เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
Interview ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ
ZEEKR แต่งตั้ง ‘Evin Ye’ ผู้บริหารใหม่ ดูแลตลาดประเทศไทย
Automotive ZEEKR แต่งตั้ง ‘Evin Ye’ ผู้บริหารใหม่ ดูแลตลาดประเทศไทย
อนุทิน พร้อมทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ คุยภาษีสหรัฐฯ ขอกดให้ต่ำกว่า 19%
Politics อนุทิน พร้อมทวงสัญญา ‘ทรัมป์’ คุยภาษีสหรัฐฯ ขอกดให้ต่ำกว่า 19%
อนุทิน ไม่หวั่นปม ‘ฮั้ว สว.’ ถูกนำไปเคลื่อนไหวการเมือง ย้ำยึดกฎหมาย 
Politics อนุทิน ไม่หวั่นปม ‘ฮั้ว สว.’ ถูกนำไปเคลื่อนไหวการเมือง ย้ำยึดกฎหมาย 
Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
Columns Nostalgia Economy เมื่ออุปสงค์จากอดีต พบอุปทานในอนาคต
เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
Politics เกณฑ์คุม “ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์” ได้ข้อสรุป-เล็งเริ่มใช้จริงกลาง ต.ค.
BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
Automotive BYD เปิดโรงงานระยอง โชว์ศักยภาพ ‘การผลิตระดับโลก’ 
กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
News กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 80% อุตุฯ เตือนรับมือจราจรติดขัด-น้ำท่วมขังเส้นทางซ้ำซาก
ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
Automotive ZEEKR ชวนนักศึกษา ประชันไอเดียชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 
เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ส่องโลก มองไทย เมื่อคำขู่กลายเป็นการกระทำ
ดูทั้งหมด

ถอดบทเรียนกฎหมายหุ้นส่วนกับ ‘ทนายไข่มุก’ สัญญาแบบไหน เซฟทั้งธุรกิจและมิตรภาพ

20 ก.ย. 2569 | 10:12น.
ทนายไข่มุก-อรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด

ในยุคที่การเริ่มต้นทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนหรือคนสนิทกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ SME สิ่งที่มักจะตามมาคู่กับความสำเร็จและความขัดแย้งคือ “ข้อพิพาททางกฎหมาย” ที่หลายครั้งไม่ได้พังทลายแค่ตัวบริษัท แต่ยังทำลายมิตรภาพที่สะสมมานานปี

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดมุมมอง “ทนายไข่มุก-อรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์” ทนายความสาวที่กำลังได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ถึงมุมมองด้านกฎหมายธุรกิจ ถอดบทเรียนการจัดสรรสิทธิ์หุ้นส่วน การบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนเทคนิคการรับมือข้อพิพาทอย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้คนทำธุรกิจได้นำไปปรับใช้จริง

ความไว้ใจ vs สัญญาธุรกิจ : ทำไมยิ่งรัก ยิ่งต้องทำสัญญา?

เมื่อถามถึงปัญหายอดฮิตว่า ทำไมความไว้ใจจึงมักกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟ้องร้องในอนาคต และสัญญาปากเปล่ามีผลทางกฎหมายเพียงใด ทนายไข่มุกให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า ความไว้ใจคือสิ่งจำเป็นสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจเพราะหากไม่ไว้ใจกันก็ยากจะร่วมงานกันได้ ทว่า เมื่อตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน นั่นแปลว่าทุกคนควรรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งอาจมีเหตุให้ต้องทะเลาะกัน

“คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าเพื่อนกันไม่ต้องมีสัญญาก็ได้ แต่ในความเป็นจริง ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักกัน ยิ่งต้องทำสัญญา เพื่อเปลี่ยนความไว้ใจให้กลายเป็นรูปธรรม”

สำหรับ “3 กฎเหล็ก” สำคัญที่ต้องเขียนไว้ในสัญญาผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันแรกเพื่อปกป้องทั้งธุรกิจและมิตรภาพ ทนายไข่มุกสรุปหลักการง่ายๆ ผ่านสูตร What-When-How ดังนี้

  1. What (อะไร): ระบุให้ชัดเจนว่าแต่ละคนนำอะไรมาลงหุ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเงินสด หุ้นแรงงาน ที่ดิน หรือสินทรัพย์ประเภทใด ในรูปแบบไหน
  2. When (เมื่อไหร่): กำหนดระยะเวลาการทำงาน บทสรุปความรับผิดชอบ และข้อบังคับในสัญญาว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ทำไปถึงตรงไหน
  3. How (อย่างไร): วางโครงสร้างการทำงานจริงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ทุกคนต่างนำเงินมาลง แต่ไม่มีใครรับหน้าที่ลงมือทำงาน

สินทรัพย์ดิจิทัล-ลิขสิทธิ์ช่องโซเชียล ในทางกฎหมายเป็นของใคร?

