีการรื้อถอน

นอกจากนี้ ตัวแทนบริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจถ้ำรังนก 4 แห่ง ได้แก่ ถ้ำรอดดิน ถ้ำรื่น ถ้ำเนียงเคย และถ้ำน้ำ พบว่าสภาพโดยรวมสะอาด หลังจากมีการจัดเก็บรังนกครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่ารังนกส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บไปแล้ว เหลือเพียงรังที่อยู่ระหว่างการสร้างใหม่จำนวนเล็กน้อย และยังมีลูกนกตัวอ่อนที่ยังไม่โตเต็มวัยอยู่ในรังประมาณ 1%

ผู้ว่าฯ ระดมกำลังคุมเข้ม

นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอาการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ระบุว่า กำลังเจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าไปดูแลหมู่เกาะรังนกอีแอ่น หลังจากหมดสัญญาสัมปทาน ประกอบด้วย 1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 2. ฝ่ายปกครอง 3. ตำรวจ และ 4. อบจ.พัทลุง

โดยผวจ.พัทลุง ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องปรามการลักรังนกอีแอ่นอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมิให้เกิดเรื่องฉาวโฉ่เหมือนครั้งที่ผ่านมา

โดยเฉพาะการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบนี้จะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงคำสั่งกันใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และให้ปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ให้เหลือเพียงร้อยละ 50 ของครั้งที่ผ่านมา ที่มีกำลังในการป้องปรามการขโมยรังนกอีแอ่นที่มีมากถึง 134 คน

เนื่องจากในขณะนี้มีเงินในการเฝ้าระวังการลักรังนกอีแอ่นเพียง 3 แสนบาท และขอให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงได้ปฏิบัติหน้าที่ไปพรางก่อน จนกว่าคำสั่งจะแล้วเสร็จ ในส่วนของการเปิดประมูลรังนกอีแอ่นในครั้งที่ 3 ทางคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอาการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

รังนกต่างชาติทะลักกดราคา

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรังนกแอ่นภาคใต้ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ราคาสินค้ารังนกอีแอ่นปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงปี 2568-2569 โดยมีปัจจัยสำคัญจากรังนกต่างประเทศที่ไหลเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยเฉพาะตลาดรังนกแอ่นไทย ส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานเพิ่มขึ้นและราคาตลาดปรับลง

ปัจจุบันรังนกบ้านมีราคาอยู่ที่ 6,000-7,000 บาท/กก. จากเดิมประมาณ 10,000 บาท/กก. ขณะที่รังนกธรรมชาติปรับลดลงเหลือ 40,000-70,000 บาท/กก. จากช่วงที่เคยมีราคาสูงถึง 100,000-120,000 บาท/กก.

สาเหตุสำคัญมาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรังนกขนาดใหญ่ของโลก ระงับการนำเข้ารังนกจากอินโดนีเซีย หลังตรวจพบสารตกค้างที่อาจเกี่ยวข้องกับสารปรอทในกระบวนการทำความสะอาดรังนก ส่งผลให้รังนกจากอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ไม่สามารถส่งออกไปจีนได้ตามปกติ ซึ่งอยู่ระหว่างของการแก้ไขเจรจากันอยู่ขณะนี้ที่ยังไม่มีข้อยุติส่งผลให้รังนกถูกระบายเข้าสู่ตลาดประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดย ในช่วงที่ผ่านมา มีรังนกจากอินโดนีเซียเข้ามาในตลาดไทยเป็นล็อตใหญ่ บางล็อตมีปริมาณ 900 กก. ถึง 1 ตัน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีลานประมูลรังนกอยู่หลายพื้นที่ ตั้งแต่สุราษฎร์ธานี ตราด กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ จะมีการเปิดประมูล 11-13 ครั้งต่อเดือน และแต่ละลานมีรังนกเข้าสู่การประมูลไม่ต่ำกว่า 1.5-2 ตัน/ครั้ง ขณะที่กรุงเทพฯ มีปริมาณประมาณ 2 ตัน/ครั้ง โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคม 2569 คาดว่ารังนกที่เข้าสู่การประมูลทั่วประเทศมีปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 25 ตัน ราคาเฉลี่ย 8,000 บาท/กก. คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท

