เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

การ์เมนต์ไทยอ่วมโดนหางเลข”อียู”เตรียมคว่ำบาตรสิ่งทอเขมร ยกเลิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

11 ต.ค. 2561 | 19:15น.

โรงงานการ์เมนต์ไทยในกัมพูชา-เมียนมา “หนาว” สหภาพยุโรปจ่อออกมาตรการ “คว่ำบาตร” ยกเลิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี EBA สมาคมเครื่องนุ่งห่มไทยประเมินความเสียหายกลุ่มทุนไทย 11 ราย”ไนซ์กรุ๊ป” ยักษ์ใหญ่เสื้อกีฬาชี้ “ยังไม่กระทบ”

นางเซซิเลีย มาล์มสตรอม กรรมาธิการด้านนโยบายการค้าของสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกคำแถลงการณ์ต่อรัฐมนตรีการค้า 28 ประเทศของอียู หลังการประชุมคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ว่า ที่ประชุมมีมติให้เตรียม “เพิกถอน” การให้สิทธิประโยชน์ทางการค้าของกัมพูชาและเมียนมา ที่สามารถเข้าถึงตลาดการค้าของอียูได้อย่างเสรี เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนกำลังถดถอยอย่างรุนแรง และย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้การเพิกถอนสิทธิประโยชน์ดังกล่าว รวมถึงการ “ยกเว้น” การจัดเก็บภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าทุกประเภทยกเว้นอาวุธ (everything but arms : EBA) โดยกระบวนการเพิกถอนจะใช้เวลา 6 เดือนนับจากนี้ และมุ่งเป้าไปที่ประเทศกัมพูชาก่อน

ขณะที่ “ฮุน เซน” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวระหว่างการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 10 ที่กรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 8-9 ตุลาคมนี้ว่า “กัมพูชาจะไม่ยอมรับข้อเสนอใด ๆ จากต่างชาติเพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือ เรามีคู่ค้ารายใหญ่และมีอำนาจมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ จีน และวันนี้เรากำลังเพิ่มความแข็งแกร่งทางการค้าร่วมกับญี่ปุ่น ดังนั้นไม่มีมาตรการใด ๆ จะต่อต้านความเข้มแข็งของกัมพูชาได้”

นอกจากนี้ นายฮุน เซน ยังกล่าวว่า ขณะนี้กัมพูชายังได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ของสหรัฐ และหากในอนาคตสหรัฐต้องการกดดันกัมพูชาด้วยการใช้วิธีเดียวกันกับสหภาพยุโรป “เราก็ยังจะยืนหยัดในเส้นทางของตัวเองต่อไป”

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากสภาธุรกิจสิ่งทอของกัมพูชา กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรนี้กำลังสร้างความวิตกกังวลต่อโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปให้กับแบรนด์ต่าง ๆ จากยุโรป เนื่องจากยุโรปเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชาคิดเป็นสัดส่วนสูง 40% ขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 30% เป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 นอกจากนี้ผู้ประกอบการสิ่งทอยังวิตกกังวลกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 17 เหรียญสหรัฐหรือเป็น 170 เหรียญด้วย ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตสิ่งทอของกัมพูชาเพิ่มขึ้น นอกจากที่จะถูกยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษี

ส.การ์เมนต์ประเมินผลกระทบ

ด้านนายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวถึงกรณีสหภาพยุโรปจะ “คว่ำบาตร” เมียนมาและกัมพูชาด้วยการตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีว่า สมาคมอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในเมียนมา 5 ราย เป็นโรงงานสิ่งทอ 2 ราย และอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม 3 ราย และได้รับรายงานว่ากลุ่มสิ่งทอไม่ได้ส่งออกสินค้าไปตลาดยุโรป จึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่สำหรับเครื่องนุ่งห่มที่มีการส่งออกไปตลาดยุโรปนั้นเป็น เสื้อกีฬา ส่วนผู้ประกอบการไทยที่ลงทุนในกัมพูชามีประมาณ 6 ราย โดยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบมีอยู่ 3 รายที่ผลิตเสื้อกีฬาและส่งออกไปยุโรป

“สมาคมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและประเมินตัวเลขว่า ผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนใน 2 ประเทศกระทบอย่างไรบ้างจากปัญหาคว่ำบาตร ซึ่งอาจมีผลทำให้ต้นทุนสินค้าที่ส่งออกสูงขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการอาจต้องปรับตัวเพื่อยังคงคำสั่งซื้อหรือตลาดไว้ ทำให้การส่งออกสินค้าไปตลาดอียูได้ โดยอาจจะต้องหารือกับผู้นำเข้าในการหาทางออกเรื่องนี้ เพราะถ้าถูกภาษีสูง สินค้าไทยก็จะมีราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังเกี่ยวเนื่องการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือ GSP ด้วย ผู้ประกอบการอาจจะต้องย้ายคำสั่งซื้อไปยังฐานการผลิตที่ตนมีโรงงานอยู่ในประเทศใกล้เคียง เช่น ลาว-เวียดนามแทน เพื่อให้ต้นทุนการส่งออกไม่สูงเกินไป” นายยุทธนากล่าว

ส่วนภาพรวมการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยไปต่างประเทศ สมาคมยังเชื่อมั่นว่า การส่งออกเครื่องนุ่งห่มในปี 2562 จะขยายตัวได้ 8% จากปัจจัยเศรษฐกิจขยายตัวและยังมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ สมาคมจะประชุมหารือประเมินการค้า การส่งออก ตลอดจนปัจจัยบวกลบที่อาจจะส่งผลต่ออุตสาหกรรม

เบอร์ 1 สิ่งทอเขมรไม่หวั่น

ด้านนายประสพ จิรวัฒน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไนซ์กรุ๊ป ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่ของไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรตัดสิทธิพิเศษทางภาษีของสหภาพยุโรป ปัจจุบันโรงงานในกัมพูชาเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้ากีฬา 1 ใน 4 แห่งของบริษัท มีเป้าหมายเพื่อส่งออกตลาดสหภาพยุโรปเป็นหลัก โดยมีกำลังการผลิต 17 ล้านตัว/ปี ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตจากปีก่อนที่เคยผลิตได้ 13 ล้านตัวเพื่อส่งออกไปยังตลาดอียูเป็นหลัก เพราะกัมพูชาได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามโครงการ EBA (Everything But Arms) ตามกำหนดระยะเวลา 10 ปีจนถึงปี 2566

“ฐานผลิตในกัมพูชามีเป้าหมายหลักคือ การส่งออกไปตลาดอียู เพราะกัมพูชาเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด หรือ LDCs ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามโครงการ EBA (Everything But Arms) มีอายุโครงการ 10 ปี จนถึงขณะนี้ยังเหลือเวลา 5 ปี หรือจะหมดในปี 2566 โครงการนี้มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้ เช่น ให้ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวน้อย แต่ขณะนี้ถึงแม้ว่ากัมพูชาจะมีรายได้ต่อหัวของประชากรสูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ถูกปรับขึ้นไปจากบัญชี LDCs และถูกตัดสิทธิ แต่ก็ไม่น่าจะมีการตัดสิทธิกลางโครงการ หากจะพิจารณาตัดสิทธิก็ควรจะหลังสิ้นสุดโครงการนี้ไปแล้ว” นายประสพกล่าว

ขณะนี้ทางกลุ่มไนซ์กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าตามแผนที่จะขยายกำลังการผลิตในกัมพูชาเพิ่มขึ้นเป็น 23-24 ล้านตัวในปี 2564-2565 เพราะแผนนี้เป็นการวางล่วงหน้าไว้ 4-5 ปี หากจะมีการทบทวนแผนการลงทุนคงต้องรออีกระยะ 2-3 ปีหลังจากนี้