ในยุคที่ช่อง YouTube เพจ Facebook หรือลิขสิทธิ์คอนเทนต์กลายเป็นสินทรัพย์มูลค่ามหาศาล คำถามเรื่องกรรมสิทธิ์ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างยิ่ง ทนายไข่มุกชี้แจงหลักกฎหมายพื้นฐานว่า โดยหลักแล้ว “ใครทำ คนนั้นย่อมเป็นเจ้าของ”

อย่างไรก็ตาม ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีการทำสัญญาจ้าง สิทธิในสินทรัพย์บนโลกโซเชียลจะระบุไว้ให้ตกเป็นของผู้ว่าจ้างหรือของบริษัท ขึ้นอยู่กับการพูดคุยและข้อตกลงในสัญญาเป็นสำคัญ แต่หากไม่มีสัญญาชัดเจน กฎหมายจะยึดหลักผู้สร้างสรรค์เป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ในกรณีของข้อผิดพลาดที่ SME หรือผู้ประกอบการรายใหม่มักมองข้ามมากที่สุด ทนายไข่มุกสะท้อนว่า คือพฤติกรรม “ทำไปก่อน” โดยขาดการวางแผนและไร้ที่ปรึกษาทางกฎหมาย

“ส่วนใหญ่คิดว่าขอขายไปก่อน ขายดีแล้วค่อยมาวางแผน แต่มารู้ตัวอีกทีตอนที่พีกที่สุด รวยที่สุด หรือเงินเริ่มหายไป ซึ่งมักจะไม่ทันการณ์แล้ว”

หลักฐานดิจิทัล & เทคนิคคุยโทรศัพท์ไม่ให้เสี่ยงถูกแบล็กเมล์

ในส่วนของการเตรียมหลักฐานทางคดีแพ่ง ทนายไข่มุกยืนยันว่า พยานหลักฐานในโลกดิจิทัล อาทิ แชตไลน์ สลิปการโอนเงิน หรืออีเมล ถือเป็นหลักฐานตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีน้ำหนักสูงมาก สามารถชี้ผลแพ้ชนะในชั้นศาลได้เลย เนื่องจากคดีแพ่งยึดพยานเอกสารเป็นสำคัญ

สิ่งสำคัญสำหรับคนทำธุรกิจคือ “ต้องจัดเก็บหลักฐานเป็นไทม์ไลน์ตลอดเวลา” เพราะข้อความแชตและหลักฐานเหล่านั้นยากแก่การโต้แย้ง

สำหรับเส้นแบ่งระหว่างการเก็บหลักฐานกับการแบล็กเมล์ ทนายไข่มุกเน้นย้ำถึงเทคนิคการสื่อสารทางไลน์และการโทรศัพท์ว่าต้องสอดคล้องกัน

“เวลาคุยโทรศัพท์เสร็จ หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงใดๆ ให้พิมพ์สรุปส่งไปทางไลน์ทันทีหลังจากวางสาย เพราะหากเกิดข้อพิพาท ศาลจะยึดตามพยานหลักฐานที่เป็นข้อความตัวอักษรด้านบนเป็นหลัก”

หากเกิดปัญหาข้อพิพาทขึ้นจริง ขั้นตอนแรกเพื่อเซฟตัวเองก่อนตัดสินใจฟ้องร้อง คือการ “ปรึกษาทนายความ” เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติตนและวางรูปคดี ที่สำคัญ คดีความจำนวนมากมีกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย (เช่น 1 เดือน, 3 เดือน, 5 เดือน หรือ 1 ปี) การพบทนายความจึงเป็นก้าวแรกที่จำเป็นที่สุด

ทนายไข่มุก-อรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์
ทนายไข่มุก-อรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์

กลยุทธ์การไกล่เกลี่ย : นำข้อมูลคุยกันเอง ก่อนพาทำบันทึกข้อตกลง

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการไกล่เกลี่ยกันเองกับการใช้กฎหมายคุยกันตั้งแต่วันแรก ทนายไข่มุกเห็นว่า การไกล่เกลี่ยกันเองประหยัดทั้งเงินและเซฟมิตรภาพได้มากกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาล

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า การนำทนายความเข้าร่วมเจรจาจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ ทนายไข่มุกเปิดเผยความจริงในวงการว่า หากเปิดฉากด้วยการตั้งท่าว่า “เธอเอาทนายมา ฉันเอาทนายมา” ส่วนใหญ่มักจบไม่สวย