หวั่นกระทบสัมปทานรังนกธรรมชาติ

แหล่งข่าวกล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลคือรังนกต่างประเทศที่เข้ามาในไทยจะเข้าสู่ตลาดประมูลหรือไม่ เพราะจะส่งผลกระทบต่อราคารังนกบ้านและรังนกถ้ำหรือรังนกธรรมชาติ โดยเฉพาะการประมูลสัมปทานรังนกธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ที่เกาะสี่-เกาะห้า ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นแหล่งรังนกธรรมชาติสำคัญ และกำลังจะสิ้นสุดสัมปทานในเดือนกันยายน 2569 ก่อนเปิดประมูลสัมปทานรอบใหม่ เช่นเดียวกับ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เตรียมเปิดประมูลสัมปทานรังนกเช่นกัน

จี้ปลดล็อกกฎหมายดันรังนกไทยส่งออก

นายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ กรรมการสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น (ประเทศไทย) และกรรมาธิการรังนกอีแอ่น สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รังนกไทยกำลังเผชิญปัญหาราคาตกต่ำจากรังนกต่างประเทศที่เข้ามา โดยรังนกบ้านลดจาก 10,000 บาท/กก. เหลือ 6,000-7,000 บาท/กก. ขณะที่รังนกธรรมชาติลดลงเหลือประมาณ 50,000 บาท/กก. จาก 70,000 บาท/กก.

กรณีรังนกอินโดนีเซียถูกจีนระงับการนำเข้า ส่งผลให้รังนกในอินโดนีเซียมีปริมาณล้นตลาดและถูกกระจายไปยังตลาดอื่นในเอเชีย ทำให้ไทยได้รับผลกระทบโดยตรง

นายกมลศักดิ์กล่าวว่า อีกปัญหาสำคัญคือ กฎระเบียบเกี่ยวกับอาคารนกแอ่น โดยร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารนกแอ่นของกระทรวงมหาดไทยถูกคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 1 ได้พิจารณาตกไป โดยเห็นว่าร่างกฎกระทรวงดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องยกร่างพิจารณาจากกฎกระทรวงเป็นพระราชบัญญัติใหม่

ทั้งนี้ สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่นบ้านได้ผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อเนื่องมานานกว่า 15 ปี และล่าสุดได้ยื่นหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้เร่งผลักดันการแก้ไขปัญหา

“หากทางกระทรวงมหาดไทยให้การสนับสนุนอนุญาตให้การจดทะเบียนรังนกแอ่น ทางผู้ประกอบการรังนกแอ่นก็สามารถส่งออกได้ เพราะทางการจีนต้องการใบรับรองที่เป็นทางการบ่งบอกแหล่งที่มาแหล่งที่ผลิต ฯลฯ ของรังนกแอ่น ก็สามารถทำการตลาด และกระทรวงพาณิชย์ จะทำการส่งเสริมการตลาดในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลาดรังนกอีแอ่นไทยก็จะเดินไปด้วยดี” นายกมลศักดิ์กล่าว

ชี้ตลาดจีนยังเป็นโอกาสของไทย

นายกมลศักดิ์กล่าวว่า รังนกแอ่นถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท และมีความต้องการรังนกประมาณ 2,000 ตัน/ปี

ขณะที่ตลาดรังนกบ้านไทยมีปริมาณ 300-400 ตัน/ปี หากคิดราคาเฉลี่ย 10,000 บาท/กก. จะมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท/ปี ส่วนรังนกถ้ำหรือรังนกธรรมชาติมีปริมาณ 50 ตัน/ปี มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ตลาดโลกยังมีความต้องการทั้งรังนกสดและผลิตภัณฑ์รังนกแปรรูปพร้อมดื่ม หากไทยสามารถปลดล็อกกฎระเบียบและสร้างระบบรับรองแหล่งผลิตที่ชัดเจน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พัทลุง รังนก