เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังวันหยุดสงกรานต์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 17 เมษายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/4) ที่ระดับ 31.82/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (12/4) ที่ระดับ 31.76/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากการร่วงลงของค่าเงินยูโร ถึงแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันอังคาร (16/4) ว่าผลผลิตภาคโรงงานของสหรัฐ สำหรับช่วงไตรมาสแรกร่วงลง 1.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากปรับขึ้น 1.7% ในไตรมาส 4/2018 ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกร่วงลง 0.3% หลังจากพุ่งขึ้น 4.0% ในไตรมาส 4/2018
นอกจากนี้นักลงทุนยังคงติดตามประเด็นเกี่ยวกับการค้า ซึ่งล่าสุดสหรัฐได้แสดงความกังวลเรื่องยอดขาดดุลการค้าที่สูงมากของสหรัฐต่อญี่ปุ่นในการเจรจาต่อรองรอบแรกระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ ในเรื่องการทำข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคีฉบับใหม่ โดยนายโทชิมิตสึ โมเดกิ รมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่นกล่าวว่า ยังไม่มีการทำข้อตกลงในประเด็นใด ๆ หลังจากมีการหารือกันนานสองวัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในประเด็นการค้าสินค้า ซึ่งรวมถึงสินค้าเกษตร ส่วนประเด็นการค้าดิจิทัล ผู้แทนการค้าสหรัฐได้กล่าวเพียงว่า จะหารือในช่วงเวลาที่เหมาะสม
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหรัฐ นายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตันได้ออกมาแถลงการณ์ว่าเฟดไม่ควรปรับนโยบายในขณะนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินทรัพย์ทางการเงินสูงขึ้นอีก โดยการแถลงการณ์ครั้งนี้ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.76-31.83 บาท/ดอลลาร์สหรับ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.76/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/4) ที่ระดับ 1.1286/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/4) ที่ระดับ 1.1316/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังจากผู้กำหนดนโยบายบางคนของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า ECB คาดการณ์เศรษฐกิจในทางบวกมากเกินไป ในขณะที่เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างอ่อนแอ และยังคงมีความขัดแย้งทางการค้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1280-1.1324 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1307/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันี้ (17/4) ที่ระดับ 112.10/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/4) ที่ 111.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ญี่ปุ่นมีการเปิดเผยตัวเลขดุลการค้าในเดือน มี.ค.ออกมาเกินดุลที่ระดับ 5.285 แสนล้านเยน โดยรายงานของกระทรวงระบุว่า ยอดส่งออกเดือน มี.ค.ปรับตัวลดลง 2.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.1% ทั้งนี้แนวโน้มที่เศรษฐกิจจะหดตัวลงในไตรมาสแรกจะกดดันให้นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ต้องเลื่อนแผนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน ต.คงอีกครั้งเพื่อจัดการกับภาระหนี้สาธารณะที่สูง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่างระหว่าง 111.93-112.16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.01/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ก.พ.ของสหรัฐ (174), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (18/4), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มี.ค.ของเยอรมนี (18/4), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือน เม.ย.ของยูโรโซน และสหรับ (18/4), ยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. ของอังกฤษ (18/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (18/4), ดัชนีการผลิตเดือน เม.ย. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (18/4), และยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. ของสหรัฐ (18/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.2/-2.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.7/+0.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