“วิธีที่ถูกต้องคือ ไปปรึกษาทนายความเพื่อเอาข้อมูลทางกฎหมายก่อน แล้วหันหน้าคุยกันเองระหว่างหุ้นส่วน เมื่อไกล่เกลี่ยข้อตกลงได้แล้ว ค่อยนำทนายความมาทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน”

รับมือ “ศาลสังคม” & โครงสร้างค่าบริการของทนายความ

ในฐานะทนายความรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ ทนายไข่มุกระบุถึงหลักการทำงานท่ามกลางกระแสกดดันว่า ต้องใช้ “สตินำและขายความจริง” ยึดกรอบความถูกต้องและความยุติธรรมเป็นหลัก ส่วนการคุมอารมณ์นั้น ต้องยึดหลักธรรมะ พรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

สำหรับประเด็นที่ว่า ทนายความที่มีชื่อเสียงมักเรียกค่าว่าความสูงขึ้นนั้น ทนายไข่มุกยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เนื่องจากยุคนี้ไม่ได้มีแค่ศาลยุติธรรม แต่มี “ศาลสังคม” เข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก บางครั้งความถูกต้องทางศีลธรรมกับทางกฎหมายอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การแบกรับแรงกดดันจึงสูงกว่าปกติ

อย่างไรก็ดี สำหรับโครงสร้างค่าว่าความของสำนักงานทนายความของเธอนั้น มีหลักการชัดเจน ดังนี้

คิดตามความซับซ้อนและเนื้อหาของงาน: ไม่ได้ยึดตามมูลค่าทุนทรัพย์ สมมติต้องทำงานหลักล้านในคดีทุนทรัพย์แสนเดียว ก็คิดตามเนื้องานจริง หรือคดีมรดก 2,000 ล้านบาท หากไม่ซับซ้อน ก็คิดตามราคาปกติ

ไม่เก็บเปอร์เซ็นต์ (Success Fee): ไม่มีการเรียกเก็บเป็น % จากยอดเงินที่ลูกความได้รับ เนื่องจากมีแนวคำพิพากษาฎีกามองว่าการบวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มขัดต่อศีลธรรมอันดี เสี่ยงที่จะไม่ได้เงินและต้องทะเลาะกับลูกความในอนาคต

เหมาจ่ายจบ ไม่เลี้ยงไข้: รับงานเหมาจบแล้วเน้นทำคดีให้เสร็จเร็วที่สุดและมีคุณภาพที่สุด

“คดีมรดก” คดีที่กดดันที่สุด และบทเรียนถึงคนรุ่นใหม่

ทนายไข่มุกเปิดเผยว่า คดีที่สร้างแรงกดดันมากที่สุดคือ “คดีมรดก” เนื่องจากปะปนไปด้วยความรัก ความแค้น และปมในวัยเด็ก โดยเฉพาะในครอบครัวที่ยังมีความเหลื่อมล้ำเรื่องเพศสภาพ

“ทนายความที่ดีต้องไม่ทำตัวเป็นลูกความเสียเอง และไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับคู่ความอีกฝ่าย ห้ามใช้อารมณ์นำ ไม่เช่นนั้นเราจะสู้คดีแบบปิดหูปิดตาและมองไม่เห็นความจริง”

เธอเล่าถึงประสบการณ์เสี่ยงชีวิตเมื่อครั้งต้องไปเปิดพินัยกรรมกลางงานศพตามคำสั่งผู้จัดการมรดก ซึ่งมีทายาทบางส่วนไม่ได้มรดก จนถูกชาวบ้านต่อว่าและไล่ขึ้นรถ สะท้อนให้เห็นว่าในชีวิตจริง ทนายความต้องรับมือกับตรรกะและความไม่เข้าใจของผู้คนมากมาย

คำแนะนำทิ้งท้ายถึงคนรุ่นใหม่

สำหรับคนทำธุรกิจร่วมกับเพื่อน ให้เปิดอกคุยสัดส่วนให้ชัดเจน ทำสัญญาเป็นกิจลักษณะ เพราะเมื่อทำงานไปถึงจุดหนึ่ง คนเรามักจำคำพูดวันแรกไม่ได้

ส่วนผู้ที่อยากเป็นทนายความ/เปิดสำนักงาน แนะนำให้ไปเป็นลูกจ้างเพื่อเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ให้ช้ำที่สุดก่อน เมื่อพร้อมแล้ว ประสบการณ์จะดันให้เราขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการเอง การทำธุรกิจไม่ง่าย ต้องมีความรู้รอบตัวหลากหลายและทันโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา