กราฟชีวิตประชาธิปัตย์ปีที่ 73 ในวันยากลำบาก
กราฟชีวิตประชาธิปัตย์ปีที่ 73 ในวันยากลำบาก
อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต…ฝ่ายค้าน?
73 ปี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผ่านความยากลำบาก จาก “จุดสูงสุด” สู่ “จุดต่ำสุด” และเฝ้ารอวันกลับคืนแห่งความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
สนามการเลือกตั้งปี 62 พรรคประชาธิปัตย์ต้องประสบกับความพ่ายแพ้เข้าสู่ยุคตกต่ำเพราะส่งลูกพรรค “เข้าป้าย” ได้เพียง 52 ที่นั่ง ในยุครุ่งโรจน์พรรคประชาธิปัตย์สามารถส่งกำลังพลพรรคสีฟ้าเข้าสภาเต็มอัตราศึก 149 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งในปี 54
สนามกรุงเทพ ฯ ถูกเซียนการเมืองทุกสำนักฟันธงว่า “สูญพันธุ์” จากที่เคยกวาดปี 22 ที่นั่งจาก 30 ที่นั่ง ในปี 54 ขณะที่ภาคใต้-ฐานที่มั่นสำคัญ ว่ากันว่า “ส่งเสาไฟฟ้า” ลงก็ยังชนะเลือกตั้ง ทว่าการเลือกตั้ง ปี 62 กลับได้เพียง 24 ที่นั่ง จาก 50 ที่นั่ง
“บัญญัติ บรรทัดฐาน” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 6 ปลุก-ปลอบสาวก ที่คราคร่ำไปด้วยแฟนพันธุ์แท้-ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 73 ปีของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ความจริงเรื่องพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ผมคิดว่า ก็ดูจะไม่ใช่ครั้งแรก เพราะถ้าว่ากันตามจริง ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง มีหลายครั้งที่เราบอบช้ำมากกว่าครั้งนี้เยอะ
“ปี 2522 เหลือ ส.ส.เข้าสภา 32 คน ถือเป็นการพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง คราวนั้น คราวเดียว ที่คุณสมัคร สุนทรเวช แตกไปจากพรรคของเราและท่านก็กล้าที่จะสบประมาทเราว่า ระวังนะอีกหน่อยเราจะเป็นพรรคต่ำสิบ”
ฟ้าหลังฝนจาก “พรรคต่ำสิบ” เมื่อการเลือกตั้งปี 22 สู่ “พรรคเกินร้อย” ภายใต้ความเชื่อมั่น-สนับสนุนจาก “แฟนพันธุ์แท้”
“วันนั้นท่านเสนีย์ (ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ผู้ก่อตั้ง-อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 2) พูดคล้าย ๆ ท่านชวน ว่า อย่าหวั่นไหว ต้องมั่นใจ”
“คำพูดของท่านเสนีย์ในวันนั้น คล้าย ๆ กับที่ท่านชวน (หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค) พูด เป็นการเติมกำลัง เติมกำลังใจ ให้สติ คำเตือนของท่านเสนีย์ในวันนั้น คือ ต้องสำรวจทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก”
“วันนี้ พวกเราหลายคนกำลังทำสิ่งนี้อยู่และไม่ช้า เหตุผลทั้งปัจจัยภายนอกที่จะเป็นปัญหาอย่างไร ก็คงจะกระจ่างแจ้งมากขึ้นและนำไปสู่การปรับปรุงพรรค”
“ผมคิดว่าปัจจัยหลัก ปัจจัยหนึ่งเหนือจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกแล้ว กำลังใจครับ ตรงนี้เรื่องใหญ่มาก กำลังใจในวันนี้ที่ยกคณะกันมา จะนำไปสู่การปรับปรุงพรรคในวันข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง ด้วยความเชื่อมั่น”
อีก 1 ผู้ผ่านร้อน-ผ่านหนาวในเสื้อคลุมประชาธิปัตย์มากกว่าครึ่งทศวรรษ – “ชวน หลีกภัย” อดีตหัวหน้าพรรคคนที่ 5 และ ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงปลอบประโลม-เป็นเกราะป้องกัน “สิ่งแปลกปลอม” ที่พยายามเข้ามา “แทรกซึม”-“บ่อนเซาะ” อุดมการณ์ 73 ปีของพรรค เพราะจำประวัติศาสตร์ทุกช่วงตอนได้แม่นยำกว่าทุกคนในพรรค
