เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
Politics ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
AI ยังไม่จบรอบ! บล.บัวหลวง ชี้หุ้นเทคย่อเป็นจังหวะลงทุน ชู DR ทำผลตอบแทน 8.8%
Finance AI ยังไม่จบรอบ! บล.บัวหลวง ชี้หุ้นเทคย่อเป็นจังหวะลงทุน ชู DR ทำผลตอบแทน 8.8%
ธปท. ประกาศแล้ว ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา เริ่ม 1 พ.ย. 69
Finance ธปท. ประกาศแล้ว ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา เริ่ม 1 พ.ย. 69
เอกนิติ แจงเหตุยึดโมเดล ลดภาษี E20-B20 หวังอุ้มเกษตรกร
Politics เอกนิติ แจงเหตุยึดโมเดล ลดภาษี E20-B20 หวังอุ้มเกษตรกร
ส่งออก ก.ย. โต 24% ต่อเนื่องเดือนที่ 27 อิเล็กทรอนิกส์-AI หนุน 9 เดือนโต 19.6%
Economic ส่งออก ก.ย. โต 24% ต่อเนื่องเดือนที่ 27 อิเล็กทรอนิกส์-AI หนุน 9 เดือนโต 19.6%
เอกนิติ เปรียบเป็น ‘หมอเศรษฐกิจ’ มุ่งแก้ตรงจุด ไม่ตอบหลัง อนุทิน ตั้งเป้า GDP โตเกิน 2.1%
Politics เอกนิติ เปรียบเป็น ‘หมอเศรษฐกิจ’ มุ่งแก้ตรงจุด ไม่ตอบหลัง อนุทิน ตั้งเป้า GDP โตเกิน 2.1%
อนุทิน ขอให้คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ ติง ‘สส.’ แชร์ข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ 
Politics อนุทิน ขอให้คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ ติง ‘สส.’ แชร์ข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ 
เปิด 5 ทำเลรถไฟฟ้า ราคาที่ดินเปล่าพุ่งกระฉูด ‘BTS สุขุมวิท’ แชมป์ หายาก-มูลค่าสูง
Real Estate เปิด 5 ทำเลรถไฟฟ้า ราคาที่ดินเปล่าพุ่งกระฉูด ‘BTS สุขุมวิท’ แชมป์ หายาก-มูลค่าสูง
บลจ.ยูโอบี ส่ง 2 กองทุน RMF รับโค้งสุดท้ายลดภาษีปี’69 เริ่มลงทุนแค่ 500 บาท
Finance บลจ.ยูโอบี ส่ง 2 กองทุน RMF รับโค้งสุดท้ายลดภาษีปี’69 เริ่มลงทุนแค่ 500 บาท
อนุทินย้ำ ‘รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน’ ยึดสัญญา กพอ.จ่อถกหลัง รฟท.ลุยฟ้อง
Politics อนุทินย้ำ ‘รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน’ ยึดสัญญา กพอ.จ่อถกหลัง รฟท.ลุยฟ้อง
ดูทั้งหมด

‘ททท.’ กัดฟันสู้พิษปัจจัยเสี่ยง ทวงแชมป์ท่องเที่ยวยืนเป้ารายได้ 4 ล้านล้าน

12 ก.ค. 2562 | 12:18น.

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายองค์กรด้านการท่องเที่ยวได้ออกมาคาดการณ์ตัวเลขรายได้ของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมดัชนีความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไทยในหลากหลายทิศทาง แต่สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นั้น ยังคงมั่นใจว่ารายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสำหรับปี 2562 นี้ จะยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงทิศทางและเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2562 รวมถึงแผนการดำเนินงานในอีกปีสองปีข้างหน้า

“ยุทธศักดิ์” บอกว่า แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานออกมาคาดการณ์รายได้รวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีนี้ที่แตกต่างกัน แต่ ททท.ยังคงเชื่อมั่นว่ารายได้การท่องเที่ยวของไทยปีนี้จะยังเติบโต้ที่ 9.5% หรือคิดเป็นรายได้รวมราว 3.38 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขหลังจากที่ ททท.ปรับลดเป้าเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 10% หรือปรับลดลงไปราว 2 หมื่นล้านบาท

ททท.ได้กระจายเป้าการทำงานให้กับสำนักงาน ททท.ในแต่ละประเทศไปแล้ว อาทิ ภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มอีก 5% ภูมิภาคอเมริกาตั้งเป้าเติบโต 3-4% ส่วนตลาดจีนตั้งเป้าเติบโตเพิ่มอีก 5% เป็นต้น

