เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
Economic รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
Business ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
‘เท้ง’ มอง ‘3 นายกฯ ตระกูลชิน’ เดินสายพบผู้นำเรื่องดีหากแก้ปัญหาประชาชนได้
Politics ‘เท้ง’ มอง ‘3 นายกฯ ตระกูลชิน’ เดินสายพบผู้นำเรื่องดีหากแก้ปัญหาประชาชนได้
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
ดูทั้งหมด

136 ปี “กิจการไปรษณีย์” รายได้โต…แต่กำลังจะถูกแซง

16 ส.ค. 2562 | 14:14น.

4 ส.ค. 2562 เป็นวันครบรอบ 136 ปีกิจการไปรษณีย์ในประเทศไทย และ 14 ส.ค. 2562 เป็นวันที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ก่อตั้งครบ 16 ปี แม้ตั้งแต่แยกตัวจาก “การสื่อสารแห่งประเทศไทย” จะมีช่วงเวลาที่บริษัทขาดทุนแค่ 4 เดือนแรกของการก่อตั้ง

ทั้งยังมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 4 – 5 ปีหลังที่ได้กระแสอีคอมเมิร์ซที่เติบโตก้าวกระโดด เป็นอานิสงส์ให้ตลาดโลจิสติกส์เติบโตตาม พร้อมกับการดึงดูดให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในตลาด จนทำให้วันนี้ หากผู้บริโภคคิดจะส่งของสักชิ้น “ไปรษณีย์ไทย” อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก

โตในอัตราที่ “ลดลง”

แหล่งข่าวระดับสูงภายในบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ขณะนี้ผลประกอบการของไปรษณีย์จะยังเป็นบวก แต่ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะหากนำผลประกอบการของไปรษณีย์ไทย ย้อนหลังไปในช่วง 5 ปี

ที่ผ่านมา และนำมาเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง “Kerry Express” สะท้อนให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ชัดเจนของ “อีคอมเมิร์ซ” ที่ผลักให้รายได้ของทั้ง 2 บริษัทเติบโตอย่างมาก แต่ถ้าวิเคราะห์เจาะลึกจะเห็นว่า รายได้ของไปรษณีย์ไทยเพิ่มขึ้นทุกปีก็จริง แต่ “เพิ่มในอัตราที่ลดลง” ขณะที่รายได้ของ Kerry เติบโต “เท่าตัวทุกปี” 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ธุรกิจไปรษณียภัณฑ์-รับส่งสินค้า ในปี 2561 น่าจะมีมูลค่า 30,800-31,300 ล้านบาท ขยายตัวเร็วขึ้น 9.6-11.3% จากปีก่อน ด้วยอานิสงส์ของอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวและการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

“ถ้าเทียบว่า Kerry โตเท่าตัวทุกปี ปีนี้ก็มีโอกาสจะมีรายได้ถึง 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปได้เพราะตลาดอีคอมเมิร์ซบูมมากและถ้ารายได้ถึง 3 หมื่นล้านบาท ไปรษณีย์ไทยจะเคลมว่าตัวเองยังเป็นเบอร์ 1 ในตลาดได้ยาก เพราะต้องไม่ลืมว่า รายได้ 2.9 หมื่นล้านบาทในปีที่แล้วของไปรษณีย์ไทย ไม่ได้มาจากรายได้ส่งพัสดุอย่างเดียวเหมือน Kerry”

ทั้งรายได้ 5 เดือนแรกของไปรษณีย์ไทยอยู่ที่ 11,894.59 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 13,145 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะพลาดเป้ารายได้สิ้นปีที่ 30,000 ล้านบาท ส่วนกำไร 5 เดือนแรกอยู่ที่ 1,015 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายอยู่ที่ 1,744 ล้านบาท

“ไปรษณีย์ไทยตั้งเป้า 3 หมื่นล้านตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็พลาดเป้า และครึ่งปีแรกของปีนี้ก็ต่ำกว่าเป้ามาก ที่สำคัญคือ ถ้าวิเคราะห์กราฟรายได้-กำไรของไปรษณีย์ไทย จะพบว่ากราฟกำไรเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลงตั้งแต่ปีที่แล้ว และปีนี้มีความเป็นไปได้ว่า กราฟรายได้ก็จะเข้าสู่ช่วงขาลงด้วยเช่นกัน”

ปี”63 พายุใหญ่รออยู่

แต่ที่น่ากังวลที่สุดคือสถานการณ์ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดจะยิ่งแข่งขันดุเดือด หลังจาก 2 ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซประกาศลุยทำตลาดแบบไม่มีใครยอมใคร ซึ่งจะยิ่งทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโต ขณะเดียวกันผู้ประกอบการโลจิสติกส์หน้าใหม่หลายรายที่เริ่มเข้ามาในตลาดไทยตั้งแต่ช่วง 1-2 ปีก่อนจะเริ่มตั้งหลักได้ ยิ่งทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น

ประกอบกับเป็นช่วงที่ไปรษณีย์ไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน ทั้งบอร์ดบริหารที่ยังไม่ชัดเจนว่า จะต้องเปลี่ยนชุดใหม่ หลังจากรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง รวมถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่ “สมร เทิดธรรมพิบูล” จะหมดวาระในเดือน ม.ค. 2563 ซึ่งทั้งหมดจะทำให้นโยบายขององค์กรมีความไม่แน่นอน