“เราผ่านเหตุการณ์มาเยอะ พรรคต้องเดินไปข้างหน้า ต้องไม่ลืมอดีต หลักของบ้านเมือง ประเทศนี้เลือกระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราตัดสินใจแล้ว ต้องชัดเจน ไม่สับสน”
“ประเทศไทยให้โอกาสคนมาก คนที่ได้โอกาสก็ต้องคิดถึงบุญคุณของประเทศนี้เหมือนกัน เราจะลืมบุญคุณของโอกาสที่ได้มาไม่ได้”
“ผมพยายามทำงานตั้งแต่วันที่ 4 กุมภา ฯ จนถึงวันที่ 23 มีนาคม พยายามไม่หยุดเพราะรู้ว่ามีปัญหาอะไรบางเรื่อง พยายามไปหาเสียงภาคหนึ่งเพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะในวูบหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ทัศนคติ ความเห็น กระแส”
“เราแปลกใจว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้ อย่าแปลกใจ นี่คือชีวิตจริงที่มีวูบวาบ แต่ต้องมีหลัก ต้องเป็นหลักอยู่ตลอด อย่าไปวอกแวก ไม่ได้”
“เราเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราต้องยึดมั่นสิ่งนี้ไว้ เป็นแนวทางปฏิบัติ พรรคนี้มีความแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง”
“มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะมีอะไรแปลกปลอมเข้ามาพรรคนี้ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามความแปลกปลอมนั้น ยึดมั่นสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ส่วนนโยบายว่าจะทำอะไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
พรรคประชาธิปัตย์เดินมาถึง “ทางสองแพร่ง” คือ ร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็น ว่าที่นายก ฯ คนที่ 30 จนเกิด “เสียงแตก” ภายในพรรค ระหว่าง “ขั้วถาวร” กับ “ขั้วอภิสิทธิ์”
“พรรคยังไม่มีมติ ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะพิจารณาต่อไป ส่วนใครอยากเป็นมี รวมถึงคนที่ไม่อยากเป็นก็มีเพราะพรรคนี้เป็นประชาธิปไตย แต่ห้ามแล้วไม่ค่อยฟัง บอกว่าอย่าไปออกความเห็น รอให้กรรมการบริหารชุดใหม่ตัดสินใจไม่ดีกว่าหรือ”
“อาจเป็นเพราะอยากเป็นมาก ทำให้ต้องแสดงออก อยากเรียนว่ายังไม่มี อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะความจริงยังไม่มี คนเล่นการเมืองไม่มีใครอยากสอบตกหรอกครับ อย่างดีก็อยากเกือบตกแต่บังเอิญมันไม่เกือบตก แต่มันเกือบได้เลยเสียโอกาสไป ก็เห็นใจคนเหล่านั้น แต่พรรคต้องเป็นหลัก มีหลัก”
แม้ในการเลือกตั้งปี 54 พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ใช่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทว่าสามารถเผด็จศึกรัฐบาลพรรคเพื่อไทยคว่ำลงกลางสภา ทั้งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย-การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
“ถ้าไม่มีหมอวรงค์ (นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม) ในวันนั้นก็ยากที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ จึงไม่ใช่ว่าใครจะเป็นฝ่ายค้านได้ แต่ต้องมีทั้งศักยภาพและบุคลากร ที่สำคัญต้องไม่มีผลประโยชน์ 73 ประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและเลือกเดินเส้นทางนี้มาโดยตลอด ส่วนนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองจะเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
“ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านก็สามารถทำเพื่อบ้านเมืองได้ทั้งนั้น จะทำหน้าที่อะไรก็ทำเพื่อชาติบ้านเมืองได้ทั้งนั้น แต่ปัญหาทุกวันนี้ คือ การไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง”นายชวน ส่งสัญญาณอนาคตพรรคอย่างมีนัยยะสำคัญ