เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

รัฐสั่งเฝ้าระวัง “โคโรน่า” เรียก “ความเชื่อมั่น” ต่างชาติเที่ยวไทย

30 ม.ค. 2563 | 13:16น.

คาดการณ์กันว่าจำนวนผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าที่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากประเทศจีนนั้น น่าจะมีเพียงประมาณ 5% จากจำนวนผู้ป่วยจริงทั้งหมดในปัจจุบัน หรือประมาณ 4-5 หมื่นรายแล้วในขณะนี้ พร้อมคาดการณ์ด้วยว่า ภายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มเป็นกว่า 2 แสนราย

โดยที่ผ่านมาประเทศจีนได้ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดและเร่งด่วนออกมาควบคุมแล้ว อาทิ นโยบายระงับการจัดทัวร์ท่องเที่ยวและการงดการจัดกิจกรรม การชุมนุมคนเป็นจำนวนมากหรือมาตรการห้ามการเข้าออกจากเมืองอู่ฮั่น และอีก 14 เมืองโดยรอบ หรือล่าสุดที่ห้ามไม่ให้คนจีนเดินทางออกนอกประเทศแล้ว

จากมาตรการดังกล่าวนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงได้เชิญเอกชนท่องเที่ยวและหน่วยงานที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ร่วมประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว พร้อมทั้งมอบนโยบายในการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันแบบเร่งด่วนในช่วงเช้าของวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และได้แพร่ขยายสู่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยนั้น รัฐบาลไทยโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมให้กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ให้ทั้ง 3 กระทรวงร่วมกันบูรณาการแผนเพื่อควบคุมป้องกันโรค และดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ดังนั้น เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงได้ประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเพื่อหาแนวทางในการเฝ้าระวังและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนจะนำแผนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจ คณะรัฐมนตรี ในวันที่ 31 มกราคมนี้ต่อไป

“ขณะนี้เรากำลังดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐช่วยปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องที่ดีในการแก้ไขปัญหาและประกอบการต่อได้ เช่นเดียวกันกับการคืนเงินให้นักท่องเที่ยวที่จะต้องทำอยู่แล้ว แต่ตามหลักการจะต้องนำไปหารือกับผู้ประกอบการก่อน”

โดยในส่วนที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ลงมือไปในเบื้องต้นแล้ว คือ การประสานงานกับกรมควบคุมโรคเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ให้บริการรถแท็กซี่และแกร็บ (Grab) เพื่อให้ผู้ให้บริการกลุ่มที่ต้องใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวทราบข้อมูลในการปฏิบัติตัว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในภาวะแพร่กระจายของโรคระบาด

พร้อมทั้งย้ำว่า ปกติแล้วมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ราว 700,000-900,000 คนต่อเดือน แต่หลังจากรัฐบาลจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น และอีกหลายเมือง จนมาถึงการสั่งให้บริษัททัวร์หยุดนำนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศ ก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางกลับประเทศจำนวนมากแล้วเช่นกัน

“สถานการณ์ปัจจุบันยังถือว่าไม่วิกฤตที่สุด เพราะไทยเพียงแต่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อเท่านั้น ไม่ได้เป็นแหล่งแพร่ระบาดเอง จึงไม่อยากให้ประชาชนตระหนกตกใจ ด้วยกระทรวงสาธารณสุขไทยมีความเชื่อถืออย่างมาก และมีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะควบคุมสถานการณ์ สามารถเอาอยู่อย่างแน่นอน ในเวลานี้เราจึงต้องประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายทราบว่า สถานการณ์ไม่รุนแรงอย่างข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต”

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสบรรเทาลง จะสามารถเร่งผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3-4 เข้ามาทดแทนช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวลดลงจากผลกระทบของโรคระบาดได้

ด้าน แพทย์หญิงดารินทร์ อารีย์โชคชัย รองผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2563 มีจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจีนทั้งหมด 2,022 คน เสียชีวิตแล้วทั้งหมด 56 คน และมีการแพร่กระจายของเชื้อแล้วในพื้นที่ 7 มณฑลของจีน นอกจากนั้นยังมีผู้ติดเชื้อนอกพื้นที่จีนอีก 1,331 คน ใน 10 พื้นที่ทั่วโลก

ดังนั้นการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในหมู่กลุ่มทัวร์และโรงแรมจะช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อในประเทศไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยทั้งขาเข้าและขาออกจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง โดยการปฏิบัติตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือบ่อย ๆ การใส่หน้ากากป้องกันเชื้อ รวมถึงการตรวจสอบอาการอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบการตกค้างของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยแล้ว เพื่อส่งนักท่องเที่ยวจีนที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถกลับเข้าเมืองอู่ฮั่นได้ก็สามารถใช้เที่ยวบินมุ่งหน้าสู่เมืองอื่นแทน

“วิชิต ประกอบโกศล” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ให้ข้อมูลว่า หลังจากการสั่งหยุดประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลจีน กลุ่มทัวร์กลุ่มสุดท้ายได้เดินทางเข้าประเทศไทย ในวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มทัวร์เดินทางเข้าประเทศไทยไปอีกอย่างน้อย 2-3 เดือนนับจากนี้ นอกจากนั้นเชื่อว่าในไม่ช้า นักท่องเที่ยวอิสระจะค่อย ๆ ลดจำนวนลงตามคำสั่งของรัฐบาลจีน

โดยสถานการณ์ในขณะนี้จำเป็นที่จะต้องทำ 3 อย่าง ได้แก่ ข้อแรก “ระวัง ป้องกัน ควบคุม” เพื่อลดโอกาสในการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในไทย ให้นักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น ๆ ยังคงเชื่อมั่นและยังคงเดินทางมาไทยตามปกติ 2.เยียวยา และ 3.กระตุ้นตลาด ที่ต้องทำไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ โดยผู้ประกอบการจะเตรียมหารือมาตรการเยียวยาเพื่อนำเสนอภาครัฐ ก่อนนำไปพูดคุยในการประชุมต่อไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ประกอบการจะสามารถพยุงสถานการณ์กิจการไปได้อีกราว 3 เดือน โดยมีมาตรการเยียวยาของภาครัฐประคองไป ไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านสภาพคล่องหรือมาตรการด้านตลาด

โดยเชื่อว่าถ้าหากสถานการณ์เรียบร้อยลงอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ตลาดจีนก็จะสามารถพลิกฟื้นกลับขึ้นมาได้เหมือนอย่างเมื่อครั้งประสบเหตุการณ์เฝ้าระบาดของโรคซาร์สเมื่อหลายปีก่อน