ที่สำคัญคือ การปรับโครงสร้างใหม่ในช่วงที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันสูง ด้วยการวางอัตรากำลังของพนักงานไว้ถึง 40,000 คน เพิ่มขึ้นกว่าช่วง 2 ปีก่อนถึงเท่าตัว ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ก่อนหน้านี้ คนร. (คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ) เคยเตือนมาแล้วว่า การเติบโตของไปรษณีย์ไทยก่อนหน้านี้ โตได้ตลาดบูมมาก และเป็นการกินบุญเก่าที่ยุคก่อน ๆ ได้วางรากฐานไว้ แต่สถานการณ์ ณ วันนี้

โดยเฉพาะในปี 2563 ถือเป็นพายุใหญ่ที่จำเป็นต้องได้คนเก่งกว่าซีอีโอก่อนหน้านี้ทุกคนมารวมกันเพื่อกู้สถานการณ์ให้เร็วที่สุด โดยโฟกัสระบบไอทีและการทำบิ๊กดาต้าเป็นสำคัญ”

มีก่อนคู่แข่ง แต่หยุดพัฒนา

ที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยยังมีปัญหาด้านการบริหารจัดการ ที่ทำให้การปรับตัวทำได้ไม่เร็วเท่าคู่แข่ง จะเห็นได้หลายบริการที่ไปรษณีย์ไทย “มีก่อนคู่แข่ง” แต่ไม่ได้มีการพัฒนาอย่างจริงจัง อาทิ บริการธนาณัติออนไลน์ บริการพัสดุเก็บเงินปลายทาง (COD) ที่ยังมีข้อจำกัดทำให้บริการไม่สะดวกเท่ากับคู่แข่งที่เพิ่งเปิดให้บริการ หรือแม้แต่การพัฒนาระบบไอทีที่มีการลงทุนระบบใหม่ของ “CA POS” (Counter Automation Point of Service) 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งเริ่มมีการเปิดระบบใช้งานจริงในปีนี้ รวมถึงที่ผ่านมาไม่เคยเก็บข้อมูลลูกค้าแล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาด

รวมถึงบริการ “อร่อยทั่วไทยไปกับไปรษณีย์” ที่ชูจุดเด่นในการส่งอาหารร้านดังให้ถึงมือผู้บริโภค ซึ่งเริ่มเปิดบริการนี้ตั้งแต่ปี 2551 ในยุคที่ “ออมสิน ชีวะพฤกษ์” เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และในยุคถัดมาก็คาดหวังว่าจะเป็น new S-curve ให้กับไปรษณีย์ แต่ผ่านมาเกือบ 10 ปีก็ยังไม่ได้มีอะไรใหม่ “แหนมเนือง” ก็ยังเป็นตัวชูโรงสำคัญเพียงหนึ่งเดียว

“เดี๋ยวนี้บริการส่งอาหารกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้หลักของแอปพลิเคชั่นรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น LINE MAN Grab แต่ผู้บริหารไปรษณีย์ยุคนี้ยังคิดทำเป็นแค่กิมมิก”

ขณะเดียวกันยังไม่ตระหนักว่า บริการอย่าง LINE MAN Grab GET ที่เป็นดีลิเวอรี่ออนดีมานด์ กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งนอกเหนือจากบริการ “ส่งด่วน” ที่ Kerry, J&T, Flash, Best ให้บริการอยู่ ยังไม่รวมถึงอีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ ทั้งลาซาด้าและช้อปปี้ ต่างมีบริการโลจิสติกส์ของตัวเองแล้ว

ทิ้งไพ่ “ดัมพ์ราคา” ฮึดสู้

ล่าสุดผู้บริหารไปรษณีย์ไทยได้ประกาศแคมเปญ “EMS ท้าส่ง” ลดค่าบริการ EMS ถึง 70% ให้เหลือแค่ 3 ช่วงราคาคือ 55 บาท 80 บาท และ 100 บาท จากเดิมที่เริ่มตั้งแต่ 67 บาทจนถึง 372 บาท

“ผู้บริหารทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการดัมพ์ราคาสู้คู่แข่ง แต่ถ้ายิ่งลดราคาแล้ว คุณภาพบริการไม่ได้ตามที่ผู้บริโภคคาดหวังไว้ ยิ่งกลายเป็นผลร้ายมากกว่า”

ที่สำคัญคือการส่งสินค้าของผู้ค้าในอีมาร์เก็ตเพลซ จะถูกเลือกโดยผู้ซื้อจากตัวเลือก “วิธีส่งสินค้า” ในระบบ หากไปรษณีย์ไทยไม่สามารถเข้าไปอยู่ในระบบของอีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ และทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการได้ การลดราคาก็ไม่มีความหมาย

“ฝ่ายบริหารมักจะอ้างว่า ถูกกีดกันจากอีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ แต่ก่อนนี้เคยมีอีมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่อีกราย เสนอให้ทำแคมเปญร่วม ก็ไม่เข้าร่วม เพราะบอกว่าต้นทุนไม่ได้ ฉะนั้นถ้าจะรับมือกับการดิสรัปต์จากนี้ ก็ต้องมีการปรับวิสัยทัศน์ ปรับนโยบาย ทำแผนการตลาดให้เร็ว ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Kerry Express ไปรษณีย์ไทย