ขณะนี้ได้ให้แต่ละสำนักงานไปทำโครงการ เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณและดำเนินงานแล้ว โดย ททท.จะขอสนับสนุนงบประมาณกระตุ้นการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังจากรัฐบาล เพื่อผลักดันรายได้ทางด้านการท่องเที่ยวให้เติบโตได้ดีตลอดทั้งปี พร้อมทั้งจะนำข้อเสนอของเอกชนที่ให้รัฐต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (VOA) ที่จะสิ้นสุดมาตรการ 31 ตุลาคม 2562 นี้ ออกไปจนถึงสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2563 ยื่นต่อรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการทำตลาดก่อนถึงช่วงเวลาจริงที่จะครอบคลุมช่วงเวลาตรุษจีนต่อไป

“ตอนนี้ตลาดสำคัญ เช่น จีน ไม่ได้น่าเป็นห่วงมากนัก และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วได้แน่นอน เช่นเดียวกันกับตลาดญี่ปุ่น และอาเซียนที่ยังคงเติบโตได้ดี แม้ว่าตลาดอาเซียนอาจจะมีความถี่การท่องเที่ยวที่ลดลง จากภาวะเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ตลาดออสเตรเลีย ก็เริ่มกลับมาเติบโตได้แล้ว ถึงตอนนี้มีที่น่าเป็นห่วงมีเพียงตลาดเดียวคือ รัสเซีย จากทิศทางนี้ทำให้เรามั่นใจว่ารายได้ทางการท่องเที่ยวจะยังคงยืนในแดนบวกไปตลอดทั้งปีได้ไม่ยาก”

ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยครองอันดับ 1 ด้านดัชนีความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวในเอเชีย-แปซิฟิกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ได้เสียตำแหน่งให้กับญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2561 ททท.จึงเล็งเห็นว่าควรเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากที่เน้นปริมาณเข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ หรือ responsible tourism ที่เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยการปรับตัวเลขอัตราการเติบโตด้วยการเน้นเพิ่มรายได้เป็นสำคัญ

หลังจากนี้จะเน้นสร้างความสมดุลของที่มาของรายได้ พร้อมทั้งหันมาให้ความสำคัญกับตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพอย่างตลาดอาเซียน รวมถึงให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวไทย โดยการรณรงค์ให้หันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น

หากนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวนด์) กว่า 10 ล้านคนต่อปี หันมาเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ก็จะเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวให้ประเทศ และสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะไม่เติบโตมากเหมือนในอดีตด้วย

“ยุทธศักดิ์” กล่าวด้วยว่า สำหรับปี 2563 ที่จะเป็นปีสุดท้ายที่ ททท.จะใช้แคมเปญ Open to the New Shade ในตลาดต่างประเทศ ภายใต้การเน้นเรื่อง “ความรู้สึก” ที่นักท่องเที่ยวจะได้จากการท่องเที่ยว โดยจะเน้นการเจาะกลุ่มคุณภาพรายกลุ่ม และปีถัดไปจะมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ หรือ responsible tourism ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ส่วนตลาดในประเทศ “ยุทธศักดิ์” ระบุว่า จะยังคงใช้แคมเปญ “Amazing ไทยเท่” ต่อเนื่อง โดยจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักและกลุ่มเป้าหมายร่วมของภูมิภาค พร้อมทั้งมุ่งขยายตลาดคนไทยให้ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อขยายฐานตลาดใหม่ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดกรุงเทพฯมากเกินไป รวมทั้งแก้ไขปัญหาเรื่องการแย่งตลาดกันเองอีกด้วย

ผู้ว่าการ ททท.ยังย้ำอีกว่า นอกจากจะเชื่อมั่นว่ารายได้รวมท่องเที่ยวสำหรับปี 2562 นี้ จะยังคงเป็นบวกแล้ว ยังได้ตั้งเป้าหมายการสำหรับปี 2563 ด้วยว่า ภาคท่องเที่ยวของไทยจะยังเติบโตต่อเนื่องได้ราว 10% หรือมีรายได้ราว 3.72 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.43 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 1.28 ล้านล้านบาท และมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยให้ได้ถึง 4 ล้านล้านบาทในปี 2564

ที่สำคัญปี 2564 จะเป็นปีที่ ททท.ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยอีเวนต์ขนาดใหญ่ หรือ mega event เพื่อให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในสายตาชาวโลกอีกครั้ง

คลิกอ่านเพิ่มเติม… สารพัด “ปัจจัยลบ” ทุบอุตฯท่องเที่ยวปี’62 กระอัก !

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!